รวมตะกอนเด็ด วาทะเด่น ผลึกผล ทางการศึกษาไทย ใน G2K ตอนที่ 2 (ตะกอนล้นครับ)

อยากจะเชิญชวน พวกเราชาว G2K ทุกท่าน มาโพสต์มุกเด็ดๆ ตะกอนที่กลั่น หรือกวนกันจนตกผลึก มารวมๆ กันไว้ โดยมีเงื่อนไขง่ายดังต่อไปนี้ครับ

สวัสดีครับทุกท่าน

          สบายดีกันไหมครับผม    เนื่องจากตอน ที่ 1 จากบทความนี้ รวมตะกอนเด็ด วาทะเด่น ผลึกผล ทางการศึกษาไทย ใน G2K (มียอดให้คุณต่อครับ)  โพสต์ตะกอนใส่จน การจัดหน้ามีปัญหาไปแล้วนะครับ ดังนั้น ขอเปิดหน้านี้ ตอนที่ 2 นะครับเพื่อ รับช่วงต่อนะครับ ท่าทางคึกคักมาก และเจอตะกอนและผลึกทางการศึกษากันเพียบเลยครับ

     อยากจะเชิญชวน พวกเราชาว G2K ทุกท่าน มาโพสต์มุกเด็ดๆ ตะกอนที่กลั่น หรือกวนกันจนตกผลึก ผมขอเรียกเป็น ผลึกผล (เลียนแบบผลิตผล) ก็แล้วกันนะครับ มารวมๆ กันไว้ โดยมีเงื่อนไขง่ายดังต่อไปนี้ครับ

  1. ประโยคเด็ดๆ หรือข้อความเด็ดๆ ที่ท่านชอบ แล้วโดนๆ (หากเป็นประโยคเด็ดๆ หลายๆข้อความ ในบทความเดียวกัน ก็ใส่หลายๆ ท่อนได้เลยครับ)

  2. จากบทความไหน อาจจะเป็นลิงก์ หรือชื่อบทความแล้วลิงก์ไปยังบทความนั้น (นำไปสู่การถกและประชาสัมพันธ์กันต่อ)

  3. ชื่อบล็อก หรือ รูปภาพ หรือ ทั้งชื่อและรูปภาพ เพื่อชื่นชมครับ อาจจะไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ในชื่อบทความก็ได้ครับ อยู่ในส่วนของการแสดงความเห็นก็ได้นะครับ

หมายเหตุ หากบทความไหนที่เจ้าของบทความ หรือเจ้าของความเห็นรู้สึกว่า ไม่สมควรหรือโพสต์ที่นี่แล้วไม่สบายใจ ก็แจ้งบอกมาได้นะครับ ผมยินดีจะเอาออกให้นะครับ แจ้งไว้ทางโพสต์คำถามเลยก็ได้นะครับ 

ปล. คำว่า ผลึกผล  คงทำให้หลายท่านงง ครับ คือจริงๆ ไม่มีอะไรนะครับ อาจจะเป็นผลผลึกก็ได้ครับ เลียนแบบ ผลิตผล หรือ ผลผลิต หรือ ผลิตภัณฑ์ แต่ อันนี้ เป็น ผลึกผล(ทางความคิด) เลยของตั้งให้ แปลกสมอง (เลียนแบบแปลกหู แปลกตา ครับ) หน่อยละกันนะครับ ไม่ว่ากันนะครับ  

ขอบคุณทุกท่านมากๆ และล่วงหน้า ที่ให้ความร่วมมือนะครับ

เม้ง สมพร ช่วยอารีย์

ปล. บทความนี้ล้นครับ เชิญตอนที่ 3 ได้ที่ รวมตะกอนเด็ด วาทะเด่น ผลึกผล ทางการศึกษาไทย ใน G2K ตอนที่ 3

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน มิสเตอร์ช่วย



ความเห็น (100)

รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น
เขียนเมื่อ 

 จาก 

Pคนไร้กรอบ
อริยชน
http://gotoknow.org/blog/ariyachon/100774 
ชายไทย หลายคน ถูกฝึกมาให้ คิดแบบผิดๆ

กระบวนทัศน์ ความเชื่อ  วัฒนธรรม   ที่ชายไทยบางคน (ย้ำ บางคน) ปลูกฝังมา  ส่งผลต่อ การเป็นคน  ปิดกั้นการเรียนรู้   เป็นพวก ignorant ในบางหัวข้อวิชา

เช่น

  • ผิด  แต่ อย่ายอมรับผิด  เสียฟอร์ม  โดยเฉพาะ กับ เมีย
  • หญิงมีชู้ เลวสุดๆ  ฆ่าทิ้งได้  แต่ ชายเที่ยวผู้หญิง   มีชู้  ไม่เป็นไร ถือว่า เก่ง
  • รับน้องใหม่  คือ กินเหล้า เที่ยวผู้หญิง 
  • กด เก็บ ความรู้สึกเอาไว้  อย่าแสดงออก    โกหกดีกว่าใครจับได้ว่าเป็น "ไอ้อ่อน"
  •  เสียสัตย์  ดีกว่า เสียหน้า
  • ฯลฯ

 สังคมไทย ไม่ช่วยกัน   ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม   โยนความผิดมาให้ พ่อแม่ไม่สั่งสอน  ครูไม่สอน 

ในขณะที่ ครูคนใหม่  คือ สื่อมวลชน  ละคร ทีวี หนัง  นักการเมือง ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง  นักแสดง นักการตลาด นักโฆษณา  ฯลฯ บางคน (ย้ำ บางคน)   ไม่รับผิดชอบ ต่อการ ปรับเปลี่ยนวิธีคิด

ในการบริหารงาน  เราจึงเจอ ปัญหา  การ "แข็ง" "ดื้อเงียบ" "เก็บความรู้สึกที่ดีๆ"

ผมชอบ ที่ คนปูนฯ ไปเรียน สุนทรียสนทนา กับ หลาน อจ วิศิษย์ วังวิญญู   ที่ บอกว่า   คนเราเกิดมา มีไพ่ (Playing cards) เท่าๆกัน  แต่ พอโตขึ้น   เราทิ้งไพ่ดีๆ ออกไป   เราปรับตัวด้วยการทำลายสิ่งดีๆในตัวเรา   เราต้องการให้ คนยอมรับ เช่น รุ่นพี่ที่คณะ  เจ้านายที่ทำงาน  ฯลฯ   จน เราสูญเสีย สิ่งดีๆไป

ผมเสริมว่า  นอกจาก จะทิ้งไพ่ดีแล้ว  ยังเพิ่มไพ่ไม่ดีอีกด้วยซ้ำไป

ได้ สันดานไม่ดี  อีกมากมาย มาจาก การคบคนพาล (คนที่ไม่ชี้ช่องทาง พ้นทุกข์)   ไม่ฟังธรรมตามกาล  ฯลฯ

เขียนเมื่อ 

พักสายตา

เขียนเมื่อ 



 

พักสายตา คลายริมฝีปาก

เขียนเมื่อ 

เขียนเมื่อ 
%e0%b8%94%e0%b8%ad%e0%b8%81%e0%b8%9b%e0%b8%a3%e0%b8%b0%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%a1%e0%b8%aa%e0%b8%b8%e0%b8%ab%e0%b8%a3%e0%b8%b5
เขียนเมื่อ 
Sa400046
เขียนเมื่อ 
เขียนเมื่อ 

วันนี้ขอเอาจดหมายของลูกถึงพ่อมาลง ความรู้สึกไม่อาจบรรยายได้ ขอโทษครับ

http://gotoknow.org/blog/knowtogo12345/100030
ฮาโหล  ๆ ๆ ป๊า

พอบลูอ่านสิ่งที่ป๊าบันทึกไว้ บลูก็เข้าใจว่าส่งที่ป๊าจต้องการสื่อให้ลูกคืออะไร

บลูยอมรับและเคารพในสิ่งที่ป๊าสอน และบอกเสมอและบลูก็ไม่เคยบอกว่าสิ่งที่ป๊าสอนผิด บลูเชื่อเสมอว่า ทุกคนมีความเชื่อเป็นของตัวเอง มีหลักของตัวเองในการดำเนินชีวิต การที่เราจะรับหลักการของใครซักคนมา บลูมองว่า มันเป็นเรื่องดีที่จะได้เปิดมุมมองใหม่ ๆ ไม่ใช่จมอยู่แค่กับหลักการของตัวเอง แล้วบอกตัวเองว่าสิ่งที่ฉันคิดถูกต้องที่สุด บางครั้งมุมมองของคนกวาดขยะ อาจทำให้นักวิชาการอึ้งไปเลยก็เป็นได้

สิ่งที่บลูอยากจะเพิ่มเติมให้ป๊าคือ สังคมทุกวันนี้เรียกได้ว่า เป็นสังคมของการเอาตัวรอด มนุษย์ทุกวันนี้มีชีวิตเพื่อเอาตัวรอด ทุกสิ่งที่เรากระทำเพื่อการเอาตัวรอดทั้งนั้น มันถึงไม่แปลกอย่างที่ป๊าบอกมา

แต่สิ่งหนึ่งที่บลูอยากจะบอกคือ ถ้าหากเราพยายามซ่อมแซมมัน มันก็จะกลับมาเสียอีก และทุกครั้งที่มันเสีย เราก็จะซ่อม เป็นวงจรอย่างนี้ไปเรื่อย ๆ และก็ไม่มีวันจบสิ้น สิ่งที่จะทำได้คือ อย่าไปซ่อมมัน มองเข้าไปในมัน ในสิ่งนั้น มองว่าที่มันเสียเพราะอะไร จับมันให้ได้ แล้วกำจัดมันทิ้งไปซะ รับรองได้ว่า มันจะไม่มีวันกลับมาเสียได้อีก

สำหรับบทความที่ป๊าเขียน บลูดีใจที่ป๊าเป็นห่วงบลู และบลูอยากจะบอกป๊าว่า ทุกสิ่งที่บลูพูดและบลูทำให้ป๊า ก็เกิดมาจากความรู้สึกเดียวกันกับป๊า ที่ป๊าพยายามทำทุกสิ่งให้บลู มันมาจากความรู้สึกรัก และ เป็นห่วง อยากให้ป๊าเข้าใจแค่ว่า ลูกรักป๊ามาก และลูกก็รับรู้ได้ว่าป๊ารักลูกมากเช่นกัน และลูกของป๊าคนนี้ก็ไม่อยากให้อะไรมาขวางกันความรักระหว่างเรา มันจะเป็นความรักที่ เต็ม 100% บลูอยากให้ป๊าอนุญาติ ที่จะให้บลูได้รักป๊าอย่างเต็มที่ และบลูก็พร้อมที่จะให้ป๊ารักบลูได้อย่างเต็มที่เช่นกัน

รักป๊าน่ะค่ะ ^____^

ลูกบลู

เขียนเมื่อ 
เขียนเมื่อ 

Winter
ดาวน์โหลด

00878_1
ดาวน์โหลด

Sunset
ดาวน์โหลด

ภูมิทัศน์

ภูมิทัศน์

http://gotoknow.org/blog/dream-farm/96818

ดอกไม้ หลังฝนพรำ : ภาพดอกไม้ กลีบบาง หลังฝนพรำ
ผ่อนคลาย สายตา ผ่านดอกฟ้าหลังฝนพรำ

ลีลาวดีกลีบนี้ใช้เลนส์มาโครถ่ายขนาด 10X 

ลีลาวดีดอกเดียวกันแต่ถ่ายเต็มดอก

 

กล้วยไม้ช่อนี้สองปีออกดอกให้ชื่นชมแค่ดอกเดียว ดอกนี้แหละ

อีกมุมหนึ่งของกล้วยไม้

กิ่งฟ้ากิ่งฝัน

กล้วยไม้ไรไม่รู้ ไอ้มดเอ็กซ์ มันชอบมาดูดน้ำหวาน

หยดน้ำหลังฝน จับอยู่บนดอกไม้ ช่างสวยงามจริงๆ

เห็นเจ้ามดไหมมันไต่อยู่บนกลีบดอก

ขออีกมุมนะ มีแค่ช่อนี้ช่อเดียว แต่ถ่ายหลายมุมหน่อย

ลีลาวดีสีขาว เปื้อนน้ำตาฟ้า

P
แผ่นดิน
เมื่อ อา. 11 มี.ค. 2550 @ 19:38 [189982]

สำหรับชาวบ้าน....ป่าเป็นซุปเปอร์มาเก็ตชั้นเยี่ยมของชาวบ้าน 

ชาวบ้านที่ผมเคยไปร่วมกิจกรรมและช่วยเหลือเกี่ยวกับการประสบอุทกภัย น้ำท่วม โคลนถล่ม  เกือยทั้งหมดจำนนต่อปัญหาหลักคือ  การทำลายป่าไม้

 จาก http://gotoknow.org/blog/mrschuai/83311

P
nuch รุจิราพร โชคพิพัฒน์พร
เมื่อ พฤ. 15 มี.ค. 2550 @ 23:53 [194563]

 

เจ้าถั่วงอกรู้จักวิถีแห่งการดำรงชีวิต  ตั้งแต่แรกเกิด  เหมือนเด็กทารก  ที่รู้ว่าจะต้องเอาปากของเขา จู๊บกับนมแม่

สิ่งมีชีวิตทุกชีวิตมีสัญชาติญาณในการอยู่รอดทุกสรรพชีวิต

 จาก http://gotoknow.org/blog/mrschuai/99502

เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ คุณถ่ายรูปเก่งนะ สวยจัง รูปนี้ ถ่ายไว้เหมือนกัน เลยเอามาให้ดูด้วย ใช้กล้องPanasonicค่ะ

http://gotoknow.org/blog/dream-farm/91284

P
อ.ลูกหว้า
เมื่อ ศ. 16 มี.ค. 2550 @ 00:04 [194579]
  •  "คนเราต้องรู้จักโอนอ่อนผ่อนตามบ้าง  ต้องรู้จักยืดหยุ่น...   บางครั้งเราอาจจะมีความคิดเห็นที่ขัดแย้งกับคนอื่น   ถ้าเรายังดึงดันก็คงอยู่รอดลำบาก  แต่ถ้าเรารู้จักปรับตัว  ปรับความคิดให้สามารถเข้ากับผู้อื่นได้  ก็จะอยู่รอดในสังคม ...."

จาก http://gotoknow.org/blog/mrschuai/99502

P
คุณ รัตติยา เขียวแป้น
เมื่อ ศ. 16 มี.ค. 2550 @ 00:13

แม้แต่ถั่วเขียวเม็ดเล็ก ๆ ยังรู้จักดำรงชีวิตอยู่ แม้จะอยู่ในกะบะใบเล็ก ๆ ขอเพียงเจ้ากล้าผจญกับแสงแดดที่สาดส่องเข้ามา

แล้วมนุษย์เราหละ  มีหนทางให้เลือกตั้งมากมาย ไฉนเลย เมื่อพบกับปัญหา จะยอมจนตรอกเชียวหรือ  หันหน้าเผชิญกับแสงแดด เช่น ถั่วงอกสิ แล้วท่านจะพบอะไรมากมายภายใต้แสงแดดนั้น

 จาก http://gotoknow.org/blog/mrschuai/99502

P
รตนญาณ
เมื่อ ศ. 16 มี.ค. 2550 @ 00:14

คุณครูภาษาไทยอีกคนที่ไม่ธรรมดา

"ในความไม่เปลี่ยนแปลง จะแฝงไปด้วยความเปลี่ยนแปลงและในความเปลี่ยนแปลงที่พัฒนาขึ้นอย่างช้าๆ ...สุดท้ายก็ยังคงความเป็นตัวตน"

จาก http://gotoknow.org/blog/mrschuai/84318

P
paew
เมื่อ ศ. 16 มี.ค. 2550 @ 00:28  [194622]

มนุษย์ มีสมอง มีปัญญา ฉะนั้น เมื่อรู้ว่าสิ่งใดมีประโยชน์ก็ย่อมจะแสวงหาสิ่งที่ก่อประโยชน์ให้กับตัวเอง เพื่อความอยู่รอดต่อไป.....

มนุษย์ที่ทำลายสิ่งแวดล้อม ประหนึ่งทำลายชีวิตตนเอง แสดงถึงความโง่เชลาเบาปัญญา หรอมีปัญญาน้อยกว่าต้นไม้......

คนชำนาญเรื่องสัตว์ที่เข้าใจสิ่งแวดล้อม จาก http://gotoknow.org/blog/mrschuai/84318

 

P
Mr.Direct
เมื่อ ศ. 16 มี.ค. 2550 @ 01:04

สรรพสิ่งในโลกย่อมต้องดิ้นรนเพื่อการอยู่รอด...

ดังเช่นตันไม้ย่อมพยายามเอนลำต้นไปหาแสงสว่าง แต่บังเอิญเป็นต้นถั่วที่ลำต้นขาดความแข็งแกร่ง เลยต้องเสียการทรงตัวที่ดี หากเป็นต้นไม่ใหญ่แค่แตกกิ่งก้าน สาขาไปก็อยู่รอดได้ ยังคงยืนลำต้นได้ตรงดังเดิม....

