วันวิสาขบูชา
วันสำคัญสากลของโลก
สืบเนื่องจากที่ประชุมสมัชชาสหประชาชาติ ครั้งที่ ๕๔ เมื่อวันที่ ๑๓ ธันวาคม ๒๕๔๒ ได้พิจารณาว่า "วันวิสาขบูชา" เป็นวันสำคัญของพุทธศาสนิกชนทั่วโลก เพราะเป็นวันที่พระพุทธเจ้าประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพาน พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอนให้มวลมนุษย์มี "ความรัก" มี "เมตตาธรรม" และมี "ขันติธรรม" ต่อเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพื่อให้เกิดสันติสุขในสังคม อันเป็นแนวทางของสหประชาชาติ
ที่ประชุมจึงให้การรับรองโดยฉันทามติว่า วันวิสาขบูชาเป็น "วันสำคัญสากล" ที่สำนักงานใหญ่องค์การสหประชาชาติและที่ทำการสมัชชาจะจัดให้มีการระลึกถึงตามความเหมาะสม ในเดือนพฤษภาคมของทุกปี
สำหรับในปีนี้ ได้มีการจัด The 4th International Buddhist Conference ขึ้นในประเทศไทย โดยมีชาวพุทธนานาชาติจาก ๖๐ ประเทศทั่วโลกที่เดินทางมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้ ทั้งด้านการประชุมทางวิชาการ การแสดงธรรม ศาสนพิธี และวิถีชุมชน โดยกิจกรรมต่าง ๆ จัดขึ้นในช่วงระหว่างวันที่ ๒๖–๓๑ พฤษภาคม ที่สำคัญคือ ปีนี้เป็นปี “มหามงคล” สำหรับพวกเราชาวไทย เพราะเป็นปีที่ “พ่อหลวง” ของเราทรงเจริญพระชนมพรรษาครบ ๘๐ พรรษา
ตัวเองได้ไปร่วมกิจกรรมเนื่องในวาระ "The United Nations Day of Vesak" ที่ศูนย์ประชุมสหประชาชาติ และได้มีโอกาสฟังปาฐกถาธรรมของท่านติช นัท ฮันห์ ในหัวข้อ “พระพุทธศาสนากับธรรมาภิบาลและการพัฒนา”
ได้มีโอกาสรู้จักและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับ "เพื่อน" ที่แม้จะหลากหลายเชื้อชาติและต่างวัฒนธรรม แต่ทุกคนล้วนร่วม "อุดมการณ์" เดียวกันคือ การดำเนินชีวิตที่ดีงามและถูกต้อง การให้ความรักและความเกื้อกูลต่อกัน การตระหนักถึง"คุณค่า"ของความเป็นเพื่อนร่วมโลกที่ล้วนต้องเกิดแก่เจ็บตายด้วยกัน การร่วมสร้างสังคมแห่ง "คุณธรรม" ที่ย่อมนำความสงบสุขมาให้แก่ทั้งตนเองและผู้อื่น การนำพาประชาคมโลกสู่"สันติภาพอันสงบงาม" ที่ทุกคนล้วนแสวงหา…<p> </p>
ท่ามกลางภาวะ "โลกร้อน"เรายังคงมี "ความหวัง"เพราะยังคงมีผู้คนที่มองเห็น "ทางออกร่วม" ของปัญหาแห่งมวลมนุษยชาติ นั่นคือ การบ่มเพาะให้เกิด "สันติภาพ" ขึ้นในใจของทุก ๆ คน...
