การเดินทางอันยาวไกล ของ ติช นัท ฮันห์

Kati
ติดตาม ผู้ติดตาม 
ติดต่อ
เรื่องราวแห่งการเดินทางอันยาวไกล ของนักบวชนิกายเซน ผู้เดินทางค้นหาความหมายของชีวิต ด้วยย่างก้าวสู่ปัจจุบันแห่งสติ และความเบิกบานแห่งการตื่นอยู่เสมอ

ชีวประวัติ

ท่านติช นัท ฮันท์  

 

คัดย่อจากสารนิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต

เรื่อง " ติช นัท ฮันห์ : ว่าด้วยพหุนิยมทางศาสนา

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย                  

"ติช นัท ฮันห์" กำเนิดในปี พ.ศ. 2469 ที่จังหวัดกวงสี ในตอนกลางของประเทศเวียดนาม ท่านมีชื่อเดิมว่า เหงียน ซวน เบ๋า ( Nguyen Xuan Bao) "ติช นัท ฮันห์" เป็นฉายา เมื่อท่านได้รับ การอุปสมบทแล้ว

คำว่า "ติช" ในเวียดนามใช้เรียกพระ มีความหมายว่า เป็นผู้สืบทอด พุทธศาสนา ส่วน "นัท ฮันห์" เป็นนามทางธรรมของท่าน มีความหมายว่า "การกระทำเพียงหนึ่ง" (One Action) หมู่ศิษย์ในทางตะวันตก เรียกท่านว่า "Thay" (ไถ่) ซึ่งในภาษาเวียดนามมีความหมายว่า "ท่านอาจารย์"    

                          

ในปี พ.ศ. 2485 เมื่ออายุได้ 16 ปี ท่านได้บรรพชา เป็นสามเณรที่วัดตื่อฮิ้ว (Tu Hieu) วิถีชีวิตในวัดเซนแห่งนี้ เป็นรากฐานอันสำคัญ ต่อชีวิตนักบวชของท่าน สามเณรต้องเรียนรู้ การมีชีวิตอยู่ในปัจจุบันขณะ ในทุกการกระทำ อาจารย์ได้มอบหนังสือ เล่มเล็กๆ กำชับให้ศึกษาหนังสือนั้น จนกว่าจะเข้าใจ "การนำสารัตถะแห่งพระวินัย มาประยุกต์ ใช้ในชีวิตประจำวัน" เป็นตอนแรกของคู่มือเล่มเล็กนั้น กล่าวถึง อากัปกิริยาของ พระฝึกหัด จะต้องเกิดขึ้นพร้อมไปกับสัมมาสติ หรือการกำหนดรู้ในปัจจุบัน 

               

ในปี พ.ศ. 2492 ติช นัท ฮันห์ได้อุปสมบทเป็นพระภิกษุ เมื่ออายุ 23 ท่านได้เดินทางไปไซ่ง่อน เพื่อช่วยฟื้นฟูพุทธศาสนา และเขียนบทความ ซึ่งถูกต่อต้าน อย่างมาก จากผู้นำองค์กรชาวพุทธและจากรัฐบาล ในปี พ.ศ. 2505 เมื่อท่านได้รับ การเสนอทุนจากมหาวิทยาลัยพรินซ์ตัน เพื่อศึกษาศาสนาเปรียบเทียบ จึงเดินทางไปยัง ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้น 1 ปี ท่านได้รับทุนจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย แต่ท่านตัดสินใจ เดินทางกลับเวียดนาม เพื่อกลับมาทำงานด้านความร่วมมือระหว่าง พุทธมหายาน และหินยานในประเทศ และตั้งรร.ยุวชนรับใช้สังคม เพื่อรักษาสังคม ที่เสียหายจากสงคราม สานต่อแนวคิด เรื่องพุทธศาสนาที่ผูกสัมพันธ์ กับสังคม และ พัฒนาวงการสงฆ์ด้วยการสอนและ เขียนในสถาบันพุทธศาสนาขั้นสูง เป็นการบ่งบอกถึง แนวคิด ของท่านว่า การกระทำและปัญญา ต้องก้าวไปด้วยกัน (action and wisdom must go together) และจัดตั้งคณะเทียบหินในปี 2509   

             

