ส่วนมาในบันทึกนี้ ผมอยากจะชวนทางมาดูอีกมุมหนึ่งนะครับ เพื่อสร้างแรงจูงใจ ตลอดจนการแนะนำกิจกรรม หรือประสบการณ์ดีๆ เกี่ยวกับชีวิตของท่านมาเล่าสู่กันฟัง (ฝนที่ตกทางโน่น หนาวถึงคนทางนี้ .... ยินดีที่เล่าสู่กันฟัง)
สวัสดีครับพี่น้องผองเพื่อน
ตอนนี้มาเน้นเกี่ยวกับประเด็นการศึกษากันเป็นหลักนะครับ เป้าหมายหลักคือแลกเปลี่ยนเรียนรู้ สู่การนำไปปฏิบัติใช้จริงครับ ให้เกิดในชุมชนเครือข่ายทางการศึกษา ให้ครอบคลุมเท่าที่เราจะร่วมมือกันได้นะครับ
หากคุณยังไม่ได้เข้ามาร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในหัวข้อ รวมพลัง G2K เพื่อ...การศึกษา....ปัญหาและแนวทางแก้ไข (ยกแรกร่วมระบาย ลปรร.) ก็ขอเชิญพี่น้องทุกท่าน ไปร่วมจิบน้ำชา อุ่นน้ำชากันได้นะครับ อยากให้ระบายสิ่งที่อึดอัดทางการศึกษาออกมานะครับ หรือหากมีแนวทางการนำไปใช้ที่ดี ก็รบกวนฝากไว้ด้วยนะครับ สรุปว่าคุณเขียนไว้ได้ทุกอย่างเลยที่นั่นนะครับ
ส่วนมาในบันทึกนี้ ผมอยากจะชวนทางมาดูอีกมุมหนึ่งนะครับ เพื่อสร้างแรงจูงใจ ตลอดจนการแนะนำกิจกรรม หรือประสบการณ์ดีๆ เกี่ยวกับชีวิตของท่านมาเล่าสู่กันฟัง (ฝนที่ตกทางโน่น หนาวถึงคนทางนี้ .... ยินดีที่เล่าสู่กันฟัง)
แต่ผมจะยกตัวอย่างดีๆ ที่ได้ร่วมแลกเปลี่ยนกับคุณมัทนา นะครับ ผมรู้สึกว่าเป็นตัวอย่างที่ดีมากๆ เลย ดังนั้นผมจะขอยกตัวอย่างที่คุณมัทนาได้เขียนเอาไว้ในส่วนของการแสดงความเห็นในบันทึก รวมพลัง G2K เพื่อ...การศึกษา....ปัญหาและแนวทางแก้ไข (ยกแรกร่วมระบาย ลปรร.) นี้นะครับ
___________________________________________________
มัทนา |
มาแล้วค่ะ....
อย่างที่เกริ่นไว้ วันนี้ขอไม่บ่น แต่จะมาเล่าว่าสมัยเรียนว่าประทับใจอะไรบ้างนะคะ
ต้องยอมรับว่ามัทโชคดีมากๆที่ได้เรียนโรงเรียนดีๆตั้งแต่อนุบาลจนถึงตอนนี้
ที่โรงเรียนอนุบาลมีครูที่รู้จักเด็กและครอบครัวของเด็กแบบ โตมาแล้วกลับไปเจอโดยบังเอิญ ครูยังจะเราและน้องเราได้ (เราจำไม่ค่อยได้ค่ะ แม่บอกถึงรู้ว่านี่ครู : P แต่ครูจำเราได้แม่นมากๆ)
ที่โรงเรียนอนุบาลมีสัตว์เลี้ยง มัทว่าเด็กได้อยู่ใกล้สัตว์ ได้อยู่ใกล้ธรรมชาติจะมีจิตใจที่ดีกว่าโตมากับเกมส์คอมนะคะ
โรงเรียนประถมของมัทนี่สุดยอด้เลยค่ะ ขอชมออกหน้าออกตานิด เพราะชอบมาจริงๆ รักมากๆ มีกิจกรรมเยอะมาก มีชมรมให้เข้า มัทเคยอยู่หลายชมรมค่ะ ชมรมวิทย์ สอนให้ทำสบู่ ยาสระผมเอง ชมรมภาษาไทยมีคุณ เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์มาสอนแต่งกลอน ชมรมดนตรีการเชิญนักดนตรีมืออาชีพมาพูดมาเล่นดนตรีให้ฟัง