ดังข้อความและเนื้อหาในสาส์นเนื่องในวาระแห่งวันวิสาขบูชาของ ฯพณฯ บัน คี มูน เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ
</font><p>...ข้าพเจ้ามีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ส่งคำอวยพรเนื่องในโอกาสเฉลิมฉลองวันประสูติ ตรัสรู้ และปรินิพพานขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า</p>
...กว่า ๒๕๐๐ ปี ล่วงมาแล้ว คำสอนของพระพุทธเจ้าได้ชี้ส่องทาง มีคุณค่าและความหมายต่อชีวิตของประชาชนทั่วโลกหลายล้านคน การจัดงานประจำปีทำให้สาวกของพระองค์มีโอกาสแสดงออกซึ่งความมุ่งมั่นทุ่มเทในอุดมคติของตน และเน้นย้ำหลักแห่งความเมตตากรุณา ความเข้าใจ และสันติภาพที่พระองค์ได้สอนไว้
<p>…หลักธรรมเหล่านี้อยู่เหนือกาลเวลา(อกาลิโก) แต่การเฉลิมฉลองวันนี้ขึ้นอยู่กับกาลเวลา เหตุการณ์สำคัญในช่วงปีที่ผ่านมาเพิ่มความแตกต่างทางความคิดระหว่างชุมชนและเชื้อชาติ ซึ่งเพิ่มความกังวลในการใช้ความรุนแรงและความตึงเครียดระหว่างวัฒนธรรม การเปลี่ยนแปลงแนวโน้มเหล่านี้เป็นสิ่งที่สำคัญต่อ สันติภาพและเสถียรภาพของโลก</p>…สิ่งเหล่านี้เรียกร้องให้ทุกคนต้องมีมุมมองที่เหนือกว่าความสนใจในระยะสั้นอันคับแคบ ดังเช่นที่พระพุทธองค์ทรงตรัสว่า “เราต้องมีสติในคำพูดและการกระทำของเรา" </font></em>รวมทั้งผลกระทบที่จะมีต่อบุคคลที่อยู่รอบตัว เราต้องตระหนักถึงการพึ่งพากันและกันอันเป็นสิ่งจำเป็น และเราจะต้องยกระดับความเป็นอยู่ที่ดีของชุมชนและมนุษยชาติให้อยู่ในระดับมาตรฐานด้วยตัวเรา <p>...ในโอกาสวันวิสาขบูชานี้ ขอให้เราทุกคนทั้งพุทธศาสนิกชนและผู้ที่ไม่ใช่พุทธศาสนิกชน ร่วมใจกันแก้ปัญหาของเหล่ามนุษยชาติอย่างมีเมตตากรุณาและมีจุดมุ่งหมาย โดยปราศจากความเกลียดชังและความคิดอกุศล ขอให้เราใชัความพยายามอย่างที่สุดในทุกวันที่จะพัฒนาตัวเราและโลกของเรา ในการนี้ ขออวยพรให้ทุกท่านมีความสุขในวันวิสาขบูชา วันสำคัญสากลของโลก</p>
</em><p>พรุ่งนี้…ในวาระวันแห่ง “ผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน” อย่าลืมให้เวลากับตัวเองในการสร้างความดี เริ่มด้วยการตื่นแต่เช้าตรู่เพื่อถวายทานด้วยการใส่บาตร... ตลอดทั้งวันขอให้เป็นวันแห่ง “มหาสติ”คือการรักษาศีล ๕ และเจริญภาวนาในทุกอิริยาบถ.... หากยามย่ำค่ำได้เวียนเทียนถวายเป็นพุทธบูชา อย่าลืมอธิษฐานจิตให้ชีวิตเรามีความงดงามสงบเย็นและเป็นดั่ง “แสงสว่าง” ให้กับทุกผู้คนบนโลกใบนี้…</p></font><h3>Peace in Oneself….</h3><h2>Peace in Our World…. </h2>
พรุ่งนี้ได้อานิสงส์หยุดกะเขาเหมือนกัน แต่คงอยู่เฉยไม่เป็นตามสไตล์เด็กไฮเปอร์ ว่าจะทำสิ่งดีๆ บ้าง เริ่มกับคนในบ้านก่อนน่าจะง่ายที่สุด แล้วค่อยทำธีมแจกใน G2K ต่อเป็นแผนสอง "การให้เป็นเหตุให้มีความสุขมากกว่าการรับ" :)
จริงๆ ก็เคยช่วยงานลักษณะที่จัดเพื่อเผยแผ่ "ความดีสากล" หลายครั้ง ทั้งงาน World Peace และงานของ Bhrama Kumari ที่อังกฤษในปีที่ผ่านมา แต่ก็ยังไม่อินกับเรื่องต่างๆ ที่เขาให้นำเสนอ พยายามแล้วได้แค่รู้และเข้าใจ แต่เข้าไม่ถึง สงกะสัยว่าตัวเองเป็นบัวเหล่าไหนหนอ เทียบไม่ถูก ถ้าให้เทียบเป็นเรื่องข้าวละมานกับข้าวสาลีน่าจะง่ายกว่า
ปล. ขอบพระคุณในความเอื้อเฟื้อเรื่องหนังสือค่ะ แต่ว่าจะลองหาอ่าน preview จากเน็ตดูก่อน เกรงใจไม่อยากรบกวนค่ะ ถ้าอ่านแล้ว get ก็จะสั่งซื้อผ่านเน็ตเอาดีกว่า
คุณLittle Jazz
นอนดึกตามเคยนะคะ....