ท่านตระหนักว่า ต้องมี การเปลี่ยนแปลง วิธีการการต่อสู้เพื่อสันติภาพ เพื่อแก้ปัญหาที่ต้นเหตุคือ หยุดการสนับสนุนสงคราม และมุ่งเน้น สันติภาพ โดยปลุกจิตสำนึกต่อคนทั่วโลก จน มาร์ติน ลูเธอร์ คิง จูเนียร์ ( Martin Luther King, Jr.) เสนอนาม ติช นัท ฮันห์ เพื่อรางวัลโนเบล เพื่อสันติภาพ  

การทำงานเช่นนี้ ทำให้รัฐบาลเวียดนามใต้ ปฏิเสธการกลับประเทศของท่าน จนแม้ รวมประเทศแล้วก็ตาม ท่านจึงลี้ภัย อย่างเป็น ทางการ ในประเทศฝรั่งเศส โดยสอน ประวัติศาสตร์พุทธศาสนาเวียดนาม ที่มหาวิทยาลัย และสร้างอาศรมแห่งหนึ่ง นอกเมือง ปารีส เพื่อเขียนหนังสือ และปลูกพืชผักสมุนไพร ซึ่งท่านติดต่อลับๆ กับพระภิกษุที่ถูกจำคุก ในเวียดนาม เพราะไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลคอมมิวนิสต์ ระหว่างนั้นท่านยังคงทำงาน เพื่อสันติภาพและผู้ลี้ภัย จากประสบการณ์ของท่านที่ได้พบเห็นชะตากรรม ของผู้ลี้ภัย ด้วยตนเอง จนสามารถ ช่วยเหลือผู้คนได้อีกมาก                 

ในปี พ.ศ. 2525 เมื่อผู้มาปฏิบัติธรรมที่อาศรมของท่านทวีจำนวนขึ้นอย่างรวดเร็ว ท่านจึงเริ่มก่อตั้งชุมชนแห่งใหม่ ทางตะวันตกเฉียงใต้ ของฝรั่งเศส ให้ชื่อว่า หมู่บ้านพลัม ( Plum Village ) ซึ่งถือเป็นบ้านของท่านจนทุกวันนี้ ในช่วงแรก หมู่บ้านพลัมเป็นแหล่งพักพิงของผู้ลี้ภัย ในช่วงการปรับตัว ก่อนเข้าสู่สังคมใหม่ในประเทศใหม่

ปัจจุบันหมู่บ้านพลัมได้ต้อนรับผู้คนมากมายในการปฏิบัติสมาธิภาวนา และได้เริ่มมีสมาชิก เป็นนักบวชตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 ในปี พ.ศ. 2549 มีสมาชิกนักบวชกว่าห้าร้อยคน มาจากยี่สิบกว่าประเทศทั่วโลก ส่วนใหญ่อยู่ที่หมู่บ้านพลัม ในฝรั่งเศส ที่ Green Mountain Dharma Center รัฐเวอร์มอนต์ และ Deer Park Monastery รัฐแคลิฟอร์เนียในสหรัฐอเมริกา และที่วัด บัทหงา เมืองบ๋าวหลอบ และ วัดตื่อฮิ้ว เมืองเว้ ประเทศเวียดนาม  

              

 ในปี พ.ศ. 2548 เมื่อสถานการณ์ทางการเมืองของเวียดนามเข้าสู่ภาวะปกติ ติช นัท ฮันห์ ได้เดินทางกลับไปเยือนประเทศเวียดนาม บ้านเกิดของท่านอย่างเป็นทางการ หลังการจากมาเป็นเวลา 39 ปี และได้รับการต้อนรับจากประชาชนชาวเวียดนามอย่างอบอุ่น

ปัจจุบันท่าน ติช นัท ฮันห์ ยังคงพำนักอยู่ที่ หมู่บ้านพลัม ประเทศฝรั่งเศส และยังเดินทางไปนำการภาวนาในประเทศต่างๆ ท่านเป็นชาวเวียดนาม ที่เป็นพระมหาเถระ ในพุทธศาสนา และมีอุดมการณ์แห่งพระโพธิสัตว์อันเป็นพระที่เลื่อมใส แห่งสากลโลก เป็นอย่างยิ่ง    