เปรียบเหมือนมนุษย์ แม้เราต้องปรับเปลี่ยนตัวเองบ้างเพื่อการอยู่รอด แต่ต้องไม่ทิ้งจุดยืนหรืออุดมการณ์ของตัวเองครับ...

หนุ่มเทคโนโลยีที่ไม่ทิ้งสังคม...จาก http://gotoknow.org/blog/mrschuai/84318

P
ย่ามแดง
เมื่อ ศ. 16 มี.ค. 2550 @ 15:15
  • "ต้นไม้ต้องการแสงสว่างเพื่อการเติบโตฉันใด  มนุษย์ย่อมแสวงหาปัญญาเพื่อพัฒนาตนเอง ฉันนั้น"

หนุ่มเมืองตำน้ำกิน บินหาฝันในแดนใต้ จาก http://gotoknow.org/blog/mrschuai/84318

P
ชอลิ้วเฮียง
เมื่อ ศ. 16 มี.ค. 2550 @ 16:53

พืชก็มีการจัดการความรู้เหมือนมนุษย์ มันรู้ว่าอะไรที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของมัน เช่น มันหันเข้าหาแสง เพราะรู้ว่าแสงช่วยในการสังเคราะห์แสงของมัน...ต่างจากมนุษย์บางคนที่ยังไม่รู้ว่า ชีวิตตัวเองต้องการอะไร อะไรคือความรู้ที่จำเป็นของชีวิต...มนุษย์บางคนยังหลงไปกับอวิชชา

นักวิชาการศึกษา ที่ชื่อว่า ชอลิ้วเฮียง จาก http://gotoknow.org/blog/mrschuai/84318

P
ชล บุนนาค
เมื่อ ศ. 16 มี.ค. 2550 @ 17:05
  • เพราะสิ่งนี้เกิด สิ่งนี้จึงเกิด... เพราะถั่วงอกเป็นพืช ในพืชมีสารเคมีที่ทำปฏิกิริยากับแสงแดดและทำให้พืชโน้มตัวไปหาแสง เพื่อรับแสงมาผลิตอาหารให้ตัวเอง
  • ฉันใดก็ฉันนั้น
  • คนบางคนที่ไม่รู้ว่าชีวิตตัวเองต้องการอะไร หรือความหลงอื่นๆ (อวิชชา) ก็มีเหตุ มีเงื่อนไขของมัน
  • บางคนที่โอนหัวก้มต่ำให้ทรราชย์ ก็มีเหตุ มีเงื่อนไขบางอย่าง เกี่ยวโยงถึงประวัติชีวิตของเขา ... ไม่ต่างอะไรกับ เส้นทางการวิวัฒนาการของถั่วเขียว
  • บางคนที่โอนหัวให้กับ กษัตริย์ที่เปี่ยมคุณธรรม ดุจแสงอาทิตย์ให้ชีวิต ก็มีเหตุมีเงื่อนไข มีประวัติศาสตร์ของมันเช่นกัน
  • มาเรียนรู้กันเถอะ

คนทำกิจกรรม ที่ไม่ธรรมดา อีกคนครับ จาก http://gotoknow.org/blog/mrschuai/84318

เขียนเมื่อ 
Faith Background   http://gotoknow.org/file/sspdnong/view/81769

กลับบ้านค่ำ  http://gotoknow.org/file/skuikratoke/view/81762

ดอกแก่นตะวันอีกมุมมองหนึ่ง  
P
ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์
เมื่อ พฤ. 22 มี.ค. 2550 @ 04:32 

หากผมถามท่านครูกลับครับ หากผมให้ท่านครูมองว่า ต้นถั่วนั่น คือนักวิจัยไทย แล้วแสงนั่นท่านครูจะเทียบให้เป็นอะไรครับ

แสงรึ ไม่ทราบว่าจะถูกหรือผิดนะ แสงน่าจะเป็นชุดความรู้ งานวิจัยต้องเล่นกับความรู้หลายชุดมันถึงจะเจ๋ง

เม็ดถั่วที่ไม่มีน้ำ  ไม่มีแสง ในที่สุดมันก็จะเป็นถั่วเน่า สูญเสียอัตราความงอก ก็เหมือนนักศึกษาที่เรียนเล่นๆจะเอาแต่กระดาษ อย่างที่อาจารย์จันทรัตน์บ่นๆๆๆๆ

  • เสียเวลา
  • เสียงบประมาณ
  • เสียอนาคตในการแข่งขันของชาติ
  • ถ้าพ่อเม้งมีโอกาสเลือกงานที่จะอุทิศทำเต็มที่สนองคุณแก่โลก ควรเลือกทำเรื่องคน สำคัญที่สุด
  • เรื่องระบบนิเวศฯนิแวดก็ยังรอง เรื่องมนุษย์ขี้เหม็น เพราะโลกจะปกติ หรือวิบัติ ก็เพราะคน
  • ธรรมชาติมันมีระบบที่ดีเลิศอยู่แล้วไม่ต้องไปพัฒนาอะไร ควรมาพัฒนาคนให้รู้วิธีที่-จะมอง -จะใช้-จะอาศัย-จะเกื้อกูล-จะเข้าใจ -จะตระหนัก -จะสังเคราะห์ ให้เกิดความพอดีระหว่างคนกับธรรมชาติ

สมัยพุทธกาลได้วางรากฐานเรื่องนี้ไว้อย่างดี

  • ให้คนอยู่อย่างเจียมเนื้อเจียมตน
  • ในช่วงเข้าพรรษายังไม่ให้ออกไปเดินย่ำเยียบจุลินทรีย์
  • ถ้าสังคมอยู่ภายใต้ความตระหนักถึงสิทธิหน้าที่ของสรรพสิ่งบนโลก เราแทบจะเตะต้องต้นไม้ไม่ได้เลย
  • เอ็ง! เอาสิทธิอะไรมาโค่นข้าว่ะไอ้มนุษย์บ้า
  • เอ็ง!รู้จักข้าน้อยไป ต่อไปนี้พวกเอ็งจงรับบาปกรรมที่เอ็งกระทำกับข้า
  • ความแห้งแล้งจะมาเยือนเอ็ง แผดเผาจนเอ็งสะดุ้งทั้งวันและคืน
  • อุทกภัยจะมาท่วมไร่นาเอ็ง.!
  • แผ่นดินไหว วาตะภัย สึนามิ จะมาคร่าชีวิตพวกเอ็ง
  • โรคร้ายต่างๆจะมาแทรกอยู่ในเซลย์ของเอ็ง
  • เอ็ง! จะต้องหาเงินง๊อกๆมาแก้ไขความผิดปกติที่เกิดจากความผิดพลาดของเอ็ง
  • เมื่อน้ำมันใต้ดินลดลง รายจ่ายเอ็งจะเพิ่มขึ้น
  • เอ็ง! ต้องจ่ายค่าโง่จนหัวโตแน่
  • เอ็งหนีไม่พ้นหรอก แม้แต่จะหนีไปดาวดางอื่น เพราะไปไหนเอ็งพกเอาความโง่ไปด้วย
  • กิเลศ+ความโง่ จะฆ่าพวกเอ็งทุกคนที่ละน้อย
  • แม้แต่เจ้าเม้ง!ลูกหลานเอ็งก็หมดโอกากาสที่จะมาแก้ไขปัญหานี้
  • เพราะพวกเอ็งทั้งโลกรมปู้ยี้ปู้ยำข้า คนนิดหน่อยๆจะมาแก้ระบบทำไม่ได้ พระพุทธองค์ยังยกธงขาวมาแล้ว ไอ้พวกดอกบัวดอกที่5 อย่างหนาตราช้างมีอยู่ค่อนครึ่งโลก มันขยายพันธุ์โง่ ตั้งวิชาโง่ๆขึ้นมาเรียน วิชาทำลายล้างโรคทั้งนั้น ไปเจาะดูเถิด ชีวะ เคมี ฟิสิกส์ ฯลฯ มันเป็นวิชาพวกบาป
  • วิชาความรู้ที่อยู่ในธรรมชาติมันไม่รู้ไม่เรียน เข้าไม่ถึง
  • อยากรู้ใช่ไหม
  • หาผ้าขาว ดอกไม้ไปกราบคนที่ชื่อท่าทราย ให้ช่วยอธิบายว่าจะเรียนวิชานี้อย่างไร?
  • พูดไปมันก็กระเทือนซางคน เอ็ง!ก็มาย้ำให้พูดให้แสดงความเห็น
  • บังเอิญว่าเพิ่งเปิดวิชามั่นใส้ศาสตร์ เลยอาศัยช่องโหว่ตรงนี้มาตอบเจ้าไงเจ้าเม๊งเอ๊ย อย่านึกว่าที่คิดไว้จะได้ทำ หรือทำได้ ต้องปรับโจทย์เสียใหม่ สงครมความคิด แม้แต่ท่านบรมศาสดายังต้านไม่อยู่
  • ศีล สมาธิ ปัญญา หรือจะสู้ไวอะกร้าได้
  • ฮะๆๆ ข้าไปละเม้ง ขืนอยู่นานเดี๋ยวรับบาทาเป็นอาหารเช้า

ปราชญ์ชาวบ้านจากบ้านตำน้ำกิน จาก http://gotoknow.org/blog/mrschuai/84318

P
  • มนุษย์พายามเอาชนะธรรมชาติ  โดยการเข้าถึงสภาวะธรรมชาติแล้วดัดแปลงเอามาใช้ประโยชน์  ดีมาก
  • แต่การดัดแปลงธรรมชาตินั้นมิใช่ประโยชน์แห่งมนุษยชาติเสียแล้ว  มันเพื่อประโยชน์ทางธุรกิจ  ซึ่งเกิดความเป็นธรรมชาติ หักหาญธรรมชาติมากเกินไป  แล้วเมื่อหักหาญมากเกินไปก็แสดงพลังออกมา ก็เป็นไปตามกฏของธรรมชาติอีกนั่นแหละ

ปราชญ์ผู้ทำหน้าที่เข็นครกขึ้นภูเขา ในดงหลวง จาก http://gotoknow.org/blog/mrschuai/84318

เขียนเมื่อ 

เพชรเม็ดงามเริ่มทอแสง

http://gotoknow.org/blog/engreader/100815

P

ครู...ที่ปฏิบัติการ   มีการจัดการ   มีการทำแผน  แต่ขาดความเป็นมืออาชีพ ...ยังคงแต่มีอาชีพเป็นครู  
อยากให้ครูปรับเปลี่ยน  พฤติกรรมในบางเรื่อง...ดังคำคมว่า...อย่าทำตัวเป็น...ชาล้นถ้วย  ควรจะพัฒนาตนเองตลอดเวลาในทุกๆด้านของพฤติกรรม    ยังคงที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมความเป็นมืออาชีพเสมอ  
ทำไมครูอ้อยถึงพูดถึง  มีอาชีพเป็นครู...ใครจะว่าใครได้  เรื่องนี้  ตัวเองถึงจะรู้ตัวเองดีกว่าใครว่า  จะจัดตนเองเข้าไปอยู่ในพวกใด  หากแบ่งเป็น 2 ค่าย  คือ  ค่ายมืออาชีพ  กับค่ายมีอาชีพเป็นครู   
การศึกษาจะพัฒนาไปไม่ได้เลยฉันใด  หากครู..ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในเรื่องพัฒนาตนเอง..ฉันนั้น 
ทำไมครูอ้อยถึงพูดถึง  มีอาชีพเป็นครู...ใครจะว่าใครได้  เรื่องนี้  ตัวเองถึงจะรู้ตัวเองดีกว่าใครว่า  จะจัดตนเองเข้าไปอยู่ในพวกใด  หากแบ่งเป็น 2 ค่าย  คือ  ค่ายมืออาชีพ  กับค่ายมีอาชีพเป็นครู   
การศึกษาจะพัฒนาไปไม่ได้เลยฉันใด  หากครู..ยังไม่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมในเรื่องพัฒนาตนเอง..ฉันนั้น 



ดอกไม้หน้าบ้านผมเองครับ จาก  http://gotoknow.org/blog/mrschuai/84476

 P
สิริพร กุ่ยกระโทก
แม่พิมพ์ของชาติอีกท่านหนึ่งครับ

  • หากโรงเรียน...เหมือนบ้าน  หลังที่สองของพวกเขา   เชื่อได้เลยว่า    นักเรียนจะเรียนรู้อย่างมีความสุข  
  • จาก บทความ บ้านหลังที่สองของนักเรียน http://gotoknow.org/blog/seminar/94260
Meng
IP: xxx.173.249.210
เขียนเมื่อ 
P
สิทธิรักษ์  
(แพนด้าผู้เกิดมาเพื่อค้นหาตะกอนการศึกษา)

วันนี้อากาศร้อนมาก ไมได้ไปไหนอยากเข้ามาทักทายลูกๆ  ป๊าได้บันทึกไปก่อนหน้านี้ คิดว่าขาดอะไรๆ อีกเยอะ   รวบรวมสติอารมณ์ได้ก็เลยมาบันทึกต่อ

  • ที่ว่าทุกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นย่อมมีสาเหตุของมัน  มันเกิดขึ้น ด้วยตัวของมันเองไม่ได้ 
  • ทุกข์สิ่งทุกอย่างในโลก มันเคลื่อนไหวเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาไม่มีอะไรที่หยุดนิ่ง  แต่อยู่ภายใต้กฏของมัน
  • คนดี อาจกลายเป็นคนเลวในวันหนึ่ง
  • คนเลว อาจกลายเป็นคนดีในวันหนี่ง
  • คนรวยอาจกลายเป็นคนจนในวันหนึ่ง
  • คนจนอาจกลายเป็นคนรวยมหาศาลในวันหนึ่ง
  • คนฉลาด อาจกลายเป็นคนโง่ในวันหนึ่ง
  • คนที่ดูโง่ อาจกลายเป็นคนฉลาดมากๆในวันหนึ่ง                           

           ที่บันทึกมานี้อาจจะทำความกระจ่างไม่ได้  ก็เพราะลูกๆจะต้องปรับระบบการรับรู้เพิ่มขึ้น มีอารมณ์การรับรู้มากขึ้น  จัดแนวการรับรู้มากขึ้น  วิธีคิดจำเป็นจริงๆ  ในการรับรู้   ในเวลาต่อไปป๊าคงได้ขยายความอีก

 บทความดีๆ จาก บล็อกภูมิคุ้มกัน (รู้ที่จะไป) http://gotoknow.org/blog/knowtogo12345/100030

ปล. ขออนุญาตตรงนี้เลยนะครับ (ตอนนี้เนทหลุดครับ)

เขียนเมื่อ 
สวยนะ     http://gotoknow.org/file/story_love/view/81708
ต้นไม้ต้นที่ใหญ่ที่สุดในเส้นทางศึกษาธรรมชาติ ซึ่งเล่าว่า ตอนแรกเป็นกาฝากแล้วอุ้มหรือฮุบเอาต้นไม้ต้นนั้น มีฉายาเรียกด้วยค่ะ แต่ขออภัยจำไม่ได้
เขียนเมื่อ 

 บล๊อกเกอร์เด่น วาระดี  วิสัยทัศน์เยี่ยม

http://gotoknow.org/blog/knowtogo12345/100030

P
ดอกไม้ทะเล
เมื่อ อ. 05 มิ.ย. 2550 @ 07:55 [282819]

  ครึ่งชีวิตแรกสำหรับการเรียนรู้ว่าพ่อแม่รักลูกแค่ไหน   ผ่านการแสดงออกที่ลูกๆต้องเรียนรู้ที่จะทำความเข้าใจ  และบางครั้งก็อาจไม่เข้าใจ....ทั้งนี้ โดยไม่มีคำอธิบายจากพ่อแม่  ว่าที่ทำไปอย่างนั้นเพราะรัก  และห่วงใยอย่างสุดซึ้ง

          ครึ่งชีวิตหลังสำหรับการเรียนรู้ว่าทุกคนในครอบครัว รักกันมากแค่ไหน  เพราะอาจถึงวันหนึ่งที่ลูกจะต้องจากบ้านไปแสนไกล  ไปในที่ๆพ่อแม่ตามไปปกป้องดูแลไม่ได้  ได้แต่ส่งความรักความห่วงใยอย่างมหาศาลไปถึงลูก  และตั้งตารอคอยวันที่ลูกจะกลับมา

 ดิฉันก็รู้สึกเองโดยความเป็นลูกว่าคนสองคนที่เรารักมากที่สุดในชีวิตคือพ่อกับแม่  เพียงแต่สิ่งที่เราทำให้พ่อกับแม่  คงเทียบกันไม่ได้กับสิ่งที่พ่อกับแม่ทำให้เรามาตลอดชีวิต

การรู้ว่า "รัก" นั้นสำคัญยิ่งนะคะ  

                      และ    "การบอกให้รู้ว่ารัก"  นั้น ยิ่งสำคัญ

            เพราะจะทำให้ทุกคนในครอบครัว "รับรู้" ได้ถึงความรักใคร่ผูกพันอย่างลึกซึ้งด้วยความรักที่แท้จริง และจะยิ่งทำให้เห็นคุณค่าของความรักนับเท่าทวีคูณ

                            น้องบลูอกให้ป๊ารู้ว่าลูก "รัก"       

                        ......ได้อย่างน่ารักจังเลยนะคะ  : )

เขียนเมื่อ 

ข้อความดีๆจากคนดีๆ

P
อุทัย อาวรณ์
ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ

http://gotoknow.org/blog/ethics-natural/100898 

ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธ์ใด มีพลังอำนาจมากเกินกว่า “ตัวเรา”

ไม่มีสิ่งศักดิ์สิทธ์ใด มีพลังอำนาจมากเกินกว่า ตัวเรา

คุณเคยเชื่อในสิ่งศักดิ์สิทธ์หรือเปล่า ??