ใช่แล้วค่ะ ความสุขคือการได้ทำความดี เริ่มจากคน "ใกล้ตัว" ก่อน...ผู้ให้ย่อมได้รับค่ะ
ไม่ค่อยมีความรู้เรื่อง "ธีม" เลยค่ะ หากมีเวลาและโอกาส ช่วยเป็น "ครู" ให้ความรู้หน่อยนะคt
เคยไปร่วมงาน world peace ที่เจนีวาเมื่อหลายปีที่แล้วค่ะ ได้รู้จักเครือข่ายที่ทำงานด้าน world peaceอยู่หลายเครือข่าย และเมื่อสามปีก่อน ก็ได้ไปร่วมเสนองานเกี่ยวกับ education for peace ที่ UN Newyork ค่ะ มีโอกาสรับรู้งานของท่าน Bhrama Kumari จากเวทีเหล่านี้ค่ะ แต่พอช่วงสองสามปีมานี้ งานอื่น ๆ เอาเวลาไปหมด ....เลยตั้งใจจะทำ world moral forum ที่เมืองไทยในปีหน้า ตั้งใจจะดึงเครือข่ายที่ทำงานด้าน world peace ที่เคยได้รู้จักกันมาก่อนเข้าร่วมการประชุมด้วยค่ะ
หากคุณ Little Jazz มีเวลา อยากชวนมาร่วมเป็น "ทีม" ในการจัด world moral forum ด้วยกันนะคะ
ลองแบ่งเวลาแต่ละวันทำ "ใจหยุด" "ใจนิ่ง" นะคะ โดยค่อย ๆ ทำอย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ...แล้วจะค่อย ๆ IN กับเรื่องราวของ "peace" โดยเฉพาะ "innerpeace" ค่ะ
พรุ่งนี้ต้องใส่บาตรแต่เช้า...Bonne Nuit ค่ะ
อย่าลืมให้เวลากับตัวเองในการสร้างความดี
...........................
ประทับใจคะ ....ให้เวลากับตัวเองในเรื่อง ความดี
ขอบคุณคะ
อ่านบันทึกของอาจารยืแล้ว..รู้สึกเย็นทั้งกายและใจเลยคะ...ขอบพระคุณมากนะคะ
ดูแลสุขภาพด้วยนะคะ
http://gotoknow.org/blog/Myself/99993
Peace in Oneself….
Peace in Our World….
ชีวิตเป็น "ของน้อย" ค่ะ ศัตรูที่แท้จริงของเราคือ "เวลา" ค่ะ ดังนั้น...ต้องให้ทุกขณะของชีวิตเป็นไปเพื่อการสร้าง "ความดี" ให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ค่ะ เพราะมีแค่ "พลัง" แห่งความดีเท่านั้นที่จะเป็น "แรงขับเคลื่อน" ให้ชีวิตไปสู่ "เป้าหมาย" ที่แท้จริงของชีวิตค่ะ
...อย่าลืมแบ่งเวลาในชีวิตเพื่อทำความดีนะคะ
และหากทำอยู่แล้ว...ก็ทำให้ยิ่ง ๆ ขึ้นไปค่ะ...
ขอเป็น "กำลังใจ" นะคะ