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน สู่ฝันอันยิ่งใหญ่



ความเห็น (21)

sasinanda
IP: xxx.121.185.88
เขียนเมื่อ 

สวัสดีค่ะ

เคยอ่านหนังสือของท่านค่ะ ดีมากเลยค่ะ

นายบอน!-กาฬสินธุ์
IP: xxx.113.61.165
เขียนเมื่อ 
ขอบคุณครับ
เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณ คุณ sasinanda
  • และขอบคุณ คุณ นายบอน!-กาฬสินธุ์
  • เชิญชวน ร่วมเรียนรู้ แง่มุมในการศึกษาพุทธศาสนา และทำความเข้าใจในการภาวนา และมีสติกับชีวิตประจำวันด้วยความเรียบง่าย ครับ
  • ขอบคุณมากครับ

 

เขียนเมื่อ 

แวะมาอ่านคะ...ได้รายละเอียดเพิ่มขึ้นคะ

ขอบคุณคะ 

เขียนเมื่อ 
แวะมาอ่านครับ
เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณ คุณ
    P
  • และคุณ
    P
  • ขอขอบคุณมากครับ ยินดีมาก สำหรับการเข้ามาอ่านเรื่องราว ถ้ามีประเด็นที่น่าสนใจ จะเขียนเพิ่มเติมครับ
  • ขอบคุณครับ
เขียนเมื่อ 
  • หนังสือของพระเซน ชาวเวียดนาม ท่านนี้ มีหลายประเด็นหลายประการ ที่เหมาะสมต่อการปฏิบัติภาวนาในสังคมปัจจุบันอย่างมาก
  • ทั้งเรียบง่าย ทั้งงดงาม และสิ่งที่สำคัญ คือสามารถปฏิบัติได้จริง ได้เราสามารถเท่าทันสติที่วิ่งกระเจิดกระเจิงในแต่ละวันของเราได้
  • เป็นหนึ่งในหลายวิธีของชีวิต ที่เราจะมีโอกาสเรียนรู้หนทางเท่าทันตนเองครับ

The Miracle of being Awake

ที่แปลเป็นฉบับภาษาไทย อ่านง่ายและมีแง่มุมงามๆให้ได้คิดตาม

เรียบง่าย งดงาม และปฏิบัติได้ ครับ

 

เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณมากครับ คุณ
    P
  • สำหรับการแนะนำหนังสือ ที่น่าสนใจ
  • ถ้าจำไม่ผิด รู้สึกจะชื่อว่า
  • ปาฏิหาริย์แห่งการตื่น ใช่ไหมครับ
  • น่าจะใช่ คุณประชา หุตานุวัต
  • สมัยที่ท่านยังเป็นพระประชา อยู่ ซึ่งถ่ายทอดผลงานการแปลไว้มากมาย แม้จนปัจจุบันก็ยังมีงานแปลชิ้นเยี่ยมๆ ออกมาอีกมาก
  • ได้อ่านบ้างครับ แต่ยังไม่ละเอียด พอแนะนำมา เลยต้องกลับไปอ่านอีกรอบแล้วละครับ
  • ขอบคุณมากครับ สำหรับคำแนะนำ
  • ขอบคุณครับ
เขียนเมื่อ 
สวัสดีค่ะคุณ Kati เบิร์ดชอบงานเขียนของท่านนะคะ..แต่หาอ่านค่อนข้างยาก ( เบิร์ดมี 2 เล่มเองค่ะ คือ..เมตตาภาวนาว่าด้วยรัก กับ ปาฏิหาริย์แห่งการตื่น ) ไม่ทราบว่าพอจะแนะนำที่หาซื้อให้ได้บ้างมั้ยคะ ?