คุณเคยเชื่อในสิ่งที่มองไม่เห็นหรือปล่าว??

คุณเคยได้ยินเสียงของสิ่งศักดิ์สิทธ์หรือปล่าว??

 

คุณคิดว่านั่นคือ ผลของการกระทำ ของคุณเองหรือเปล่า??

ที่พาคุณสำเร็จ อย่างที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นได้

ที่พาคุณกระทำสิ่งต่าง ๆ ที่คิดว่าทำไม่ได้ ให้เกิดขึ้นได้

ที่พาคุณรอดพ้นภาวะวิกฤตต่าง ๆ ที่เกือบเอาชีวิตของคุณ

 

หากคุณ ไม่เชื่อในตัวคุณเอง แล้วคุณจะเชื่อใคร

หากคุณทำไม่ได้ แล้วใครจะทำได้

 

สิ่งที่คุณทำใด้คุณทำไม่ได้ อยู่ในมือคุณ

เขียนเมื่อ 
Pศุภนันทา เย็นบำรุง
โรงเรียนจุฬาภรณราชวิทยาลัย ปทุมธานี
ความรักของแม่ที่มีต่อลูก
ต้องช่วยเขาให้ได้
การเอาใจใส่เด็กที่มีพัฒนาการช้ามากๆเช่น เด็กชายพงศ์พิพัฒน์ เย็นบำรุง หรือน้องไนล์  ลูกชายของข้าพเจ้านั้น ผู้ปกครองรอบข้างไม่ว่าจะเป็นตา ยาย แม่ น้าๆ หรือ พี่สาว ต้องเข้าใจว่าตัวน้องไนล์นั้นเป็นเด็กที่ต้องเอาใจใส่เป็นพิเศษ น้องไนล์เป็นเด็กที่มีอายุเกือบ  6  ขวบ แต่ยังไม่สามารถสื่อสารกับใครๆได้ บอกความต้องการของตนเองไม่ได้  ยืนไม่ได้ หยิบของไม่ได้ บอกเรื่องอึ เรื่องฉี่ไม่ได้ ทุกคนต้องมีกำลังใจ ไม่ท้อถอย คอยสอน  คอยบอก ให้น้องทำให้ได้ถึงแม้จะใช้เวลา เอาใจใส่พาเขาไปฝึก หาความรู้ใหม่ ๆ ยอมรับความคิดเห็นผู้อื่นเพื่อให้น้องไนล์มีพัฒนาการที่ดีขึ้น อย่าหมดกำลังใจ ต้องคอยบอก คอยสอนเขาเหมือนเด็กปกติ เพราะหวังเอาไว้ว่าสักวันหนึ่ง น้องไนล์จะต้องหายจากอาการนี้จนได้ และวิธีฝึกพัฒนาการเด็กประเภทนี้มีหลายวิธีที่น่าสนใจและใช้ได้ผลมาแล้ว
มุมความรักของแม่  
ขออนุญาติจาก  http://gotoknow.org/blog/krutong/100945
เขียนเมื่อ 

 http://gotoknow.org/blog/shongmon/100949

Pนาย ณรงค์ เพ็ชรเส้ง
ร.ร.อนุบาลนครศรีธรรมราช "ณ นครอุทิศ"

คำถามที่เกิดตามมาก็คือ แล้วเรื่องไหนจริง เรื่องไหนลวง นับวันยิ่งทวีจำนวนและความรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
       
       ที่สำคัญเป็นการลวงโลกที่ “เนียน”ขึ้นเรื่อยๆ เป็นอาการเนียนที่ว่าเมื่อโกหกแล้วต้องโกหกให้ถึงที่สุด โกหกไปให้สุดทาง จนกว่าจะจนตรอก ประเภทถามหามโนสำนึกส่วนตัวเหมือนในอดีตคงยากเต็มทีในยุคสมัยนี้
       
       แล้วลองคิดดูว่าหากเด็กและเยาวชนต้องเติบโตขึ้นมาในสภาพสังคมที่นับวันทวีความรุนแรง “เรื่องลวงโลก” ได้อย่างร้ายกาจ และไร้ยางอาย
       
       เด็กๆ ต้องซึมซับสิ่งเหล่านี้ทั้งที่รู้ตัวและไม่รู้ตัว ทั้งที่เต็มใจและไม่เต็มใจ เพียงเพราะเห็นว่าไม่เห็นเป็นไร เพราะบางทีโกหกบางเรื่องแล้วดัง โกหกบางเรื่องแล้วรวย สุดท้ายถ้าถูกจับได้ก็ร้องไห้ขอโทษละกัน
       
       ความเปราะบางต่อเด็กและเยาวชนมักจะถูกมองข้ามอยู่เสมอๆ
       
       จริงอยู่คนเป็นพ่อแม่สามารถอธิบายให้ลูกได้รู้ว่าสิ่งที่ดีและไม่ดีเป็นอย่างไร แต่ประเด็นก็คือ ถ้าเด็กที่ไม่ได้ใกล้ชิดกับพ่อแม่ เด็กที่พ่อแม่แยกทาง และเด็กที่ไม่มีคนคอยอบรมสั่งสอน เด็กและเยาวชนเหล่านี้จะซึมซับพฤติกรรมลวงโลกนี้มากน้อยแค่ไหน
       
       ทุกวันนี้อะไรเรื่องจริงอะไรเรื่องลวงก็เหนื่อยอยู่แล้วในการอบรมสั่งสอนลูกหลาน นี่ยังไม่นับผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่ยังมีตัวอย่างของพฤติกรรมลวงโลก และโกหกอยู่ทุกวี่วันให้เห็นกันถ้วนทั่วเกลื่อนเมือง
       
       อะไรคือเรื่องจริงอะไรคือเรื่องลวง...กำลังกลายเป็นปัญหาสังคมต่อเด็กและเยาวชนที่รุนแรงอย่างร้ายกาจและคาดไม่ถึงทีเดียว

เขียนเมื่อ 

P
เบิร์ด
เมื่อ อ. 05 มิ.ย. 2550 @ 12:42 [283003]

อีกอย่างคือปัจจัยต่างๆที่เกี่ยวข้องจะมีทั้งสิ่งที่ควบคุมได้คือทรัพยากรที่กำหนดและสิ่งที่ควบคุมไม่ได้เช่นลม มุมตกกระทบ ฯลฯ ก็เหมือนเหตุการณ์ในชีวิตจริงของเราเช่นเดียวกัน..มีเหตุการณ์หลายๆอย่างที่เราอาจคาดไม่ถึงเข้ามาส่งผลต่อเด็กๆ ซึ่งสิ่งที่สำคัญที่สุดคือเด็กๆเค้าสามารถที่จะอยู่รอดได้ด้วยตัวเขาเองหรือไม่ ?  จากภูมิคุ้มกันที่เราให้กับเขาอาจเป็นการควบคุมปัจจัยที่ควบคุมได้ในระดับหนึ่ง..แต่ตัวเด็กเองก็ต้องเติบโตด้วยตนเองเช่นเดียวกัน การคุ้มครองจึงต้องคู่กับการกระตุ้นให้เติบโต งอกงามจากต้นกล้าเป็นต้นไม้ใหญ่...ที่สามารถยืนหยัดท้าแดดลมฝนได้...และถ้าเกิดความผิดพลาดที่ทำให้ไข่แตกก็ไม่ควรโทษว่ากันและกันเพราะสามารถเกิดได้จากหลายสาเหตุ จึงควรหาสาเหตุร่วมกันมากกว่า

นักจิตวิทยา รู้รอบด้าน  เก่งสิบทิศ จาก  http://gotoknow.org/blog/mrschuai/98988

เขียนเมื่อ 

พักอารมณ์  http://gotoknow.org/blog/saisunee-de/100865

P
จอมยุทธ์แม่ลูกอ่อน
มหาวิทยาลัยนเรศวร
^-^"
บักเดช..เข้าไปเดินดูของในร้านจีฉ่อย
เห็นกระติกน้ำทำจากโลหะอันหนึ่งวางอยู่
บักเดชถามอาอึ้มว่า "อึ้ม.. ที่วอบแวบสีเงินๆ นั่นอะไร"
อึ้มตอบว่า "กระติกน้ำไง ..(**ฟาย)"
"แล้วมันทำอะไรได้มั่ง"
"ก็ใส่ของร้อน-ก็ร้อนนาน ..ใส่ของเย็น-ก็เย็นนาน".
บักเดช..เห็นว่าน่าสนใจ..เลยตกลงซื้อมาอันนึง
เช้าของวันใหม่..อากาศแจ่มใส
บักเดช..ก็เอากระติกน้ำที่เพิ่งซื้อมา..ไปที่ทำงาน..
ตั้งอวดบนโต๊ะ..อย่างภาคภูมิ
หัวหน้าบักเดชเห็นเข้า..เลยถามขึ้น
"อะไรนั่นน่ะ..บักเดช"
“ กระติกน้ำครับ"
“ แล้วมันมีอะไรพิเศษรึ"
"ก็ใส่ของร้อน..ก็เก็บความร้อนได้ หรือใส่ของเย็น..ก็เก็บความเย็นได้"
หัวหน้าเลยถามว่า..
"แล้วใส่อะไรมาล่ะ"
บักเดชยืด..ก่อนจะตอบว่า..
"กาแฟร้อน 2 แก้ว.. กับไอติม 1 ถ้วยครับ"

หลังจาก...ใช้ความพยายาม..ต่อจิ๊กซอว์อยู่นาน ในที่สุด..บักเดชก็ต่อเสร็จ
เขาเอาไปอวดเพื่อน..ด้วยความภูมิใจ
"เป็นไง ..เนี่ยฉันใช้เวลาต่อ..แค่ 5 เดือนเองนะโว้ย"
เพื่อนบักเดชงง..ที่เขากล้าอวด
" 5 เดือนเหรอ ! แถวบ้านฉันเรียกว่า..! โคตรนานเลยนะนั่น"
"แกนี่ไม่รู้อะไร" บักเดช..ไม่ยอมลดละ
"ดูที่กล่องนี่ ..เห็นมั้ย ...มันบอกว่า...สำหรับ 4-7 ปี แต่..ฉันใช้เวลาแค่ 5 เดือนเองนะเฟ้ย.. "(!!)

เขียนเมื่อ 

P

  • บางทีก็ต้องเขียนแบบจริงจังบ้าง..เพื่อให้เห็นความตั้งใจจริง  ในความรู้สึกลึกๆ  ที่ครูจะเข้าไปอยู่ในค่าย  มีอาชีพเป็นครูเสียส่วนใหญ่   จึงเขียนเพื่อเป็นข้อคิด  พิจารณากันหน่อย...อย่าเป็นทองไม่รู้ร้อน..กันอยู่เลย
  • http://gotoknow.org/blog/engreader/100815

    เขียนเมื่อ 
    กล้วยไม้-แวนด้า  http://gotoknow.org/file/sasinanda/view/81355
    ว่านชนิดหนึ่ง  http://gotoknow.org/file/sasinanda/view/81308
    กล้วยไม้ดินที่ได้รางวัล  http://gotoknow.org/file/sasinanda/view/81305
    ตุ๊กตาเต้นระบำ  http://gotoknow.org/file/sasinanda/view/81304

    แก่นตะวันที่อเมริกา http://gotoknow.org/file/sasinanda/view/81303

    เขียนเมื่อ 
    พระพุทธเมตตา ภายในวิหาร พระมหาเจดีย์พุทธคยา สังเวชนียสถาน อินเดีย  http://gotoknow.org/file/wullopporn/view/81239
    เขียนเมื่อ 

     ท่าน ครูบาฯ ปรัชญาชาวบ้าน http://gotoknow.org/blog/sutthinun/100830

    P

    ..เมื่อมองจากสภาวะที่เป็นจริง เกิด แก่ เจ็บ ตาย ก็เป็นการทำงานของระบบธรรมชาติเท่านั้น เป็นเพียงวงจรการเดินทางของชีวิต เหมือนเราเห็นพระอาทิตย์ขึ้นแล้วอัศดง นั่นเป็นการเห็นตามที่ตามองเห็นเท่านั้น เมื่อเรามองไม่เห็นดวงอาทิตย์ตกดิน แต่ความจริงไม่ใช่พระอาทิตย์ตกดิน และก็ไม่ใช่ว่าไม่มีดวงอาทิตย์ วินาทีที่หายไปจากสายตาเรานั่นเอง ดวงอาทิตย์ก็ไปปรากฏแก่สายตาของคนอีกฟากหนึ่งของมุมโลก  อีกมิติหนึ่งของชีวิตก็เช่นกัน เมื่อธาตุ4ขันธ์5แยกกันตามธรรมชาติ เราร้องไห้เสียใจเพราะมองว่าเป็นการตาย มองเห็นเหมือนพระอาทิตย์อัศดง แต่อาจจะมีมิติหนึ่งที่กำลังหัวเราะดีใจรับชีวิตใหม่ เหมือนกับคนอีกฟากหนึ่งกำลังรอให้พระอาทิตย์อุทัยแสงในมุมของตน นี่คือสิ่งพิจารณาตามความจริง ทั้งระบบของสุริยะจักรวาลและระบบของชีวิต ซึ่งชีวิตเองเป็นเพียงเศษธุลีของสุริยจักวาลเท่านั้น  พระพุทธองค์สอนให้เราอยู่ในโลกใบนี้อย่างบางเบา สัมผัสสมบัติของโลกแต่เพียงแผ่วเบา อย่าหอบหิ้ว แบกหาม กำกอด เหนี่ยวรั้ง คือเมื่อทำชีวิตบนโลกให้บางเบา เราจะพอหาความสุขในชีวิตได้บ้าง แต่ถ้าพิจารณาความจริงของชีวิตและโลก ต้องให้หนักแน่น ทำแผ่วเบาไม่ได้ แปลว่าถึงจุดหนึ่งต้องไม่คิดแบกหามยึดมั่นมาก เพราะไม่มีอะไรเป็นของเราจริงๆ แม้แต่สิ่งที่เรามีกรรมสิทธิ์วันนี้ สุดท้ายก็ไม่ใช่ของเรา สิ่งที่เรารักที่สุดก็ไม่อาจอยู่กับเราได้ เพราะสุดท้ายปลายทางเราต้องจากสิ่งนั้นไป ทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างให้คนข้างหลังดูแล เราอยู่ในโลกเทคโนโลยี โลกทั้งโลกอยู่ในกำมือเราก็จริง แต่เราไม่อาจกำทุกสิ่งไว้ในอำนาจ ทุกอย่างผ่านมาแล้วก็ผ่านไป.                                                     จากตายไม่มี  ปิยโสภณ*
    เขียนเมื่อ 
    P
    ขจิต ฝอยทอง
    เมื่อ อ. 05 มิ.ย. 2550 @ 14:40 [283115]
    • ตามมาสนับสนุนพี่อ้อย
    • รัฐบาลมีความจริงใจในการแก้ปัญหาการศึกษาน้อยเกินไป
    • ครูอัตราจ้างที่โรงเรียนบางคนอยู่เกือบ สิบปี เงินเดือนเท่าเดิม น่าสงสารมาก
    • ทำอย่างไรให้การพัฒนาวิชาชีพครู ส่งผลลงมาที่นักเรียน
    • นี่น่าสนใจนะครับ
    • เบื่อนักการเมือง ได้แต่พูด ในนโยบายสวยหรูแต่ทำงานแบบเรือเกลือ
    • ขอบคุณครับ  ของขึ้นพี่

    วาทะท่านผู้อวุโส  http://gotoknow.org/blog/engreader/100815

    เขียนเมื่อ 

    เพชรเม็ดงามเริ่มทอแสง

    http://gotoknow.org/blog/engreader/100815

    P
    สิริพร กุ่ยกระโทก
    เมื่อ พ. 06 มิ.ย. 2550 @ 02:03 [283672]

    สวัสดีค่ะพี่ชาย...พิสูจน์

    • งานของครู  มากมาย  อักโขนัก  
    • ในลิ้นชัก  นอกหน้า  มหาศาล 
    • ทั้งงานสอน  งานจร  งานไหว้วาน 
    • ผู้บริหาร  ฝากงาน  ไว้ครบครัน
    • เพื่อพิสูจน์ ความดี  และความเก่ง 
    • ต้องรีบเร่ง  เพ่งพินิจ  คิดสร้างสรรค์ 
    • อะไรดี  อะไรเด่น  ไม่ว่ากัน 
    • สารพัน   จะเร่งเร้า  เศร้าจริงเรา

