สวัสดีครับ อาจารย์ ผมเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์ หลักสูตรดุษฎีบัณฑิตย์ สาขา ผู้นำธุรกิจ สังคมและการเมือง มหาวิทยาลัยรังสิต ครับ
ผม ติดตาม อาจรย์ เข้ามาที่นี่ ตามที่อาจารย์ให้เวปมาครับ มาอ่านงานเขียนของอาจารย์ ครับ
ผม มีความคิดเห็นว่า เต๋า เป็นคำสอนที่เป็นพุทธมหาญาณ คือ เอาผลสำเร็จมาสอน ไม่ได้สอนตามการสืยทอดตามตำราที่บันทึกคำสอนของพระพุทธเจ้า แบบหินญาณ หรือพุทธเถรวาสแบบประเทศไทย ที่เรียนพุทธศาสนาโดยอาศัยคัมภีร์ที่บันทึกพระธรรมคำสอน ได้แก่ พระไตรปิฎก
เมื่อ เต๋า เป็นคำสอนจากประสบการณ์ของอาจารย์ผู้ปฏิบัติจนเป็นผลสำเร็จ แต่เมื่ออาจารย์ ไม่ได้ศึกษาคำสอนที่เป็นระบบคำสอนตามที่ได้บันทึกไว้จากพระไตรปิฎก ผู้ที่สืบทอดความจริงที่ตนได้รู้เห็นแจ้งธรรมชาติเช่นนั้น จึงสอนไปตามธรรมชาติ โดยไม่มีภาษาที่รับรองความหมายเป็นแบบฉบับ ทำให้ผู้ที่ยังไม่เข้าใจความจริงแท้ของธรรมชาติ อาจฟังเท่าไหร่ ก็ไม่มีทางรู้เรื่องเต๋าได้ ผู้ที่เข้าใจ เต๋า ก็คือผู้ที่เข้าใจธรรมแล้ว หรือ ผู้ที่บรรลุธรรมแล้ว หรือผู้ที่รู้ความจริงแท้ของธรรมชาติแล้ว ผู้ที่พอจะเข้าใจ เต๋า ได้บ้างก็อาจมีได้ เช่น พวกที่พอมีความรู้ในระดับเทียบเคียงความจริงแท้ได้อยู่บ้าง
ความจริงแท้ เป็นสิ่งที่มีอยู่ตามปกติของมันอยู่เช่นนั้น โดยที่เราไม่ต้องไปทำอะไรกับมันเลย เราเพียงแต่ทำหน้าที่ในส่วนของเรา คือ การกำหนดตามความจริงนั้น รู้ว่าสิ่งนั้นๆทำหน้าที่ของมันอยู่เช่นนั้น นั่นคือ การทำที่ดีที่สุดแล้ว และนั่นก็คือ การทำหน้าที่รู้ความจริงทั้งหมด เมื่อเรารู้ความจริงเช่นนั้นอยู่เสมอๆ ในที่สุดความรู้ของเราก็จะเพิ่มพูนมากขึ้นๆ จนรู้รอบ รู้แจ้ง รู้จนเป็นปกติ เมื่อนั้น เราจึงจะไม่เข้าไปทำอะไรกับสิ่งใดได้ นั่นคือ การไม่เข้าไปทำอะไรกับความจริงแท้ เราก็เป็นอิสระอย่างแท้จริง อันเป็นสิ่งเดียวกับความจริงแท้ อยู่ร่วมกับความจริงแท้ ไม่ว่าจะทำหรือไม่ทำอะไรก็ตาม ก็มีผลเป็นอย่างเดียวกัน คือ การรู้ นั่นเอง
ผมจะติดตามงานเขียนของอาจารย์ ในกระทู้อื่นๆต่อไปครับ กราบสวัสดีอาจารย์ด้วยความเคารพอยางสูง
ธงรบ ด่านอำไพD