เช้านี้ผมแวะไปไหว้พระ ผมเจอโปสเตอร์แจ้งข่าวเรื่อง เวทีสนทนาธรรม monk chat ที่วัดสวนดอก 

วันที่ ๒๒ พ.ค.๕๐ นี้ มีสนทนาธรรม "ชีวิต มีชีวา " ณ วันสวนดอก เชียงใหม่ เวลา ๑๘.๐๐ - ๒๑.๐๐ น. โดยท่านติช นัท ฮันห์ หากท่านไหนว่าง และอยู่ใกล้ขอเรียนเชิญครับ

รายละเอียดที่นี่ http://www.plumvillage.org/

ขออนุญาตแก้ไขชื่อเวปครับ

http://www.thaiplumvillage.org/plum_operation_500522.html

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับ คุณ
    P
  • หนังสือของ ท่าน ติช นัท ฮันห์
  • ส่วนใหญ่จะมีอยู่ประมาณ 3 สำนักพิมพ์ ที่พิมพ์งานเขียนและแปลออกมาเป็นภาษาไทย ครับ
  • ถ้าไม่สามารถหาซื้อจากร้านหนังสือทั่วไปได้
  • สามารถติดต่อได้ที่
  • สำนักพิมพ์ศยาม 117 - 119 ถนนเฟื่องนคร เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทรศัพท์ 02 - 225 - 9536 - 9 โทรสาร 02 - 222 - 5188
  • สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง 8/23 ซ.บ้านช่างหล่อ ถ.พรานนก บางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 โทรศัพท์ / โทรสาร 02 - 411 - 3774 / 02 - 412 - 0744 / 02 - 412 - 0526
  • สำนักพิมพ์สวนเงินมีนา 113 - 115 ถนนเฟื่องนคร แขวงราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทรศัพท์ 02 - 622 - 0955 / 02 - 222 - 5698 / 02 - 622 - 3228
  • สายส่งศึกษิต บริษัท เคล็ดไทย จำกัด โทรศัพท์ 02 - 225 - 9536 - 9
  • หรือลองพิมพ์ชื่อของสำนักพิมพ์ และสายส่ง เพื่อติดต่อสั่งซื้อหนังสือ ผ่านทางเวปไซค์ก็ได้นะครับ
  • หนังสือของ ท่าน ติช นัท ฮันห์ น่าจะมีการแปลไว้มากกว่า 10 เล่ม นะครับ
  • ยังไงคุณเบิร์ด ลองติดต่อตามนี้นะครับ ถ้าไม่สามารถหาซื้อได้จากร้านหนังสือทั่วไป
  • ถ้าได้ผลประการใด ก็บอกกล่าวมาด้วยแล้วกันครับ ยินดีครับสำหรับการอ่านงานเขียนที่งดงามของชีวิต
  • ยินดีครับ
  • ขอบคุณมากครับ
เขียนเมื่อ 
  • ขอบคุณมากครับ คุณ
    P
  • สำหรับข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมครับ ท่าน ติช นัท ฮันห์ มีกำหนดการ และกิจกรรมที่เชียงใหม่ด้วยครับ
  • ขอบคุณสำหรับต่อเติม รายละเอียดของกิจกรรมที่ดีในชีวิตผู้คนปัจจุบันครับ ต่อเติมต่อยอดหนทางที่จะทำให้เราเข้าใจตนเอง ได้มากขึ้นเพิ่มเติม
  • ขอบคุณมากครับ
nil
IP: xxx.7.138.125
เขียนเมื่อ 

อยากหาที่พึ่งทางใจ.....อยากสงบนิ่ง

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับ คุณ
    ไม่มีรูป
    nil
  • เป็นคำกล่าวที่น่าสนใจมากครับ
  • "อยากหาที่พึ่งทางใจ ... อยากสงบนิ่ง"
  • ทำได้ครับ สามารถครับ
  • ที่พึ่งทางใจ ในทางปรัชญาของเจ้าชายแขกขาว กล่าวว่า อยู่ภายในตัวเราทุกคนครับ
  • ความต้องการ ที่อยากสงบนิ่ง ก็เฉกเช่นเดียวกันครับ มีทางออกภายในตัวตน ภายในตัวเรา ทุกคนเช่นเดียวกันครับ
  • สุดท้ายแล้ว เจ้าชายแขกขาว กล่าวว่า ในท้ายสุดของชีวิต และท้ายที่สุดของความจริงในชีวิต
  • เราล้วนต้องพึ่งพิงตนเอง เพื่อเป็นที่พึ่งทางใจของตัวเราเอง
  • เช่นเดียวกันครับ ความสงบนิ่ง ก็ล้วนอยู่ภายในตัวเราครับ
  • เหตุ อยู่ที่ใด นั่นแหละครับ อยู่ในตัวของเรา
  • ความที่รู้สึกว่าไม่มีที่พึ่งทางใจ ก็อยู่ภายในตัวเรา
  • ความรู้สึกไม่สงบนิ่ง จนต้องการค้นหา และอยากสงบนิ่ง ก็ล้วนอยู่ในตัวเรา
  • ทั้งหมด ทั้งสิ้น อยู่ในเหตุของตัวเราทั้งนั้นครับ
  • ขอให้มีศรัทธา และความมุ่งมั่นในการค้นหา ที่พึ่งทางใจ และค้นหาที่ทางอันสงบนิ่ง ครับ
  • ขอให้ศรัทธา เข้มแข็ง ยั่งยืน และเปี่ยมด้วยความสุขในทุกย่างก้าวของลมหายใจครับ
  • ขอบคุณมากครับ
น้องด้วง
IP: xxx.120.40.70
เขียนเมื่อ 