    ***ครูอ้อย***

    เขียนเมื่อ 
    วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร  http://gotoknow.org/file/jaraen/view/83661
    เขียนเมื่อ 

     http://gotoknow.org/blog/mrschuai/101237

    P  คนหนุ่มไฟแรง  เม้ง สมพร ช่วยอารีย์
    คำสอนพ่อ จากใจพ่อ อมตะ นิรันดร์

       การทำดี พูดดี คิดดี เป็นการให้พรตนเองอย่างประเสริฐดีกว่าพรใดๆ ทั้งหมด

              การทำชั่ว พูดชั่ว คิดชั่ว เป็นการสาปแช่งตนเองอย่างร้ายกาจ  ร้ายกว่าคำสาปแช่งใดๆ ทั้งหมด

              สวรรค์ก็ดี นรกก็ดี เราเป็นผู้สร้างเอง ใครไม่ได้สร้างให้

             การสร้างความดี เป็นการสร้างสวรรค์ การสร้างความชั่วเป็นการสร้างนรก

             เด็กๆ ที่ทำความดี ยังดีกว่าคนแก่ที่ทำความชั่ว

             ผีมันเข้าคนที่ไม่รู้จักผี คนที่รู้จักผี ผีมันเข้าไม่ได้  ผีคือความชั่ว เช่นนี้เป็นต้น

    เขียนเมื่อ 

     คนไทยไม่เคยเป็นรองใครในโลก

    P

    ​ไฮ​​โดร​​โพ​นิกส์แบบพอเพียง(เทคโนโลยีชาวบ้าน)
    ​​ไฮ​โดร​โพ​นิกส์​ เทคโนโลนีชาวบ้าน

    ​ไฮ​โดร​โพ​นิกส์​ คือ การปลูกพืชลงบนสารละลายธาตุอาหารพืช​ ​โดย​ให้​รากพืชสัมผัส​กับ​สารละลาย​โดย​ตรง หรือการปลูกพืชโดยไม่ใช้ดินนั่นเอง การลงทุนสูง ทำก็ไม่ง่าย แล้วชาวบ้านอย่างเราๆ จะทำได้อย่างไรกัน ผมนำเรื่องนี้มาเล่าผมถือว่าเรื่องนี้เป็นนวัตกรรม ผมไม่ได้คิดเอง ผมให้เกรดิตเจ้าของความคิด คือ คุณ เสรี ทองคำดี หัวหน้าเกษตร อ. ทุ่งสง นำมาเล่าให้ฟังตอนงานอบรม เรื่องมีอยู่ว่า

    ต้นกล้วยหลังจากเราตัดเครือแล้ว ถ้าเราไม่ตัดต้นก็สามารถยืนต้นได้อีก 50 วัน เพราะฉะนั้นการลำเลียงอาหารก็ยังมีอยู่ พี่เสรี ได้ทดลองเอาหญ้าไปเสียบไว้ที่ต้นกล้วย ผ่านไปสี่ห้าวันต้นหญ้ายังอยู่สวยงามดี พี่เสรี ก็ทดลองเอา ผักคะน้า ผักกวางตุ้ง ที่เพาะเอาไว้ก่อนแล้ว มาเสียบไว้ดู ปรากฎว่าผักสองชนิดนี้ ขึ้นงาม โดยไม่ต้องรดน้ำ ผักมีรดชาดอร่อย กรอบ ถ้าถอนออกมาแล้วเหี่ยวช้ากว่ากว่าผักที่ปลูกบนดิน 

    สำหรับผักชนิดอื่นพี่เสรียังไม่ได้ทดลอง แต่ควรเป็นผักที่มีอายุสั้น ไม่เกิน 50 วัน 

    ผมเองก็ได้กลับมาลองกับผักบุ้งต้นเล็กที่ปลูกเอาไว้นำไปเสียบที่ต้นกล้วยตอนเที่ยงพอดี มันก็เหี่ยวอย่างในภาพ

    ผ่านไป 5 ชั่วโมง บางต้นก็ฟื้นขึ้นมา บางต้นก็ย่ำแย่ แต่ก็ต้องดูกันต่อไปครับ

    เป็นความคิดที่สุดยอดครับ เจ้าของความคิดก็ไม่หวงความรู้ นำมาถ่ายทอดในงานอบรมอีก ใครจะลองบ้างก็ได้นะครับ เป็นความคิดที่สุดยอด ไม่รู้จะว่าไงแล้ว 

    เขียนเมื่อ 

     มีอะไรสวยๆเพลินๆเยี่ยมๆ มาดู

    P

    พระอาทิตย์ตกดิน เมื่อมองจากหน้าผาบนเกาะ สีของท้องฟ้าจะเปลี่ยนตามมุมของดวงอาทิตย์ และตามสภาพอากาศ บางทีก็มีชมพู ชมพูอมม่วง ส้มชมพู แดง ทอง สวยจนพูดไม่ออกเลยค่ะ

    Church of Santorini

    ยิ่งเริ่มจะเย็น จะมีมวลเมฆลอยเข้ามา ทำให้เป็นบรรยากาศที่ดูเหมือนอยู่ที่ไหนซักแห่งที่ทำให้ลืมโลกความเป็นจริงชั่วคราว

    Island of Lava

    ภูเขาไฟ ซึ่งเป็นเกาะแยกออกไป สามารถนั่งเรือโบราณซึ่งมีใบเรือใหญ่ๆเหมือนในตำนานกรีก ไปเที่ยวได้ค่ะ

     

      ล่องลอยในท้องนภา ล้าลาลา

    ความแตกต่างกับทะเลที่อื่นก็คือ เป็นวิวที่มองจากหน้าผา มวลเมฆและสภาพอากาศทำให้สีของท้องฟ้าเปลี่ยนไปได้หลากหลาย น่าอัศจรรย์มาก และมองไปทางไหนก็สวย ไม่มีอะไรที่ดูไม่เข้ากันเลย บ้านเรือนและสิ่งก่อสร้างสวยงาม กลมกลืน ไม่ได้มีสิ่งตกแต่งที่เกินความจำเป็น สวย สะอาดตา เรียบง่ายแต่ก็มีเสน่ห์ เป็นตัวของตัวเองจนน่าจดจำ

     

    เขียนเมื่อ 

     http://gotoknow.org/blog/wijcha/101251

    Psmall man
    โรงเรียนวัดวิเวกวราราม
    ฟังให้ครบก็พบปัญญา : ประชุมปรึกษาครูชั้น ป.6
    ในการประชุม ถ้าฟังอย่างเปิดใจ ก็จะได้อะไรมากมาย
    วันนี้เชิญครูผู้สอนชั้น ป.6 จาก 7 โรงเรียน มาประชุมปรึกษาเพื่อวางแผนกำหนดรูปแบบและวิธีการในการนำนักเรียนเข้าค่ายคณิตศาสตร์  จัดกิจกรรมวันภาษาไทย และ นำนักเรียนเข้าค่ายธรรมะ บรรยากาศการประชุมมีการแสดงความคิดเห็นกันอย่างหลากหลาย ได้ข้อสรุปที่ทุกคนพอใจ  แฮปปี้เอ็นดิ้ง ผลจากการประชุมดังกล่าว มีข้อคิดมาฝาก คือ
    1. การประชุม ที่ผู้บริหารใช้อำนาจ ก็จะขาดปัญญา
    2. ถ้าจะให้คนอื่นฟังเรา เราต้องฟังเขาก่อน
    3. ฟังทุกความคิดเห็น ฟังให้จบ และตีความให้ถูก โดยไม่ตัดสินหรือข่มกัน ทุกคนก็จะกล้าพูด
     4. การสื่อความต้องให้ตรงกัน บางครั้งคุยเรื่องเดียวกัน คิดเหมือนกัน แต่สื่อความไม่ตรงกัน ก็อาจขัดแย้งกันได้ ประธานต้องรีบเคลียร์ อย่ารีบตัดสินใจ 
     5. บางครั้งเป้าหมายเดียวกัน แต่วิธีการต่างกัน ก็ต้องรีบเคลียร์เหมือนกัน กรณีนี้เคลียร์ไม่ยาก
    6. ทุกคนพูด ทุกคนฟัง  โดยไม่มีการผูกขาดความคิด หรือใช้อำนาจตัดสินใจ จะได้ความรู้ความคิดต่างๆที่ดีๆออกมามากมายครับ
    7. มีประเด็นเล็กๆอยู่เรื่องหนึ่งเรื่องผู้เรียนเป็นสำคัญ  ครูบางท่านบอกว่าเรื่องนี้เด็กทำไม่ได้ เด็กคิดไม่ได้  ครูต้องทำให้เด็ก ครูต้องคิดให้เด็ก ในกรณีผมก็ต้องค่อยๆชี้แจงว่าคิดว่าเด็กน่าจะทำได้ เด็กน่าจะคิดได้ ถ้าเราให้โอกาสเขา ซึ่งคุณครูท่านนั้นก็ยอมรับฟังครับ เพราะพูดกันนิ่มๆด้วยเหตุ ด้วยผล......ขอบคุณครับ

    ภูมิคุ้มกันจากป๊า แพนด้าถึงน้องบลู

    จาก http://gotoknow.org/blog/knowtogo12345/100030

    P
    สิทธิรักษ์
    เมื่อ พ. 06 มิ.ย. 2550 @ 12:06 [283918]

    ถึงลูกๆ

    ป๊าเห็น จม. ลูกบลูถึงป๊า ดีใจมาก ที่บลูได้แสดงออกถึงความรู้สึกที่มีต่อป๊า

    ก่อนอื่นป๊าอยากบอกถึงฐานความคิดของป๊าที่มีต่อลูกๆ    ป๊ามีความระลึกเสมอว่า ป๊ามีภาระหน้าที่ที่จะต้องดูแลลูกๆตั้งแต่เล็กจนถึงโตใหญ่ ทั้งความรู้ ความเข้าใจ ความคิด รวมทั้งการอยู่ได้ในสังคมโลกใบนี้

    ความรู้ เป็นอาวุธที่ดีต่อการดำรงค์ชีวิตในโลกใบนี้  แต่ปัจจูบันความรู้เพียงอย่างเดียวไม่เพียงพอ การรู้จักใช้ความรู้ต่างหากที่เป็นเครื่องมืออย่างดีในการอยู่รอด

    นั่นคือ คิดเป็น ทำเป็น  หรือ  วิธีคิด  ที่ถูกต้อง

    ป๊าดูแลลูกให้เติบโตได้ แต่ไม่สามารถดูแลถึงแก่ได้

    ติดอาวุธความรู้ที่ถูกต้องได้เท่านั้นที่จะดำรงค์อยู่ได้ตลอดชีวิต

    ป๊าไม่สามารถอ้างได้ว่าดูแลลูกๆได้อย่างดี อ้างว่าให้สิ่งที่ลูกๆต้องการได้ครบถ้วน  อ้างว่าให้ความรู้แก่ลูกได้รอบด้าน   แต่ป๊าสามารถยืดอก บอกได้ว่า  ป๊ามีความรักต่อลูกๆเกิน ร้อย เปอร์เซนต์

    ป๊า .

    เขียนเมื่อ 

    http://gotoknow.org/blog/NumtarnMT/101238

    Pนางสาว สุวดี มีมาก
    คณะสหเวชศาสตร์ มหาวิทยาลัย
    เคลื่อนไหวทางสังคมที่มีประโยชน์
    โครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงวัยประจำปี
    ประมวลภาพการให้บริการในโครงการส่งเสริมสุขภาพผู้สูงวัยประจำปี เฉลิมพระเกียรติ เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 80 พรรษา

              เนื่องจากคณะสหเวชศาสตร์ได้ร่วมกับองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก จัดโครงการนี้ขึ้น เพื่อให้บริการตรวจสุขภาพด้านต่างๆ  อาทิ  ตรวจเลือด  ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจ  ตรวจความหนาแน่นของมวลกระดูก และตรวจสมรรถภาพทางกาย  เพื่อประเมินภาวะเสี่ยงต่อโรคเบาหวาน  โรคหัวใจ  โรคตับ โรค ไต ความสมบูรณ์ของเม็ดเลือด  ความเสี่ยงต่อการหักของกระดูกและ ความเสี่ยงต่อการเกิดมะเร็งต่อมลูกหมาก  โดยเฉพาะในผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงและผู้ใหญ่ที่มีอายุ 30-40 ปีขึ้นไป และการจัดนิทรรศการให้ความรู้ด้วยสื่อประเภทโปสเตอร์ที่เกี่ยวกับการเสริมสร้างสุขภาพและป้องกันโรค

              โครงการนี้ ได้ออกให้บริการตรวจสุขภาพ ณ ศาลาประชาคม ศาลากลางจังหวัดพิษณุโลก  อำเภอเมือง  จังหวัดพิษณุโลก ตั้งแต่วันที่ 30 เมษายน ถึง 4 พฤษภาคม 2550 ค่ะ

    ประมวลภาพ การให้บริการ

     

     เปิดงานแล้วค่ะ...พร้อมให้บริการค่ะ

     

    จุดลงทะเบียน ก่อนเข้ารับบริการด้านต่าง ๆ ของคณะสหเวชศาสตร์ค่ะ

     

    คุณลุง คุณป้าคะ เจ็บนิดนึงนะคะ

    อาจารย์ภาควิชาเทคนิคการแพทย์กำลังเจาะเลือดให้กับผู้เข้ารับบริการค่ะ

     

    มีประชาชนสนใจเข้ารับบริการตรวจสมรรถภาพทางกาย จากภาควิชากายภาพบำบัด เยอะมาก ๆ เลยค่ะ

     

     

     ผู้หญิงที่มีอายุตั้งแต่ 40 ปี ขึ้นไป สนใจมาเข้ารับบริการตรวจวัดมวลกระดูกจำนวนไม่น้อยเลยค่ะ (เยอะมาก ๆ เหมือนกันค่ะ)

    อาจารย์จากภาควิชารังสีเทคนิค กำลังตรวจวัดมวลกระดูกให้กับผู้เข้ารับบริการ

     

    ตรวจคลื่นไฟฟ้าหัวใจค่ะ...มีประชาชนสนใจเข้ารับบริการมากค่ะ

    จากภาควิชาเทคโนโลยีหัวใจและทรวงอกค่ะ

    เขียนเมื่อ 

    P
    เบิร์ด
    เมื่อ พ. 09 พฤษภาคม 2550 @ 18:36 [254852]
    http://gotoknow.org/blog/beutifulmemories/95065#

    เบิร์ดเห็นด้วยค่ะกับพลังใน G2K และพลังของความหวังที่เรามี..เห็นแล้วนึกถึง " ยุทธการผีเสื้อกระพือปีก " ของ อ.ประเวศ วะสีจังเลยค่ะ..ผีเสื้อตัวนิดเดียว กระพือปีกตัวเดียวก็บางเบา แต่ถ้าผีเสื้ออยู่เป็นกลุ่มใหญ่ แล้วกระพือปีกพร้อมๆกันก็เกิดคลื่นพายุได้นะคะ

    เขียนเมื่อ 

    รวมตะกอนเดิมที่น่าสนใจไม่ล้าสมัย

    อ่าน: 679
    รวมตะกอนเด็ด วาทะเด่น ผลึกผล ทางการศึกษาไทย ใน G2K (มียอดให้คุณต่อครับ)
    เขียนเมื่อ 

    P

    ได้ตั้งคำถาม ในhttp://gotoknow.org/blog/beutifulmemories/95065

    • ความอนาถาทางการศึกษา..การศึกษาเชิงพาณิชย์..การที่ไม่เกิดความรู้แบบสังเคราะห์แต่ชอบจำมาเป็นดุ้นๆ..การวิจัยเป็นส่วนๆที่ไม่เคยได้นำมาใช้จริงเท่าไหร่..ความรู้ดีๆสงวนไว้สำหรับผู้ที่จ่ายได้เท่านั้น..ความน่าอนาถทางการศึกษาแบบนี้ เราจะทำอย่างไรดีล่ะคะ..เพื่อให้ไทยไม่ขาดต้นทุนทางการศึกษา ?

