ในแง่หนึ่งผมคิดว่า "เต๋า" เปรียบได้กับหลัก "อิทัปปจยตา" ที่มีความหมายทับซ้อนกับอยู่หลายเรื่องหลายมิติและมุมมอง
เต๋าไม่มีที่เกิดและที่สิ้นสุด แต่เป็นกระแสที่ไหลวนเชื่อมโยงและซับซ้อนมาก เป็นทั้งสิ่งจับต้องได้และจับต้องไม่ได้ เป็นบ่อเกิดของทุกๆ สิ่ง ตั้งแต่อะตอม (หรือเล็กกว่านั้น) จนถึงจักรวาล (หรือใหญ่กว่านั้น?)
หลักเช่นนี้เป็นอิทัปปจยตาที่ใหญ่มาก ซึ่งมันก็เป็นของมันเช่นนั้นเอง ตามอย่างที่ท่านพุทธทาสกล่าว อันนี้เป็นปรัชญาที่ลึกซึ้งของมนุษย์โบราณหลายเผ่าพันธ์ ไม่ว่าจะเป็น ไทย แขก ฝรั่ง เจ็ก อินเดียแดง ฯลฯ
หากลองไปศึกษาปรัชญาของมนุษย์ที่เป็นชาวคัมภีร์ ในหลายๆ บท หรือ ซูเราะห์ ที่ปรากฏคัมภีร์ ก็ได้สะท้อนถึงเรื่องนี้ไว้อย่างแจ่มชัดครับ