เข้ามาหาอ่าน เนื้อหา เมตตาภาวนา ว่าด้วยรักค่ะ สนใจ อยากให้ทุกคนเมตตาต่อกันค่ะ

อ้อ
IP: xxx.26.15.248
เขียนเมื่อ 

จะหาซื้อหนังสือเมตตาภาวนาว่าด้วยรัก ได้ที่ไหนคะ

เขียนเมื่อ 
  • สวัสดีครับ
  • ลองค้นหาตามนี้ก่อนนะครับ
  • หนังสือของ ท่าน ติช นัท ฮันห์
  • ส่วนใหญ่จะมีอยู่ประมาณ 3 สำนักพิมพ์ ที่พิมพ์งานเขียนและแปลออกมาเป็นภาษาไทย ครับ
  • ถ้าไม่สามารถหาซื้อจากร้านหนังสือทั่วไปได้
  • สามารถติดต่อได้ที่
  • สำนักพิมพ์ศยาม 117 - 119 ถนนเฟื่องนคร เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทรศัพท์ 02 - 225 - 9536 - 9 โทรสาร 02 - 222 - 5188
  • สำนักพิมพ์มูลนิธิโกมลคีมทอง 8/23 ซ.บ้านช่างหล่อ ถ.พรานนก บางกอกน้อย กรุงเทพฯ 10700 โทรศัพท์ / โทรสาร 02 - 411 - 3774 / 02 - 412 - 0744 / 02 - 412 - 0526
  • สำนักพิมพ์สวนเงินมีนา 113 - 115 ถนนเฟื่องนคร แขวงราชบพิธ เขตพระนคร กรุงเทพฯ 10200 โทรศัพท์ 02 - 622 - 0955 / 02 - 222 - 5698 / 02 - 622 - 3228
  • สายส่งศึกษิต บริษัท เคล็ดไทย จำกัด โทรศัพท์ 02 - 225 - 9536 - 9
  • หรือลองพิมพ์ชื่อของสำนักพิมพ์ และสายส่ง เพื่อติดต่อสั่งซื้อหนังสือ ผ่านทางเวปไซค์ก็ได้นะครับ
  • หนังสือของ ท่าน ติช นัท ฮันห์ น่าจะมีการแปลไว้มากกว่า 10 เล่ม นะครับ
  • ยังไงคุณเบิร์ด ลองติดต่อตามนี้นะครับ ถ้าไม่สามารถหาซื้อได้จากร้านหนังสือทั่วไป
  • ถ้าได้ผลประการใด ก็บอกกล่าวมาด้วยแล้วกันครับ ยินดีครับสำหรับการอ่านงานเขียนที่งดงามของชีวิต
  • ยินดีครับ
  • ขอบคุณมากครับ
wilailuk
IP: xxx.172.199.250
เขียนเมื่อ 

อ่านหนังสือของท่านติชแล้วร้สึกว่าท่านเป็นคนที่เก่งจริง ๆ ทำสมาธิทุกขณะจิต ให้ร้จักยิ้มให้ตัวเอง ทุกอย่างรวมเป็นหน่งเดียว อยากให้ทุกคนอ่านหนังสือท่าน เพราะทำให้ชีวิตเปลี่ยนไปในทางที่ดีแน่นอน ท่านสอนให้เรารัก เมตตาเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ขอให้ทุกคนสนใจธรรมะให้มาก ๆ นะคะ ขอเป็นกำลังใจ