    เขียนเมื่อ 


    P
    มัทนา
    เมื่อ พ. 09 พฤษภาคม 2550 @ 08:59 [254213]
    http://gotoknow.org/blog/beutifulmemories/95065#

    "อย่าโทษระบบ เพราะเราก็เป็นส่วนหนึ่งของระบบ ถ้าอยากให้ระบบเปลี่ยน เราก็ต้องเริ่มด้วย" 

    เขียนเมื่อ 
    P
    ขจิต ฝอยทอง
    เมื่อ อ. 22 พฤษภาคม 2550 @ 12:17 [267735]
    อยากให้มีการปลูกคุณธรรมในเด็ก เก่งอย่างเดียวไม่พอ อยากให้เป็นเด็กดีมีคุณธรรมด้วย พี่มองว่าสถาบันครอบครัวมีส่วนช่วยอย่างมาก รองลงมาคือโรงเรียน ทำอย่างไรจะช่วยกันให้เด็กๆทั้งเด็กเก่งและอ่อน เรียนอย่างมีความสุขและใช้ศักยภาพของตนเองให้ได้อย่างสูงสุด ขอบคุณครับผม
    เขียนเมื่อ 

    เจ้าของบ้านมาเอง

    P

  •  เมื่อเซลล์คน เซลล์ครอบครัวดีแล้ว
  • จะส่งผลต่อเซลล์ชุมชนดีขึ้นด้วยครับ รู้ว่าอะไรควรไม่ควรจากวัคซีเข็มใหญ่จากพ่อแม่มาแล้ว
  • คนและครอบครัว ชุมชน มีภูมิคุ้มกัน พี่จะไปกังวลเรื่องนักการเมือง ผู้บริหารบ้านเมือง มาซื้อเสียงตอนเลือกตั้ง ก็ไร้ค่า
  • http://gotoknow.org/blog/mrschuai/97689
  • เขียนเมื่อ 

     คุณ เอก  ให้แง่คิดสำคัญ สำคัญ

    P
    จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
    เมื่อ อ. 22 พฤษภาคม 2550 @ 14:01 [267889]

  • ผมมองว่า การพัฒนาสมองเด็ก เป็นเรื่องสำคัญครับ ประเด็น BBL น่าจะเป็นวาระแห่งชาติ
  • http://gotoknow.org/blog/mrschuai/97689
  • เขียนเมื่อ 

    ความทรงจำ ที่มีผลต่อยอดความดี   นับถือ นับถือ

    P

    http://gotoknow.org/blog/littlething/97845

    เมื่อถึงวันดิฉันได้มาเป็นครู     และมีโอกาสมายืนหน้ากล่องสี่เหลี่ยม     ดิฉันจึงพร้อมที่จะทดแทนทุกอย่างที่ดิฉันเคย "ขาด" ไป      บทเรียนจากการ “ฟัง” และ”ไม่ฟัง”  ทำให้ไม่เข้าใจ    หรือไม่รู้เท่าทัน  โดยปริบทต่างกรรมต่างวาระนี้ยังติดอยู่ในใจเสมอ 

             ดิฉันจึงตั้งใจฝึกเด็กๆสุดชีวิต  ด้วยความรักสุดหัวใจ   โตขึ้นเขาจะได้ไม่ฉลาดน้อยเหมือนดิฉัน

             ดิฉันจะบอกพวกเขาทุกครั้งว่า "จงเป็นตัวของตัวเอง..  เพราะครูก็จะเป็นตัวของครูเองเหมือนกัน"

             แล้วดิฉันก็จะ "คุย"  กับพวกเขา  แบบคนธรรมดาหนึ่งคน  กำลังคุยกับคนธรรมดาอีกหนึ่งคน...
      
             พวกเด็กๆดูเหมือนจะเข้าใจ...  แล้วเราก็ ผลัดกัน" คุย"   ผลัดกัน “ฟัง”  อย่างสนุกสนานดี 

    เขียนเมื่อ 

     ครูอ้อยที่น่ารัก  เพชรเม็ดงาม ใน G2K

    P

    ครูอ้อยเก็บข้อความบางตอนที่ประทับใจ....พลังนี้จะช่วยให้เราสามารถดึงเอาศักยภาพที่ตัวเรามาใช้ได้อย่างไร้ขีดจำกัด ...ส่งผลให้เราประสบความสำเร็จ มีความสุข และมีควาบสงบในจิตใจ

    ครูอ้อยมีความคิดว่า....คนส่วนใหญ่นั้นมักไม่ได้อยู่กับ “ปัจจุบัน” แต่จะจมปลักอยู่กับความคิดในแง่ลบหรือเรื่องในอดีตอันขมขื่น เสียเป็นส่วนใหญ่
    หรือในทางกลับกัน เรามักจะเหม่อลอย เพ้อฝัน หรือวิตกกังวลไปกับเรื่องในอนาคตที่ยังมาไม่ถึง
    ซึ่งการวกวนอยู่กับความคิดทั้งสองประเภทนี้ ก่อให้เกิดโทษต่าง ๆ มากมาย...ครูอ้อยก็ยังเป็นอย่างที่กล่าวมา 

    http://gotoknow.org/blog/engreader/98191

    เขียนเมื่อ 

    P

    ดอกไม้งามในทะเลลึก

     ครู คือมนุษย์ชุดที่สอง  ที่คงต้องทำงานหนักกว่ามนุษย์ชุดแรก  เพราะเป็นอาชีพ(คือรับเงินเขามาและสัญญาว่าจะทำงานนี้)  และเป็นวิชาชีพ (คือเชี่ยวชาญเฉพาะ  เป็นคุณสมบัติภาคบังคับ)  ถ้าคนที่ เชี่ยวชาญ  ไม่ทำ  แล้วใครจะทำ  จะทิ้งภาระให้คนไม่เชี่ยวชาญมะงุมมะงาหราทำไปหรือ ? 

    ถ้าคนที่ เชี่ยวชาญ  ไม่ทำ  แล้วใครจะทำ  จะทิ้งภาระให้คนไม่เชี่ยวชาญมะงุมมะงาหราทำไปหรือ ? 

    http://gotoknow.org/blog/mrschuai/97689

    เขียนเมื่อ 

     อาจารย์จิตวิทยากำลังสกัดจิต

    P

    สิ่งสำคัญสำหรับการเรียนการสอน ( ทุกระดับตั้งแต่ครอบครัวขึ้นมา ) คือการสอนวิธีการแสวงหาความรู้ที่สนใจ และสอนให้คิดเป็น ( Learning  how  best  to  learn  and  how  to  think )

    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/97293

    เขียนเมื่อ 
    P
    จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร
    เมื่อ พฤ. 24 พฤษภาคม 2550 @ 23:56 [270518]
    สวัสดีครับ เข้ามาอ่านหลายรอบครับ..มีความเห็นของตัวเองแทรกๆมาด้วย ต้องขอบคุณพี่
    P

    ร่วมด้วยช่วยกันครับ "การศึกษา" จำเป็นต้องกลั่นวิธีคิด เพื่อวางยุทธศาสตร์การพัฒนา ...ถึงวันนี้ เราก็ได้คำตอบ ได้บทเรียนที่ดี

    แนวโน้มการเรียนรู้จากนี้ต่อไป ผมคิดว่าความรู้นอกระบบมาแรงมากขึ้น เพราะสอดคล้องกับวิถี เป็นธรรมชาติ และตอบสนองปัญหาได้จริง ต้องยอมรับความรู้ในระบบที่เกิดจากExplicit K ต่างต้องทบทวนวิธีคิด วิธีการเรียนรู้ โจทย์ใหญ่ที่ต้องตีให้แตก คือ ความรู้ที่ให้กันมาโดยตลอด ตอบสนองการพัฒนาคน พัฒนาประเทศได้จริงหรือไม่

    ขอมีส่วนร่วมครับ

    ถือโอกาสนำ"วาทะ"เด็ดๆ มาเพิ่มเติม

    - - - - - - - - - -- - - - -

    P

    นักศึกษาปริญญาโท และเอกที่ผมเห็น ก็ยังทำตัวไม่ต่างจากนักศึกษาปริญญาตรี

    และ นักศึกษาปริญญาตรีก็ทำตัวไม่ต่างกับนักเรียนชั้นมัธยม กล่าวคือ เน้นการท่องไปสอบ

    ไม่อ่านหนังสือเพิ่มเติม การสืบค้นหาข้อมูล ก็ยังไม่ค่อยใช้เป็นข้อมูล กลับใช้เป็นตัวหนังสือเฉยๆ

    โดยใช้ copy และ paste มาเรียงๆกันไปเรื่อยๆ แทบไม่มีการใช้เป็นข้อมูลที่ต้องสะท้อนจากการวิเคราะห์และสังเคราะห์ 

     

    หรือนี่เป็นปัญหาของความสะดวกสบาย ไม่ต้อง เรียน ก็จบได้ปริญญา ตรี โท เอก ก็แค่ท่องไปสอบ copy &paste เป็นเอกสาร ก็ถือเป็นวิทยานิพนธ์แล้ว  

    - - - - - - - - - -

    P

    การเรียนรู้ที่แท้จริงในมุมมองหนึ่งของผมคือ การเรียนรู้แล้วทำ ทำแล้วเรียนรู้ เรียนรู้แล้วทำ วนเวียนไป โดยมีที่มาที่ไปบทหลักเหตุผลและวิวัฒนาการไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนเพื่อความสงบสุขในสังคมครับ

    http://gotoknow.org/blog/sawaengkku/82538

    - - - - - - - - -

    P

     ความสะดวกสบายมักจะเป็นปฏิภาคกลับกับการรักการเรียนรู้ - ชอบสู้ของยาก
      เข้าทำนอง ยิ่งสะดวกสบาย ยิ่งขี้เกียจครับ

      สาเหตุอาจเป็นเพราะ ...
    • ถูกเลี้ยงดูแบบตามใจมาตั้งแต่เล็กๆ  อยากได้อะไรก็ได้มาง่ายๆโดยไม่ต้องออกแรง หรือใช้ความรู้ความคิดอะไร  เรียกว่า  ชอบและชินกับความง่ายๆ  จนเกิดเป็นของใหม่ประจำใจประจำกาย คือ ความมักง่าย กันทั้งบ้านทั้งเมือง 
    • ระบบการเรียนการสอนที่เน้นการท่องจำเนื้อหา ในปริมาณที่มากเกินจำเป็น โดยไม่นำพาต่อกระบวนการเรียนรู้ที่แท้จริงว่าคือการปฏิบัติ  และปฏิบัติด้วยใจรักศรัทธาต่อสิ่งที่เรียน  ด้วยเห็นคุณค่าชัดแจ้ง รู้อยู่ตลอดเวลาว่า เรียนไปทำไม
    • คนรุ่นใหม่โชคร้ายที่มีความสะดวกสบายเป็นเพื่อน  ต่างจากรุ่นเก่าๆเช่นเราคือผมและอาจารย์เป็นต้น  ที่มีความยากลำบาก ความขัดสน ความขาดแคลนเป็นเพื่อน จึงชอบคิดชอบหาคำตอบ ชอบการท้าทาย (ของงานนะ ครับไม่ใช่คน) เรา โชคดีที่เคยลำบาก 
    • การเรียนรู้ที่ผูเรียนไม่ได้ไม่ได้ผ่านสถานการณ์ที่เป็นความยากลำบาก จึงน่าเป็นห่วงเสมอ ว่า คนยิ่งเรียนจะยิ่งหยิบโหย่งและอ่อนแอ.

     http://gotoknow.org/blog/sawaengkku/82538

    - - - - - - - - - - -

    P

    จินตนาการ ดูเหมือนจะเป็นปัญหาใหญ่มาก เขาคิดกันไม่ออก แต่มักจะว่าตามที่เห็นเท่านั้น เลยไม่ค่อยได้เรียนรู้

    http://gotoknow.org/blog/sawaengkku/82538

    - - - - - - - - - -

    ประเทศไทยขาดอะไร??

    1. การขาดความเชื่อมโยงระว่างความรู้ทางวิชาการที่รับมาจากต่างชาติกับภูมิปัญญาไทย
    • เกิดการพัฒนาแบบขาดความเชื่อมโยง ทำให้ระบบการพัฒนาการศึกษา และการถ่ายทอดความรู้ตีบตัน แปรเปลี่ยนจากการศึกษาเพื่อชีวิต มาเป็นการศึกษาเพื่อให้สอบผ่านเป็นหลัก ที่ทำให้เกิดความเสียหายต่อประเทศชาติอย่างรุนแรง ทั้งวันนี้และวันหน้า

    - - - - - - - - -

    จากบันทึก http://gotoknow.org/blog/sawaengkku/80363

    - - - - - - - - -

    นำมาแลกเปลี่ยน เพิ่มเติมเท่านี้ก่อนครับ

                                    จตุพร วิศิษฏ์โชติอังกูร

    เขียนเมื่อ 

    จอมยุทธสาว ผู้ไม่กลัวฟ้าดิน

    P
    เบิร์ด
    เมื่อ พ. 23 พฤษภาคม 2550 @ 20:41 [
    269286]

    " ผู้ใดหว่านเมล็ดพันธุ์ของความรัก..ผู้นั้นย่อมได้รับความสุข ".

    .ศีลธรรมของเยาวชนคือสันติภาพของโลก..สิ่งที่เราควรให้ความสำคัญคือ " ความดี "..และ " ปัญญา " ..มากกว่า " ความรู้ " นะคะ

    สติปัญญาอาจเป็นมูลฐานของความสำเร็จ...และอาจมีบางคนถือเป็นเงื่อนไขอันจำเป็น..แต่ " จิตใจ " ต่างหากคือตัวชี้ขาดว่าเขาผู้นั้นสมควรแก่ความสำเร็จระดับใด...

    http://gotoknow.org/blog/beautifulmemories/97293

    เขียนเมื่อ 

    2007_05_06 Holland, MI

    หนีอาจารย์ไปเที่ยวกับพี่เดี่ยว พี่อิงค์ และน้องอาร์ม

    ที่เมืองเล็ก ๆ แสนน่ารักชื่อ Holland ในรัฐ Michigan

     รูปนี้พักเหนื่อยกินไอติม กลางเมือง Holland ค่ะ 

    เขียนเมื่อ 
    พายุ 'นาคเล่นน้ำ' : สะพานเชื่อมนภา & วารี

     

    พายุนาคเล่นน้ำที่เกาะหวาย ถ่ายโดยนักท่องเที่ยวชาวไทย

    (ภาพจาก forwarded e-mail - กำลังสืบหาที่มา)

    ใครที่ไปเที่ยวทะเลบ่อยๆ อาจจะเคยเห็นปรากฏการณ์ทางลมฟ้าอากาศที่น่าตื่นตาตื่นใจที่มักเรียกกันว่า "พายุงวงช้าง" อย่างในช่วงสงกรานต์ปี 2548 ก็มีปรากฏการณ์นี่เกิดขึ้นและเป็นข่าวในบ้านเรา โดยข่าวระบุว่า

     



    ที่มา : นสพ. ไทยรัฐ ปีที่ 56 ฉบับที่ 17251  วันศุกร์ที่ 15 เมษายน 2548 หน้า 1

     “พายุงวงช้าง ที่เกิดขึ้นกลางทะเลอันดามัน ห่างชายฝั่ง ต.ราชกรูด อ.เมืองระนอง ไปทางทิศตะวันตกประมาณ 10 กม. ถูก 2 ช่างภาพสมัครเล่นบันทึกภาพเหตุการณ์ระทึกขวัญเอาไว้ได้ … โดยมีนักกอล์ฟที่สนามกอล์ฟค่ายรัตนรังสรรค์เห็นเหตุการณ์หลายสิบคน โดยนายอำนวย เจริญวิภาสเจต อายุ 52 ปี  ระบุว่า เห็นท้องฟ้ามืดครึ้ม จึงมองออกไปในทะเล พบเส้นสีเทาหมุนเป็นเกลียวพุ่งจากท้องฟ้าลงไปในทะเล เกิดเป็นเกลียวหมุนอย่างรวดเร็วดูดน้ำทะเลขึ้นไปบนอากาศแบบเดียวกับพายุทอร์นาโดในสหรัฐอเมริกา ทำเอาคนในสนามกอล์ฟพากันวิ่งหนีจ้าละหวั่น แต่ก็มีนายพรชัย เอี่ยมโสภณ และนายสรายุทธ สุทธิวงษ์ ผู้ดำเนินรายการของสถานีวิทยุชุมชมระนอง บันทึกภาพปรากฏการณ์พายุงวงช้าง ซึ่งกินเวลานาน 20 นาทีไว้ได้ โดยพายุดังกล่าวไม่ได้พัดเข้าสู่ชายฝั่ง และสลายตัวไปในอากาศเอง”

    (ข่าวจาก นสพ.และเว็บไซต์ของไทยรัฐ)

      

    ซ้าย :ในการก่อตัวระยะแรก จะยังไม่เห็นลำของพายุ แต่จะปรากฏบริเวณสีเข้ม (dark spot) บนผืนน้ำ

    ขวา : เมื่อก่อตัวเต็มรูปแบบ จะเห็นเป็นลำอย่างชัดเจน เนื่องจากไอน้ำควบแน่นกลายเป็นหยดน้ำ สังเกตการหมุนวนของพื้นผิวน้ำเป็นเกลียว ในภาพเป็นพายุนาคเล่นน้ำที่เกิดที่ฟลอริดา คียส์ (Florida Keys) ในวันที่ 10 กันยายน ค.ศ. 1969นาคเล่นน้ำมักจะเกิดพร้อมๆ กันคราวละหลายตัว คือ มากันเป็นครอบครัว ตามสถิติที่ค้นได้พบว่า เคยเกิดขึ้นพร้อมกันทีเดียว 7 ตัว ที่เกรทเลคส์ (Great Lakes) ตามแนวพรมแดนระหว่างแคนาดากับอเมริกา ในเหตุการณ์ที่เรียกว่า เหตุการณ์นาคเล่นน้ำครั้งมโหฬารแห่งปี 2003 (The Great Waterspout Outbreak of 2003) เพราะมีนาคเล่นน้ำปรากฏโฉมถึง 66 ตัว (เป็นอย่างต่ำ) ในช่วงเวลามหัศจรรย์ 7 วัน คือตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน ถึง 3 ตุลาคม ค.ศ. 2003
           
            
         
    นาคเล่นน้ำอาจมาเป็นคู่ (หรือมากกว่านี้ก็มีบ่อยๆ)
           

