ดึงเอาความรู้ที่มีอยู่ในธรรมชาติรอบๆบริเวณมหาชีวาลัยอีสาน ออกแบบสร้างเป็นกระบวนการเรียนรู้เชิงประจักษ์ โดยการรวบรวมเอาสภาพแวดล้อมและปัจจัยที่มีอยู่แล้วเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้

 

 การออกแบบเชิงกระบวนการ 

  1. จัดค่ายเรียนรู้ระดับผู้นำชุมชน 1 ครั้ง เป็นเวลา 4 วัน จำนวน50 คน
  2. จัดค่ายเรียนรู้ระดับเยาวชน 1 ครั้ง เป็นเวลา 4 วัน จำนวน50 คน
  3. จัดกิจกรรมการต่อแต้มความรู้

3.1             เรียนรู้อยู่ในสภาพแวดล้อมด้วยป่าไม้

3.2             เรื่องเรื่องการอนุรักษ์และสร้างเสริมสภาพแวดล้อม

3.3             เรียนเรื่องการปลูกต้นไม้ประเภทต่างๆ ไม้ติดแผ่นดิน ไม้เศรษฐกิจ ไม้ใช้สอย ไม้ผักยืนต้น ไม้ผล ไม้ล้อม ไม้ประดับ

3.4             เรียนเรื่องการขยายพันธุ์ไม้

3.5             เรียนเรื่องการปลูกต้นไม้ และการดูแลต้นไม้

3.6             เรียนเรื่องบริบทของเห็ดที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ

3.7             เรียนเรื่องการขยายพันธุ์เห็ดในธรรมชาติให้มีปริมาณและชนิดเห็ดมากขึ้น

3.8             เรียนเรื่องการเพาะเห็ดครบวงจร

3.9             เรียนเรื่องนวัตกรรมเกี่ยวกับเห็ด เช่น เตาเห็ด ไม้ท่อนเห็ดพันธุ์แป๊บซี่

3.10        เรียนเรื่อสมุนไพร ยาพื้นบ้าน (ชิมชาตำแยแมว)

3.11        เรียนเรื่องการปลูกสมุนไพร

3.12        รวบรวมเรื่องการจัดการความรู้เกี่ยวกับเห็ด

3.13        จัดทำกิจกรรมสาธิต เรื่องป่าไม้ และเรื่องเห็ดทุกมิติ

3.14        จัดทำสื่ออธิบาย วิธีนำเห็ดป่า เข้ามา เป็นเห็ดบ้าน3.15        ขยายความรู้สู่ชุมชน และในโรงเรียน  

  

สร้างหลักสูตรเห็ดเพื่อชีวิตและสุขภาพชุมชน 

1.     ดึงเอาความรู้ที่มีอยู่ในธรรมชาติรอบๆบริเวณมหาชีวาลัยอีสาน ออกแบบสร้างเป็นกระบวนการเรียนรู้เชิงประจักษ์ โดยการรวบรวมเอาสภาพแวดล้อมและปัจจัยที่มีอยู่แล้วเป็นเครื่องมือในการเรียนรู้

2.     จัดสร้างกิจกรรมสาธิต เช่น โรงเรือนเห็ด เตาพักถุงเห็ดเพื่อเปิดดอก สร้างห้องเขี่ยเชื้อ อุปกรณ์ทำขี้เลื่อย อุปกรณ์ผสมขี้เลื่อย หม้ออบแรงดัน ถังอบฆ่าเชื้อถุงเห็ด เครื่องอัดถุงเพาะเห็ด  สว่านตัดไม้ เลื่อยตัดไม้

3.     นำชาวค่ายเรียนรู้เรื่องเห็ดเรียนภาคทฤษฎีกับผู้เชี่ยวชาญด้านเห็ด และเชิญผู้รู้ในชุมชนมาให้ความรู้พื้น

4.     ให้ชาวค่ายออกไปเก็บเห็ดที่เกิดขึ้นในธรรมชาติ แล้วมาสรุปในสิ่งที่ได้เรียน

5.     ชาวค่ายได้เรียนรู้วิธีขยายพันธุ์เห็ดป่าให้งอกกระจายไปทั่ว บริเวณ เป็นการเพิ่มปริมาณเห็ดในแต่ละฤดูกาลด้วยวิธีนำสปอร์เห็ด ไปรดลงที่รากต้นไม้

6.     ให้สมาชิกระดมสมองวางแผนการเชื่อมโยงระบบนิเวศไปสู่ระบบสุขภาพปฐมภูมิได้อย่างไร?

7.     สรุปสาระการเรียนรู้ โดยให้สมาชิกในโครงการออกแบบกิจรรมที่จะนำไปขยายผลในโรงเรียนและครัวเรือนเกษตรกร

8.     ติดตามผลความรู้ที่สมาชิกนำไปขยายผลในสถานที่ต่างๆ

9.     ผลิต Power-Point 1 เรื่อง ชื่อ เห็ด โบนัสของคนรักษ์ธรรมชาติ1

0.เขียนบริบทเห็ดลงในบล็อก gotoknow.org. “KM.มหาชีวาลัยอีสาน  

สรุป 

สิ่งที่โครงการนี้อธิบายเกี่ยวกับการจัดการสุขภาพปฐมภูมิระดับชุมชน 

  1. สมาชิกได้ตระหนักถึงการเรียนรู้ว่า ถ้ามีความรู้ทำให้เขาได้ประโยชน์มากขึ้นในทุกๆด้าน เช่น สามารถที่จะมีเห็ดมาประกอบอาหารได้ตลอดปี สร้างอาชีพเสริม และมีรายได้ที่ชัดเจนมากกว่าการที่จะไปเก็บเห็ดธรรมชาติในแต่ละฤดูกาล
  2. สมาชิกมีเห็ดเป็นอาหารที่ปลอดสารพิษ และเห็ดมีสารสร้างเสริมภูมิคุมกันให้แก่ร่างกาย
  3. เห็ดหลายชนิดมีสรรพคุณทางยา เช่นเห็ดลินจือ ช่วยบรรเทาเรื่องเนื้องอก และเสริมภูมิคุ้มกันให้แก่ร่างกาย
  4. โครงการเพาะเห็ดตีนแรดร่วมกับแปลงปลูกผัก ทำให้เกิดนวัตกรรมการเรียนรู้ที่เชื่อมโยงระหว่างภูมิปัญญาท้องถิ่นกับเทคโนโลยีวิชาการ
  5. ชาวอีสาน มีอาชีพเสริมที่เหมาะกับสภาพแวดล้อม
    • การเพาะเห็ดใช้น้ำน้อย
    • ปัจจัยการผลิตส่วนใหญ่หาได้ในท้องถิ่น
    • ลงทุนน้อย
    • ใช้แรงงานน้อย
    • ใช้เวลาดูแลน้อย
    • สามารถพัฒนาการให้ไต่ระดับได้หลายวิธี เช่น ทำถุงเชื้อเห็ดขาย ซื้อถุงเชื้อมาเปิดดอก