    P

    ดร. บัญชา ธนบุญสมบัติ
    สำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.)
    http://gotoknow.org/blog/science/101100

    เขียนเมื่อ 

     http://gotoknow.org/blog/pitch/78800

    P
    พิชญ์
    มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง

    สำหรับตัวดิฉันยึดคติที่ว่า  ยอมรับในตัวตนของเขา และทำให้เขารู้ในตัวตนของเรา ต่างคนต่างยอมรับซึ่งกันและกัน  แล้วชีวิตการทำงานก็จะมีความสุข ทั้งหัวหน้า ลูกน้อง เพื่อนร่วมงาน

    เขียนเมื่อ 

     http://gotoknow.org/blog/katibook/101314

    PKati
    มหาวิทยาลัยเที่ยงวัน

    คติ มุธุขันธ์ : แนะนำ  

    หนังสือรวบรวมบทความ

    ในแต่ละห้วงเวลา ของ ศ.นิธิ เอียวศรีวงศ์

    ผ่านมุมมอง แนวคิด และทิศทาง

    นำเสนอเรื่องราวต่อคนไทย และประเทศไทย   

    พุทธที่ไม่ไสยศาสตร์เป็นแนวคิดที่เพิ่งจะเกิดขึ้น ในสมัยต้นรัตนโกสินทร์ เมื่อร้อยกว่าปีมานี้เอง นี่เป็นการปฏิเสธการมองว่าพุทธศาสนาดำรงอยู่อย่างอิสระและมีความบริสุทธิ์ผุดผ่อง อีกทั้งเปิดมุมมองใหม่ในการศึกษาความเชื่อต่างๆ อย่างจริงจังและปราศจากอคติ จุดเด่นของงานเขียนของอาจารย์นิธิ คือมองเห็นมิติทางด้านวัฒนธรรมของปัญหาต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทาสังคม เศรษฐกิจ หรือการเมือง และด้วยความเป็นนักประวัติศาสตร์ที่อ่านหลักฐานและวิเคราะห์อะไรต่อมิอะไรได้อย่างแตกฉาน มีส่วนทำให้การวิเคราะห์ของท่านมีความน่าเชื่อถือ

      

    วัฒนธรรม กับ อำนาจ คำอธิบายของนิธิก็คือ อำนาจในสังคมไทยไม่ได้มีแบบเดียว แต่มีอยู่สองแบบ คือ อำนาจ กับ อิทธิพล อำนาจเกิดจากกฎหมายและรัฐธรรมนูญ อิทธิพลเกิดจากวัฒนธรรม (มักเรียกกันว่า อำนาจแบบระบบอุปถัมภ์) อิทธิพลเป็นอำนาจแบบ เป็นที่รู้กัน แต่ไม่มีการจารึกไว้เป็นลายลักษณ์อักษร

      

    รัฐธรรมนูญที่เรารู้จักกันนั้น จึงเป็นเพียงสิ่งที่รองรับอำนาจแบบแรก มีกำเนิดจากความคิดประชาธิปไตยแบบตะวันตก และการตื่นตัวเรื่องสิทธิเสรีภาพของคนชั้นกลาง ในขณะที่อิทธิมีรากเหง้าทางวัฒนธรรมที่เก่าแก่และฝังลึกมากกว่า

     

      

    คนไทยรู้ดีว่าอำนาจที่มีมากเกินไป มักสร้างความเดือดร้อนให้ตน แต่แทนที่จะหวังพึ่งอำนาจ (เช่น ต่อสู้ด้วยวิถีทางกฎหมาย หรือเรียกร้องสิทธิผ่านอำนาจของรัฐธรรมนูญ) แต่เพียงอย่างเดียว เขากลับชอบใช้วิธีหนีไปพึ่งพิงอิทธิพล

     

      

    ดังนั้น ในขณะที่นักวิชาการคนอื่นๆ มองอิทธิพลว่า งมงาย ล้าสมัย หรือน่ารังเกียจ นิธิกลับมองว่ามันเป็นรูปแบบการต่อรองกับอำนาจ และเรียกกลวิธีนี้ว่า ภูมิปัญญา การแบ่งแยกสิ่งที่อยู่ ข้างใน ออกจาก ข้างนอก วัฒนธรรม เป็นสิ่งที่นิธิสนใจมาก ท่านอยู่ในกลุ่มเดียวกับนักคิดของไทย ที่เชื่อว่าความเปลี่ยนแปลงทางสังคม เกิดจากปัจจัยภายในมากกว่าภายนอก อย่างไรก็ตาม แต่เดิมนั้น การศึกษา ปัจจัยภายใน มักมองว่าวัฒนธรรมไทยเป็นสิ่งที่หยุดนิ่ง เส้นแบ่งจึงตายตัวและไม่เปลี่ยนแปลง อาจารย์นิธิต่างกับนักคิดคนอื่นๆ ตรงที่สามารถจัดความสัมพันธ์ขององค์ประกอบทางวัฒนธรรมและลากเส้นแบ่งใน นอกเสียใหม่

    วัฒนธรรมกับความรู้ จุดเด่นของอาจารย์นิธิ คือไม่ได้วิเคราะห์เพียงระบบการศึกษา หรือเนื้อหาหลักสูตร ท่านเริ่มการวิเคราะห์จากการตั้งคำถามพื้นฐานที่สุด นั่นคือคำถามที่ว่าความรู้คืออะไร ความรู้นั้น อาจารย์นิธิให้คำจำกัดความว่า คือความสามารถในการเชื่อมโยงหรือหาความสัมพันธ์ระหว่างสิ่งต่างๆ ไม่ใช่แต่ท่องว่าสิ่งนั้นๆ มีคุณสมบัติอย่างไร หรือแย่กว่านั้นก็คือไม่อาจบอกได้ว่ามันจะเกี่ยวข้องกับชีวิตเราอย่างไร

    จินตนาการสำคัญกว่าความรู้  -  วัฒนธรรมสำคัญกว่าความรู้
    P
    ดอกไม้ทะเล
    เมื่อ พ. 06 มิ.ย. 2550 @ 23:24 [284528]

    ขอบพระคุณมากค่ะ คุณkati 
    ดิฉันจะไปหาดูที่ร้านหนังสือ  พลาดเล่มนี้ไปได้อย่างไรก็ไม่ทราบ .....    เมื่อได้มาแล้ว  ดิฉันก็ว่าจะเปิดอ่านเรื่อง "ครู"  เป็นเรื่องแรกอะค่ะ  : )

    เขียนเมื่อ 

     ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ ปรัชญาชาวบ้าน

    http://gotoknow.org/blog/sutthinun/101335

    ครูบา สุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ 

    ถ้าเรามองเห็นค่าในตัวคน คุณค่าของความเป็นญาติก็จะค่อยๆโผล่ออกมา คนเมืองกรุงเสียอีกหาญาติอย่างคนต่างจังหวัดไม่ค่อยได้ เพราะสังคมกรุงเทพมีข้อจำกัดมากมาย ต่างคนต่างทำงานลุกลี้ลุกลน สนใจแต่เรื่องตัวเองมากกว่าเรื่องของส่วนรวม กว่าจะไปมาหาสู่กันได้ หรือวิธีการพบปะกันก็จะเป็นอีกรูปแบบหนึ่ง เรื่องนี้ไม่ว่ากัน เพราะเห็นใจในสภาพแวดล้อมที่รัดรึง จึงพบกันแบบทางการเสียมากกว่า การที่จะพบกันแบบทางใจ คงจะยากและมีน้อย เว้นที่แต่เขาจะเป็นเครือญาติแบบชาวบล็อก เขาอาจจะมีวาสนาพอที่จะสัมผัสน้ำใจของญาติมิตรได้บ้าง   

    เขียนเมื่อ 
    Pดอกแก้ว
    ศูนย์ศึกษาศิลปะธรรมชาติเด็กรักป่า

    ผู้ประสานงานศูนย์ศึกษาศิลปะธรรมชาติเด็กรักป่า
    ค่ำคืนแล้ว ผู้นำชุมชนเบิกบาน ประชุมเล่าเรื่อง แผนพัฒนาหมู่บ้าน
    ผู้นำ หัวเราะ “ แล้วมันไม่ตลก หรือ ครับ เอารูป พวกผมไป ยืนไหว้ ขอบคุณ “

                 ค่ำแล้ว  ผู้นำชาวบ้าน ผู้ใหญ่บ้าน อบต. ผู้ช่วย  5-6 คน มาคุยกันที่เด็กรักป่า

    ต่างก็ดีใจ มาเล่าเรื่อง การได้มาของโครงการ พัฒนาชุมชน โดยเฉพาะ  อบต.

    อนุมัติงบ 7 แสนบาท ก่อสร้าง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ที่ดิน สาธารณประโยชน์ที่ติดกับป่าใหญ่  ในชุมชน บ้านแสลงพันธ์  ซึ่ง ผู้นำชาวบ้านจะได้ร่วมวางหลักสูตรการศึกษาท้องถิ่นร่วมกัน

               นอกจากนั้นก็คุยกันเรื่อง เตรียมกล้า ปลูกป่า ในเดือน สิงหาคม

    วันแม่ และการไปช่วย ทาง วัดป่าสุคะโต   จ.ชัยภูมิ ปลูกป่า 100 ไร่

    ที่อาจจะไป ก่อนปลายเดือนนี้ เพราะ หลวงพี่ตุ้ม  ( พระสันติพงศ์  ธรรมธำรงค์ ) ที่ปรึกษาเด็กรักป่า ชวนไว้นานแล้วและจะได้พาชาวบ้านไปดูการอนุรักษ์ป่า ของชาวบ้าน ที่ร่วมกับพระนักพัฒนา  ด้วย

       สุดท้าย ก็คุยกันเรื่อง ขยะ...ในชุมชน และคนที่มาอบรมที่เด็กรักป่า เวลาเดินป่า ในป่าก็มี ต้องพาเด็กๆเดินเก็บ หลังกิจกรรมทุกครั้ง....

       ผมว่า เราน่าจะ ทำป้ายรณรงค์ บอกว่า ...ขอบคุณที่ไม่ทิ้งขยะ อยากให้ แกนนำ อย่างพวกเรานี่แหละ   ถ่ายรูป กราบขอบคุณผู้มาเยือน 

    ทำเป็นซินสกรีน  ติด ตามชุมชนเรา    จืด เสนอความคิดในวงประชุม

       ผู้นำ หัวเราะ  แล้วมันไม่ตลก หรือ ครับ เอารูป พวกผมไป ยืนไหว้ ขอบคุณ

      เป็นการดีมากเสียอีก  เหมือนว่า ผู้นำ ห่วงใย ดูแล ชุมชน จริงๆ และกราบขอบคุณผู้ที่ให้ความร่วมมือจริงๆ  แต่ว่า เราไม่มีงบประมาณ 

    ต้องขอให้คนในรูป จ่าย  แต่ ประชาสัมพันธ์ แบบนี้ คุ้มมาก  ทำแผ่นใหญ่ แผ่นนึง

    น่าจะ ไม่กี่ร้อย นะ 

          3 ทุ่มกว่าแล้ว  ผู้นำ ยังคุยอยู่ต่อ....แล้วก็วางแผนกันถ่ายรูป ..ว่าจะใส่ชุดอะไร แล้วไหว้ ยืน นั่ง แบบไหนดี....ผู้นำ ดูจะตื่นเต้น เหมือนเด็กๆเลย

    เขียนเมื่อ 
    P
    ดร. อาภา ยังประดิษฐ
    คณะพยาบาลศาสตร์ มหิดล
    เตรียมตัวจัดเวทีประชาคม
    เวทีประชาคม

               การจัดเวทีประชาคมเป็นกิจกรรมหนึ่งที่สำคัญมากในการทำงานในชุมชน  ครูพยาบาลชุมชนจะเตรียมนักศึกษาพยาบาลอย่างไร  จึงจะประสบความสำเร็จ   การจัดเวทีประชาคมไม่ใช่เพียงแค่การเชิญชาวบ้านมาประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของเรา  หรือมาฟังว่าปัญหาของคุณมีอะไรบ้าง (จากการที่เราไปค้นหามา)  แล้วถามว่าจะให้เราแก้ไขปัญหาใดก่อน  แต่การจัดเวทีประชาคมโดยทั่วไปแล้ว  หมายถึงการประชุมชาวบ้าน  เพื่อวัตถุประสงค์หลากหลายเช่น  ปลุกจิตสำนึกให้รักชุมชน ค้นหาผู้มีจิตสาธารณะ  ช่วยให้ชุมชนค้นหาเป้าหมายและมีวิสัยทัศน์ร่วมกัน และเพื่อร่วมกันคิดแก้ปัญหาของชุมชน  ฯลฯ 

    เขียนเมื่อ 

     http://gotoknow.org/blog/sweet-home/101675

    P
    mr. สุมิตรชัย คำเขาแดง
    สถานีอนามัยบ้านหนองแปน ขอนแก่น

     บ้าน งาน ชีวิต

    การเริ่มจัดการบ้าน ( Make your home ) ต้องเริ่มจากวินัยและการปลูกฝังพฤติกรรมด้านการรักความสะอาดครับ

                    วินัยคือความเป็นระเบียบเรียบร้อยที่มีระบบ มีรอบเวลา

                    พฤติกรรมรักความสะอาดคือ การให้คุณค่าของร่างกายตนเอง เพราะร่างกายของคนเรามีข้อจำกัดในการรับสิ่งสกปรกและเป็นพิษ

                    การจัดการงาน ( Make your office ) ก็ต้องเริ่มจากวินัย และการปลูกฝังพฤติกรรมด้านการรักความสะอาดครับ

                     การจัดการชีวิต ( Make your life styl )ก็ต้องเริ่มจากวินัย และการปลูกฝังพฤติกรรมด้านการรักความสะอาดเช่นกันครับ 

    เขียนเมื่อ 

     http://gotoknow.org/blog/Kulkanit3/101606

    Pอ.ลูกหว้า
    ภาควิชาเศรษฐศาสตร์ คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม พิษณุโลก

    พระพุทธเจ้าทรงให้แนวทางสำหรับคู่รักหรือสามีภรรยาว่าจะต้องปฏิบัติตามหลักการ “4 ดังนี้ 

     

    1. มีศรัทธาสมกัน

    2. มีศีลสมกัน  

    3. มีจาคะสมกัน 

    4. มีปัญญาสมกัน 

    กล่าวคือ คนที่มีคุณธรรมและสติปัญญามีความสอดคล้องกัน  ก็จะดึงดูดซึ่งกันและกัน   ท่านว.วชิรเมธีกล่าวว่า ดีดูดดี  และ เลวดูดเลว  อันนี้ก็อยู่ที่ว่าเราจะเลือกปฏิบัติตัวแบบใด   อย่าลืมดูแล "หัวใจ " ของตัวเองด้วยนะคะ  

    " อย่าลืม!  หมั่นดูแลหัวใจและรักษาดวงใจ  เติมธรรมะให้หัวใจวันละนิด" 

                        

    เขียนเมื่อ 


    MR.BHUDIT EKATHAT
    None Organization
    http://gotoknow.org/blog/politic/101708

    หลักของการบริหารประเทศให้ประชาชนมีสุข คือ เอาความต้องการของประชาชนเป็นหลัก   จะคิดอะไร   จะปฎิบัติอะไร  ต้องมีพื้นฐานความต้องการของประชาชน

    ท่านอารีย์ ไม่มีสิทธิ์คว่ำข้อเสนอ  และ ท่านไพบูลย์  ไม่มีสิทธิ์ในการนำเสนอเพื่อยัดเยียด    

     

    เขียนเมื่อ 
    Pconductor
    เกร็ดประวัติศาสตร์ Google กับบรรยากาศการเรียน

    หยิบหนังสือ The Google Story มาอ่านอีกที ก็พบประเด็นที่น่าคิดครับ ในบทที่สาม มีเรื่องบรรยายไว้ว่า บิล เกตส์ บริจาคเงินหกล้านเหรียญสร้างตึกให้สแตนฟอร์ด ตึกนี้ชื่อว่า William Gates Computer Science

    ในพิธีเปิด James Gibbons คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด ได้ทำนายว่า

    within 18 months "something will happen here, and there will be some place, some office, some corner, where people will point and say 'Yeah, that's where they worked on the blank in 1996 and 1997. And you know, it was a big deal.' " 

    Big deal ที่เกิดขึ้นคือ Google ครับ อาคารนี้เป็นสถานที่ที่ Larry Page พบกับ Sergey Brin ผู้ก่อตั้ง Google ทั้งสอง ซึ่งทั้งคู่ถูก assign ให้ไปใช้ห้อง Gates 360 (ร่วมกับนักศึกษาอีกสี่คน) ต่อมาทั้งคู่พัฒนา PageRank™ ขึ้น และเป็นจุดเริ่มต้นของตำนานอินเทอร์เน็ตอีกเรื่องหนึ่ง

    ไม่ใช่ว่าทุกคนจะประสบความสำเร็จแบบ Page และ Brin แต่สแตนฟอร์ดก็สร้างบรรยากาศให้เกิดการแลกเปลี่ยนต่อยอดความรู้ไปได้ นี่ช่างต่างกับการเรียนระดับสูงในเมืองไทยเสียเหลือเกิน การเรียน course work กลายเป็นเรื่องหลัก ต่อให้ไม่มี communication loss ในการสอน ความรู้ที่ได้มา ก็มีแนวโน้มที่จะไม่ได้อะไรเกินไปกว่าที่ได้รับการถ่ายทอด

    ในมหาวิทยาลัยไทย มีลักษณะของ "โต๊ะ" ให้นักศึกษานั่งกัน แต่กิจกรรมที่เห็นโดยมากมักออกแนวบันเทิงเสียมากกว่า ถ้าเป็นเรื่องเรียนก็เป็นการทบทวน -- จะทำอะไรได้มากกว่านั้นในที่โล่งล่ะครับ

    ความคิดเห็น
    P
    [ minisiam ]
    เมื่อ ส. 09 มิ.ย. 2550 @ 00:54 [286657]

    เคยได้รับเกียรติไปเป็นอาจารย์พิเศษสองสามสถาบัน พบว่าบรรยากาศในห้องเรียนนั้น นักศึกษาไม่คุ้นกับการที่จะต้องคอยตอบคำถามเราเสียเลย ผลคือ ทำให้เหนื่อยและไม่สนุกด้วยเลย ถ้ากล้าถาม กล้าแสดงความเห็น มันจะสนุกกว่ากันมากนะคะ (แต่ก็เป็นไปได้ว่า เขาไม่คุ้นกับเรามากพอที่จะต่อปากต่อคำได้ด้วย)

    อย่างไรก็ตาม สมัยเรียน ตั้งแต่ระดับมัธยมขึ้นมา จะเป็นคนที่ชอบถามครูค่ะ ถามดะ ถามลองวิชาก็มี ถามเพราะอยากรู้อยากเห็นจริงๆ ก็มากนัก การถาม มันทำให้คนสอนรู้ว่า เราต้องการรู้อะไรด้วย และที่สำคัญ สนุกทั้งคนเรียนและคนสอน 

    เขียนเมื่อ 
    เขียนเมื่อ 

    http://gotoknow.org/blog/random/101896

    P
    Conductor
    เมื่อ ส. 09 มิ.ย. 2550 @ 02:15 [286713]

    เห็นด้วยเรื่องข้อสังเกตเกี่ยวกับความไม่ค่อยกล้าถามครับ

    ถ้าบริษัทที่ร่ำรวยในตลาดหลักทรัพย์ แบ่งเศษเงินมาเจือจานการศึกษาบ้างก็ดีนะครับ คิดเป็นค่าใช้จ่ายได้และหักภาษีได้สองเท่า

    เช่นบริจาค 10 ล้าน เป็นค่าใช้จ่ายได้ 100% จะจ่ายภาษีน้อยลง 3 ล้าน และเรียกคืนได้ตอนสิ้นปีอีก 3 ล้าน เหลือออกเอง 4 ล้าน -- กลายเป็นบริษัทออก 40% รัฐสมทบ 60% บริษัทเลือกได้ว่าจะช่วยที่ไหน แต่ต้องแบก cashflow นิดหน่อยครับ

    เขียนเมื่อ 

    P
    ดอกไม้ทะเล
    เมื่อ ศ. 08 มิ.ย. 2550 @ 23:18 [286596]

    http://gotoknow.org/blog/littlething/97845

    การสนทนาแบบไม่ใคร่สุนทรีย์นี่เข้าใจเลยอะค่ะ  สนุกเทียว  อิอิ    เวลาสื่อสาร  โดยธรรมชาติการเรียนรู้ของมนุษย์ เราจะพอเข้าใจได้ว่าคู่สนทนามีบุคลิกลักษณะอย่างไร  และมีกระบวนการคิด  ทัศนคติ  วัฒนธรรม  ค่านิยม ภูมิหลัง และกรอบอ้างอิงเบื้องหลังอย่างไร  เท่าที่เขานำเสนอตัวตนที่พ้นน้ำให้เราเห็น   

    เขียนเมื่อ 

    P

    http://gotoknow.org/blog/random/101896

  • สิ่งที่ผมอยากเห็นคือ มีใครกล้ายกรั้วของสถาบันการศึกษาออกบ้างครับ แบบไม่มีรั้วกั้นนะครับ นั่นคือ  สถาบันการศึกษา ชุมชน แหล่งส่งเสริมคุณธรรมจริยธรรม และครอบครัว ผนึกกำลังเข้าหากันนะครับ เด็กต้องเรียนรู้จากที่ต่างๆ เหล่านี้ มากกว่าอยู่ในห้อง หรือในหนังสือที่ครูท่องได้หมดทุกตัวอักษรแล้ว มันต้องเกิดสิ่งใหม่ที่ต่อยอดจากหนังสือเรียนเหล่านั้น ในการทำให้เกิดการคิด การเคี้ยว การหลั่งสารย่อยในปาก ย่อยในสมอง ก่อนแล้วจะส่งผลให้เกิดการต่อยอดต่อไปได้ครับ
  • หนังสือเรียนแต่ละบทน่าจะมีส่วนต่อยอด ฝังอยู่ด้วยครับ ที่ทำให้เกิดการนำไปพูดคุยต่อ นอกห้องเรียน ระหว่างเพื่อนถึงเพื่อน ครูถึงครู และครูถึงเด็ก เด็กถึงพ่อแม่ แม่พ่อถึงชุมชน ชุมชนถึงวัด วัดถึงโรงเรียน วนเวียนการต่อยอดครับ
  • เขียนเมื่อ 

    P

    http://gotoknow.org/blog/random/101896

  • การให้หรือการบริจาคที่สำคัญคือ การบริจาคสิ่งที่ทำให้เกิดปัญญา เพื่อให้เค้าเกิดภาวะตนเป็นที่พึ่งแห่งตน และตนเป็นผู้เกื้อกูลสังคม
  • เขียนเมื่อ 

     http://gotoknow.org/blog/random/101341

    Pconductor

    แล้ว "ประชาธิปไตย" คืออะไร

  • ท่านปรีดี พนมยงค์ กล่าวไว้ว่า

                คำว่า  “ประชาธิปไตย”  ประกอบด้วยคำว่า  “ประชา”  หมายถึงหมู่คนคือปวงชน  กับคำว่า  ”อธิปไตย”  หมายถึงความเป็นใหญ่

                คำว่า  “ประชาธิปไตย”  จึงหมายถึง  “ความเป็นใหญ่ของปวงชน”

                ราชบัณฑิตยสถานให้ความหมายของคำว่า  “ประชาธิปไตย”  ไว้ในหนังสือพจนานุกรมของทางราชการว่า  “แบบการปกครองที่ถือมติปวงชนเป็นใหญ่”

                ทั้งนี้พึงเข้าใจว่าการที่ปวงชนจะมีความเป็นใหญ่ในการแสดงมิติได้ก็จำเป็น ที่ชนทุกคนรวมกันเป็นปวงชนนั้นต้องมี    “สิทธิและหน้าที่ของมนุษยชน”  อันเป็นสิทธิและหน้าที่ตามธรรมชาติของทุกคนที่เกิดมาเป็นมนุษย์  คือ  สิทธิเสรีภาพและความเสมอภาคซึ่งมนุษย์จะต้องใช้พร้อมกันกับหน้าที่  มิให้เกิดความเสียหายแก่เพื่อมนุษย์อื่นและหมู่คนอื่นหรือปวงชนเป็นส่วนรวม  ถ้าชนส่วนมากซึ่งเป็น  “สามัญชน”  ถูกตัดสิทธิมนุษยชนโดยให้มีหน้าที่แต่อย่างเดียว  สามัญชนก็มีลักษณะเป็นทาส  หรือข้าไพร่ของชนส่วนน้อยซึ่งมีสิทธิใหญ่ยิ่งหรือ  “อภิสิทธิ์ชน” แบบการปกครองจึงไม่ใช่ประชาธิปไตย  ถ้าสามัญชนมีสิทธิมนุษยชนอย่างเดียว  โดยไม่มีหน้าที่  มนุษยชนแบบการปกครองก็เกินขอบเขตของประชาธิปไตย

  • วิกิพีเดีย ให้ความหมายว่า

    ประชาธิปไตย (democracy) คือแนวคิดที่เชื่อว่าประชาชนมีสิทธิที่จะปกครองตนเอง ซึ่งแตกต่างจากแนวคิดก่อนหน้า ที่เชื่อว่าประชาชนมีชีวิตอยู่เพื่อเสริมสร้างบารมีหรือความมั่งคั่งให้กับกษัตริย์ หรือมีชีวิตตามความต้องการของพระเจ้า การเปลี่ยนกระบวนทัศน์นี้เป็นผลจากยุคแสงสว่าง

  • แต่ประเด็นคืออย่างนี้ครับ เรื่องแรก ในความแตกต่างเล็กน้อยนี้ หากไม่พูดจากันจนเข้าใจ ในที่สุดก็จะทำให้การรวมกลุ่มรวมพลัง ไม่ยั่งยืนเพราะว่าไม่ได้เป็นเนื้อเดียวกัน รวมกันด้วยผลประโยชน์ชั่วคราว อยู่กันได้ประเดี๋ยวประเดียว พอผลประโยชน์เปลี่ยน ก็เปลี่ยนขั้ว ย้ายบ้านผสมพันธุ์กันยุ่งไปหมด; การแบ่งกันเป็นขั้ว ทำอะไรก็ขาดความต่อเนื่อง เนื่องจากเป็นคนละขั้วก็เลยต้องแตกต่างกัน

    ประเด็นที่สองซึ่งสำคัญกว่าคือ นิยามของประชาธิปไตย ไม่ควรจะยาวขนาดงานวิจัย แต่ก็ไม่ควรสั้นเหมือนที่บัญญัติไว้ในพจนานุกรม แล้วควรจะอธิบายคำว่าประชาธิปไตยอย่างไร ที่(เด็ก)ฟังแล้วรู้เรื่อง ปฏิบัติตนอย่างถูกต้อง เป็นหลักให้ตรึกตรองและวินิจฉัยได้ว่าอะไรเป็นรูปแบบ อะไรเป็นเนื่อหา

    ช่วยคิดหน่อยซิครับ 

  • เขียนเมื่อ 

    P
    เบิร์ด
    เมื่อ ส. 09 มิ.ย. 2550 @ 09:44 [286847]

    ความรู้ดีไม่เท่าปัญญาเลิศ

    http://gotoknow.org/blog/mrschuai/100642

    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เคยทำๆกันมา ( จนจะเข้าไปแผน ฯ 10 แล้วเนี่ย ) ขาดอะไร ? มีสิ่งใดที่ไม่ครอบคลุม ?

    แผนพัฒนาเศรษฐิกจและสังคมแห่งชาติเค้าใช้เวลา 5 ปี / แผน..แล้วแผนพัฒนาชาติไทยล่ะคะ จะใช้เวลาเท่าไหร่ / 1 แผน ?..

    .............................................................

    แผนหนึ่งปี ไม่มีอะไรดีกว่าปลูกธัญพืช..

    แผนสิบปี  ไม่มีอะไรดีไปกว่าปลูกต้นไม้ผล

    แผนตลอดชีวิต   ไม่มีอะไรดีไปกว่าการสร้างคน

    เพราะ...

    ปลูกหนึ่งครั้งเก็บเกี่ยวได้หนึ่งครั้งคือธัญพืช...

    ปลูกหนึ่งครั้งเก็บเกี่ยวได้สิบครั้งคือต้นไม้ผล ..

    และ ปลูกหนึ่งครั้งได้ประโยชน์เกินร้อยครั้งคือ " สร้างคน "...

    .............................................................................

    การศึกษาจะให้เห็นผลทันตาเหมือนเครื่องใช้ไฟฟ้าคงไม่ได้  เพราะการศึกษาเป็นการฝึกฝน เพื่อพัฒนาตนเองต้องใช้ระยะเวลาอันยาวนาน...ประเทศที่เจริญแล้วทั้งหลายจึงล้วนให้ความสำคัญกับการศึกษาเพื่อสร้างคนด้วยกันทั้งนั้น...แต่เท่าที่ดู " ไทย " ยังไม่ให้ความสำคัญเท่าไหร่  อย่างนี้จะถือว่าเรา " เจริญ " แล้วหรือยังคะ ? 

    เข้ามาปั่นเม้นต์ค่ะ ( แหย่เล่าฮูให้ฟิวส์ขาดใหม่ด้วย ^ ^ )

    เขียนเมื่อ 

    P

    http://gotoknow.org/blog/mrschuai/100642

    รมต.ช่วย  ร่างแผนพัฒนาฯ

        สำหรับประเทศไทยเราตอนนี้ เรามีแผนเดียวคือ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 10 ใช่ไหมครับ ซึ่งรวมทุกอย่างเอาไว้ในนั้น โดยมีสภาพัฒน์ เป็นผู้กำหนดแนวทางเดินของประเทศไทย

       ผมเลยคิดว่า จะมีความเป็นไปได้ไหม ที่จะมีการแบ่งแยกในการพัฒนาให้ชัดเจนโดยมีสภาย่อยในแต่ละส่วนในการคิดวางแผนในนั้น ย่อยๆ ลงไป โดยไม่ต้องคิดทุกอย่างรวมๆ เป็นแผนเดียว

      จากตัวอย่างด้านบนสิ่งที่ผมมอง มีดังต่อไปนี้คือ

    1. ศาสนาควรจะมีการแยกออกไปเป็นส่วนหนึ่งที่ชัดเจน โดยมีแผนในการพัฒนาของตัวเอง เช่น แผนพัฒนาจิตใจแห่งชาติ แผนพัฒนาบุคลากรและศาสนสถาน และอื่นๆ โดยที่ศาสนาไม่ควรจะมาอยู่ภายใต้การปกครองของการเมือง โดยอาจจะมีการจัดสรรงบประมาณให้ไปเลยตามอัตราส่วนตามความจำเป็นต่อการพัฒนาไปเลยครับ

    2. กระจายแผนต่างๆ ออกมาให้ชัดเจนออกมาจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เดิมที่มี เป็น

      แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ

      แผนพัฒนาสังคมแห่งชาติ

      แผนพัฒนาสุขภาพแห่งชาติ

      แผนพัฒนาเศรษฐกิจแห่งชาติ

      แผนพัฒนาการเมืองแห่งชาติ

      และแผนอื่นๆ ที่จำเป็น

    3. สำหรับในส่วนการศึกษานั้น ก็จะได้มาวางแผนกันให้ชัดเจนไปเลยครับว่า มาเป็นแนวทางตาม แผนพัฒนาการศึกษาแห่งชาติ ฉบับที่ 1. กำหนดกันไปเลยว่า จะกี่ปี 5 ปี หรือว่ากี่ปีนะครับ ก็วางแผนไปครับ และแผนอื่นๆ ก็เช่นกันครับ

    4. เรื่องการจัดสรรงบประมาณ ก็จัดการจัดสรรตามอัตราส่วน แล้วให้แต่ละฝ่ายมีการจัดสรรงบประมาณเพื่อสนับสนุนส่งเสริมตามที่จำเป็นไปเลยครับ ซึ่งตรงนี้ก็คงต้องถกและพูดคุยกันต่อไปครับ

    เขียนเมื่อ 
    • ผู้มีอำนาจมาแล้วก็ไป
    • ประชาชนเป็นกระโถนรองรับทุกยุคอำนาจ
    • หนุนเก้าอี้ให้
    • ถวายชีวิตให้
    • แต่ฐาน อำนาจความคิด ความรู้ ไม่เคยสนใจให้
    • แม้แต่ฐานความรู้การดำรงค์ชีวิตอย่างสงบสุขยังไม่ให้
    • ถึงเวลาก็จะให้เทคะแนนให้
    • มาเขมือบแล้วก็ไป
    • ไปเตรียมตัวตั้งกลุ่มกันใหญ่ (ที่ปากเหม็นว่าเป็นพรรค)
    • จะมาโกยอีกแล้ว
    • โกยเสร็จก็ผลัดกัน
    • แล้วพวกเราอยู่กันอย่างไร
    • เราต้องอยู่ตลอด
    • เราไปไหนไม่ได้
    • ความรู้ก็ไม่มี
    • ความเข้าใจก็ไม่ชัด
    • อะไร อะไร ก็พัฒนาเศรษฐกิจ
    • เศรษฐกิจของใคร
    • ของใคร ????????????
    • ไหนพูดชัดๆไปเลย
    • http://gotoknow.org/blog/mrschuai/100642
    เขียนเมื่อ 

    P

    http://gotoknow.org/blog/mrschuai/100642

    แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติที่เคยทำๆกันมา ( จนจะเข้าไปแผน ฯ 10 แล้วเนี่ย ) ขาดอะไร ? มีสิ่งใดที่ไม่ครอบคลุม ?

    • ผมว่าขาดเรื่องการศึกษานี่หล่ะครับ เพราะมาถึงตอนนี้เราก็ยังมีปัญหา...กันอยู่หรือเปล่าครับ
    • แล้วแผนที่จะเอาจริงเอาจังและต่อเนื่องแล้วดูความต่อเนื่องและการรับลูกของแต่ละแผนซิครับ ว่าเป็นอย่างไร โดยเฉพาะเรื่องการศึกษา
    • ไม่ใช่จะว่าคนคิดแผนนะครับ แต่การทำงานต้องทั้งระบบ แนวทางในการปฏิบัติก็ต้องเดินไปได้ด้วยและเข้าถึงหัวใจของแผน สรุปว่า คนฝันและคนแก้ความฝัน ต้องทำงานร่วมกันครับ
    เขียนเมื่อ 

     http://gotoknow.org/blog/dongluang-1/101890

    Pบางทราย (คนเข็นครก ขึ้นภูเขา)

    ผู้บันทึกลงไปสัมผัสชาวบ้านในเรื่องนี้แล้วน่าตกใจมาก ที่ภาวะความเป็นหนี้สินสูงมากขึ้น ต่อครัวเรือน และจำนวนครัวเรือนที่เป็นหนี้สินก็มากขึ้น บางหมู่บ้านมีเพียงครอบครัวเดียวที่ไม่มีหนี้สิน วงจรหน้าจืด นี้ คืองานหนักสำหรับผู้รับผิดชอบ  วงจรหน้าจืด นี้ คือระเบิดลูกใหญ่ที่ถูกวางลงในชุมชนทั่วไปหมดแล้ว  การเดินขบวนเพื่อการปลดหนี้ที่หน้ากระทรวงเมื่อเร็วๆนี้นั้นเป็นเรื่องเล็กไปเลย หากนำข้อเท็จจริงนี้มาเปิดเผยตัวเลขจริงแล้วน่าตกใจ  

    ซึนามิลูกใหม่พร้อมที่จะเกิดขึ้นหากหน่วยงานที่รับผิดชอบไม่รีบขยับทำอะไรสักอย่างเพื่อแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง

    เขียนเมื่อ 

     

    ประวัติย่อ:
    • ลูกอีสาน
    • กินข้าวเหนียว(เป็นหลัก)
    • เคี้ยวปลาแดก
    • จบป.ตรีด้านศิลปะจาก มอดินแดง
    • กำลังเรียน ป.โท บริหารงานวัฒนธรมม ลูกแม่โดม

    Pออต
    เล้าข้าว STUDIO & SHOP

    เสียใจที่ทำให้เด็ก ๆ มีน้ำตา

    เมื่อวานเป็นวันสุดท้ายที่เราจัดกิจกรรม ความสนุกที่ผ่านมาสามวันต้องมาเศร้าสร้อยในวันสุดท้ายเมื่อเรากล่าวคำอำลาเด็ก ๆ เมื่อเด็กผู้ชายตัวซนร้องไห้โฮ สะอึกสะอื้นนำขบวนพลอยให้คนอื่น ๆ ร้องไห้ตาม

    น้ำตาของเด็ก ๆ ไหลรินทำให้พวกเราคนแก่ ๆ ต้องพลอยเสียน้ำตาไปกับเด็ก ๆ  ตัวซนของเราบางคนถึงแม้ไม่ปล่อยโฮแต่น้ำตาก็ไหลรินแบบไร้เสียงสะอื้น งานนี้เราทำได้แต่สวมกอดเด็ก ๆ ที่เรารักพร้อมปลอบเบา ๆ  ถึงแม้ช่วงเวลาของเราจะน้อยแต่ว่าเรานั้นผูกพันกันเหมือนครูกับลูกศิษย์จริง ๆ

    แล้วเจอกันใหม่นะครับเด็ก ๆ ตั้งใจเรียนด้วยนะ

    เขียนเมื่อ 
    PKati
    Call Center ภาครัฐ - เรื่องจริงหรือเรื่องเล่น
    เมื่อบริการลูกค้าสัมพันธ์ หรือ สายด่วน หน่วยงานภาครัฐ ถูกตั้งคำถามในประสิทธิภาพและกระบวนจัดการระบบ ในความหมายว่าทำงานได้จริงเพียงใด

    Call Center ภาครัฐ - เรื่องจริงหรือเรื่องเล่น

     

    ในช่วงเวลาที่ต้องนั่งมองเห็นความเปลี่ยนแปลงของหน่วยงานภาครัฐ นวัตกรรมด้านบริการ ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับอิทธิพลจากการพัฒนาของภาคเอกชน รวมทั้งการถูกกดดันจากสภาพแวดล้อมของการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นแรงกดดันสำคัญ ที่ทำให้หน่วยงานภาครัฐ ต้องตระหนัก คิดค้น พัฒนา และ ปรับเปลี่ยน เพื่อให้พร้อมรับต่อความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้น

    เขียนเมื่อ 

     

    PandaPandaPandaPandaPandaPandaPandaPanda

    เขียนเมื่อ 
    Pเบิร์ด
    บททดสอบอีกครั้งของเบิร์ต
    ชีวิต

     

     

    • ชีวิต.....กับเงินทอง  อะไรสำคัญกว่า ?...
    • ชีวิต.....กับชื่อเสียงเกียรติยศ  อะไรสำคัญกว่า ?...
    • ชีวิต.....กับคำสรรเสริญเยินยอ  อะไรสำคัญกว่า ? 

    …………………………………………………………………………. 

    ชีวิต.....คำสั้นๆนี้มีความหมายนักค่ะ

    มีบทเรียน  บททดสอบมากมาย  ที่เราไม่อาจหลีกเลี่ยง

    คิดจะผ่านชีวิตให้ดี....จึงต้องเรียนรู้

    อยากพบพานความสำเร็จ...ก็ต้องผ่านแบบทดสอบ 

     

     

    ชีวิต...คือครู ผู้ให้บทเรียนแก่เรา

    บทเรียนชีวิต....คือความจริงของชีวิตที่ทุกคนต้องเรียน

    เป็นหลักสูตรที่ไม่จบสิ้น ตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจ 

     

     

    ชีวิต...มอบโจทย์ที่แตกต่างกันออกไป

    ทุกคนจึงต้องค้นหาคำตอบของตัวเอง.....ด้วยตัวเอง

    ตลอดสายธารแห่งกาลเวลา....

    มีประสบการณ์   การเรียนรู้  และบททดสอบมากมาย

    ที่ได้ถูกกลั่นกรองเป็นผลึกความคิด

    เป็นแรงบันดาลใจ.....เป็นเครื่องเตือนสติ...และเป็นเข็มทิศนำทาง

    ให้เราสามารถผ่านเส้นทางชีวิตในแต่ละช่วง

    อย่างกล้าหาญ  มีคุณธรรม และเปี่ยมไปด้วยปัญญา 

     

    เพราะความพ่ายแพ้ไม่เคยเกิดขึ้นจนกว่าการยอมแพ้จะเกิดขึ้นก่อน...

    และบนทุกเส้นทางของความสำเร็จ  ล้วนปูลาดด้วย ความอดทน ...…………………………………………………………………………….. ....

    ขอมอบกำลังใจให้แก่ผู้ที่กำลังเผชิญบททดสอบทุกคนนะคะ

    รวมทั้งปลอบขวัญ  และปลุกเร้าผู้ที่ท้อแท้ให้ลุกขึ้นสู้ใหม่

    ขอให้ทุกท่านสนุกกับการเรียนรู้และประสบความสำเร็จกับทุกบทเรียนของชีวิต  

    รวมทั้ง...รัก วันนี้ ของทุกวันในชีวิตนะคะ   

    เขียนเมื่อ 

     

    เพราะความพ่ายแพ้ไม่เคยเกิดขึ้นจนกว่าการยอมแพ้จะเกิดขึ้นก่อน...

    และบนทุกเส้นทางของความสำเร็จ  ล้วนปูลาดด้วย ความอดทน ...…………………………………………………………………………….. 
    P
    kareem
    เมื่อ ศ. 08 มิ.ย. 2550 @ 17:23 [286324]

    หวัดดีเบิร์ด

    ชีวิต ตีความหมายได้หลายแบบ ขึ้นอยู่กับว่าใครจะใช้มันยังไง และตีความหมายเอาเองยังไง

    ความพ่ายแพ้ ผิดหวัง  อันนี้เป็นได้ทั้ง ยาพิษ ที่จะบั่นทอนชีวิตตัวเองให้จมดิ่งอยู่กับมัน หรือว่า จะใช้เป็น ยาชูกำลัง ที่จะแก้ใขและผลักดันตัวเองไปสู่ชัยชนะอีกครั้ง

    เงินทอง เกียรติยศ ชื่อเสียง เปรียบเหมือนกลีบดอกไม้สีสันสวยงามที่สุดท้ายก็ร่วงโรยไม่จีรัง  ความดี และ ผลแห่งการกระทำมากกว่าที่ยั่งยืนเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่งอกเงยหลงเหลือบนหน้าแผ่นดิน

    กำลังใจดีๆ ไม่ต้องซื้อไม่ต้องหา แบ่งปันกันได้ไม่กลัวหมด ภูมิใจทั้งผู้ให้ ปลื้มใจทั้งผู้รับ.....

                        .....ขอบคุณกำลังใจดีๆ.....

    กำลังกาย กำลังใจ กำลังความคิดและกำลังสติปัญญาของตัวเราเอง คือสิ่งที่จำเป็นต้องใช้เมื่อชีวิตเจอบททดสอบที่ยากและยิ่งใหญ่...

    P
    ดอกไม้ทะเล
    เมื่อ ส. 09 มิ.ย. 2550 @ 00:19 [286638]

                                                ชีวิต

                                   คำสั้นสั้นคำนี้มีความหมาย
                                   มีบทเรียนมากมายที่รออยู่
                                   บททดสอบความอดทนเป็นบทครู
                                   ฝึกให้รู้ความหมายของ "ชีวิต"
    P
    เบิร์ด
    เมื่อ ส. 09 มิ.ย. 2550 @ 07:45 [286770]

    เราไม่อาจเป็นทุกอย่างได้ในเวลาเดียวกัน

    เราไม่อาจครอบครองทุกสิ่งเอาไว้ได้พร้อมๆกัน

    เรา..จึงควรเลือกสิ่งที่เหมาะสมกับตน..

    ไม่จำเป็นต้องมีมากเกินไป

    เหลือที่ว่างไว้ให้คนอื่นๆ  ได้แบ่งปันสิ่งที่มีร่วมกันบ้าง

    " ความสงบสุข "...ย่อมตามมา...

    สรรพสิ่งเป็นอนิจจัง..

    คงเดิมอยู่ไม่ได้...ต้องแปรเปลี่ยนไป

    การจมอยู่กับความสำเร็จในอดีต หรือมัวยึดมั่นกับตนเอง..ย่อมนำไปสู่ความเสื่อม

    ทุกข์ สุขจึงไม่ควรผูกกับของนอกกาย

    แต่ควรแสวงหาความสุขแท้ที่หัวใจ..

    ความสำเร็จในชีวิตของคนเรา

    ไม่มีเคล็ดลับแต่อย่างใด..

    ปัจจัยแห่งความสำเร็จที่ทุกคนค้นหา ก็วางอยู่ตรงหน้า

    เพียงแต่เรามองข้ามกันไป

    นั่นคือ...

    ความพยายามเป็นบ่อเกิดแห่งชัยชนะ

    การยืนหยัดนำมาซึ่งความสำเร็จ

    คนที่ประสบความสำเร็จ..จึงต้องมีจิตใจที่มั่นคง

    ไม่คลอนแคลนในปณิธานของตนเอง...

    • ในโลกแห่งความจริงนั้น
    • ไม่มีสิ่งใดได้มาโดยง่ายดาย
    • ทุกอย่างต้องลงทุน ลงแรงทั้งสิ้น
    • ไม่ว่าเก่งกาจ สามารถเพียงใด
    • ต้องเรียนรู้ที่จะอดทน อดกลั้น
    • จนกว่าผลของความพยายามนั้นจะตอบสนองกลับคืนมา
    • การรู้จักอดทน รอคอย
    • คือการชนะ...โดยเริ่มต้นที่ " การชนะใจตนเอง "
      P
      เบิร์ด
      เมื่อ ส. 09 มิ.ย. 2550 @ 08:41 [286799]
      P

      สวัสดีค่ะคุณขจิต

      พักเรื่องหนักๆ แทรกเรื่องเบาๆบ้างค่ะ...ก่อนจะใช้หนี้ท่านผู้มีอุปการะคุณบางท่านต่อไป

    • ชีวิตไม่ได้ง่ายๆๆเลยครับ
    • มีทุกข์ สุข บ้างเป็นธรรมดา

      ............................................

      ใช่ค่ะ..ชีวิตไม่ง่ายเลย

      ธรรมชาติมีสมดุลในตัวเอง

      เมื่อถึงที่สุดต้องเปลี่ยนแปลง

      คนเราควรยกขึ้น วางลงได้

      เข้าใจและไม่ท้อต่อชีวิต

      การเปลี่ยนแปลงมีทั้งด้านบวกและลบ

      ในทางสร้างสรรค์..การเปลี่ยนแปลงให้กำเนิดสิ่งใหม่ๆ

      ที่ดีกว่าและพัฒนามากยิ่งขึ้น

      พร้อมกันนั้นก็ทำลายสิ่งที่แข็งขืน..ไม่ปรับตัว

      สรรพสิ่งกอรปด้วยทวิลักษณ์ตรงกันข้าม..

      จึงต้อง " รู้เท่าทัน "  การเปลี่ยนแปลง...

     

    รู้จักโลก  แต่ไม่รู้จักตนเอง

    มีมากก็ไม่แน่ว่าจะมีความสุข

    ไม่ค่อยรู้จักโลก..แต่เข้าใจตัวเองถ่องแท้

    แม้มีน้อย..แต่จิตใจก็สงบสุขนะคะ

    • ว่าวลอยสูงขึ้นได้เพราะต้านลม..
    • ปลารอดได้เพราะว่ายทวนน้ำ..
    • คนจะก้าวหน้าได้..ต้องกล้าบุกฝ่าปัญหาอุปสรรค
    • กล้าเผชิญทุกข์ภัยทั้งหลายทั้งปวง
    • กาลเวลาทดสอบสรรพสิ่ง.." คนจริง " พิสูจน์ที่การกระทำ..
    ไม่สำคัญว่า... คุณขับรถยี่ห้ออะไร ?
     
    สำคัญว่า... คุณเคยให้คนที่ไม่มีรถ  นั่ง  มาด้วยกี่ครั้ง
     
    ไม่สำคัญว่า... คุณทำงานล่วงเวลามากขนาดไหน ?
     
    สำคัญว่า... คุณให้เวลา แก่ครอบครัว  และคนที่รักมากแค่ไหน
     
    ไม่สำคัญว่า... คุณมีเสื้อผ้าทันสมัยกี่ชุดในตู้
     
    สำคัญว่า... คุณเคยให้เสื้อผ้าแก่คนที่ เขาขาดแคลน  ใส่กี่ชุด
     
    ไม่สำคัญว่า... คุณมีฐานะอะไรในสังคม ?
     
    สำคัญว่า... คุณ วางตัว ในระดับไหน

    ไม่สำคัญว่า... คุณมีทรัพย์สมบัติมากเท่าไหร่
     
    สำคัญว่า... สิ่งที่คุณมี.. มันมี อำนาจ  ชี้ขาดชีวิตคุณแค่ไหน
     
    ไม่สำคัญว่า... เงินเดือนสูงสุดของคุณเท่าไร ?
     
    สำคัญว่า... คุณต้องสละ อุดมการณ์ เพื่อให้ได้มันมาหรือไม่ **
    ไม่สำคัญว่า... คุณได้เลื่อนขั้นกี่ขั้นแล้ว ?

    สำคัญว่า... คุณเคย  สนับสนุน ใครให้ได้เลื่อนขั้นบ้าง
     
    ไม่สำคัญว่า... คุณมีตำแหน่งการงานอะไร ?
     
    สำคัญว่า... คุณทำงาน   สุดความสามารถ หรือไม่
    ไม่สำคัญว่า... คุณมีเพื่อนกี่คน ?
     
    สำคัญว่า... คุณเป็น เพื่อนแท้  กับใครบ้าง
    ไม่สำคัญว่า... คุณเรียกร้องและปกป้องสิทธิของตัวเองอย่างไร ?
     
    สำคัญว่า... คุณทำอะไรเพื่อ ช่วยและปกป้อง สิทธิคนอื่น
     
    ไม่สำคัญว่า... สิ่งที่คุณทำสอดคล้องกับคำพูดของคุณกี่ครั้ง ?
     
    สำคัญว่า... มีกี่ครั้งที่คำพูดของคุณ ไม่สอดคล้อง กับการกระทำ . . .

    เบิร์ดมองว่าคนที่จะประสบผลสำเร็จนั้น ต้องมี 3 อย่างคือ

    • ต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจ
    • ต้องมีความรู้
    • ต้องมีความแน่วแน่ ยืนหยัด

    ในโลกนี้มีคนเก่ง คนฉลาดมากมาย

    ที่ไม่ประสบความสำเร็จในชีวิต

    ก็เพราะสิ่งสำคัญที่สุดของคนเรา ไม่ใช่สมอง แต่เป็นหัวใจ

    คนที่ประสบความสำเร็จจึงต้องมีจิตใจที่มั่นคง

    ไม่คลอนแคลนในปณิธาณของตน...


     

     

    รายการนี้มีมากกว่า 100 ความเห็น