ผู้ปกครองมีส่วนร่วมกับกิจกรรมในโรงเรียนมากค่ะ มาช่วยเป็นวิทยากรบ่อยมากๆ
โรงเรียนมีงานโขนประจำปี นร.ทุกคนรู้เรื่องรามเกียรติ์ ทุกคนเรียนนาฎศิลป์สัปดาห์ละครั้ง
เรียนศิลปะสัปดาห์ละครั้ง เรียนดนตรีสัปดาห์ละครั้ง นั่งสมาธิสัปดาห์ละครั้ง เรียนวิชาช่างไม้ ทำกรอบรูปกับที่ใส่ดินสอ เรียนการบ้านการเรืิอน เรียนงานประดิษฐ์ ปลูกผักสวนครัว
ได้ไปถวายตนเป็นพุทธมามากะที่วัดธรรมงคล ไปฝึกอาราธนาศีลอาราธนาธรรมที่วัดโพธิ ไปทัศนศึกษานอกสถานที่ทุกปี คือความทรงจำมีแต่เรื่องนอกห้องเรียนซะมากอ่ะค่ะ
การจัดโต๊ะนั่งในห้องก็จัดเป็นกลุ่ม ไม่ได้นั่งหันหน้าเข้ากระดานทุกปีค่ะ แล้วแต่อาจารย์ ได้ฝึกพูดหน้าชั้นบ่อยมาก มัทเป็นคนขี้อายมากๆ ช่วยได้เยอะค่ะที่ได้ฝึก
ได้ทำงานเป็นกลุ่ม เล่นบทบาทสมมติก็บ่อยค่ะ
จำได้ว่าวิชาสปช. มีสอบ lab กริ๊งด้วย ตอนนั้นป. 5 เอง เรื่องหินชนิดต่างๆ แล้วก็เรื่องส่วนประกอบของพืช ได้ใช้กล้องจุลทรรศด้วย
แต่งกลอนกับเขียนเรียงความบ่อยมากค่ะ กระตุ้นต่อมความคิดสร้างสรรค์มาก
ในโรงเรียนมีแต่ขนมและอาหารที่มีประโยชน์ขาย ราคาก็ถูก
มีการเลือกตั้งประธานนักเรียนแบบเป็นเรื่องเป็นราวทีมผู้สมัครต้องหาเสียง เดินพบรุ่นน้อง มีการอภิปรายนโยบาย
ประธานรุ่นมัทตอนนี้เป็นนักร้องดังร้องเพลงปรัชญาและการเมืองไปแล้วค่ะ (ตุล แห่ง วง apartment คุณป้า นั่นเอง)
ห้องสมุดที่โรงเรียนก็มีหนังสือดีๆมากมาย เข้าห้องสมุดเป็นเรื่องเท่ห์ ชอบมากค่ะ
มีอ.นิสิตมาสอนเพิ่มสีสัน
นร. ป.6 ทุกคนต้องสลับกันมาชักธงชาติและนำสวดมนต์ตอนเช้า
มีพื้นที่ให้วิ่งเล่นมากมาย เคยเล่นเกมบอลลูนไม๊ค่ะ เล่นกันยาวมาก ได้รู้จักเพื่อนต่างห้อง เพื่อนรุ่นพี่รุ่นน้อง ชั้นนึงมีแค่ 4 ห้อง ก็รู้จักคุ้นหน้ากันหมดจนโตมานี่เลยค่ะ
พูดถึงการส่งต่อระหว่างระดับ มัทไม่เคยมีปัญหาเรื่องการหาเพื่อนเลยเพราะเพื่อนจากโรงเรียนเก่า มาโรงเรียนใหม่เพียบ จะต้องปรับตัวก็แต่เรื่องการเรียนเพราะตอนประถมเรียนสนุกได้เล่นเยอะ
พอมัธยมเรียนเป็นเรียน กิจกรรมยังมีอยู่แต่ไม่เท่าตอนประถม
ได้เล่นดนตรีไทยเป็นเรื่องเป็นราว
มัธยมนี่มัทชอบการแนะแนวมากค่ะ เหมือนที่คุณเบิร์ดเขียนไว้ สำคัญมากๆค่ะ อ.ต้องพร้อมคุยและมีข้อมูลทางเลือกให้เด็กมากๆ
มัทประทับใจเพื่อนค่ะ ช่วงวัยรุ่นนี้เพื่อนสำคัญ จะเสียไม่เสียก็ตรงนี้ วัฒนธรรมอ.ปกครองของโรงเรียนไทยเรานี่ก็น่ารักดีนะคะ
มองกลับไปมันก็สำคัญน่าดู แต่ต้องปกครองแบบสร้างสรรค์และรู้ทันเด็กให้เด็กเกรงใจเอง ไม่ใช่ให้เด็กเกลียดนะคะ
ตอนเรียนวิชาชีวะ มีชั่วโมงนึงให้ออกเดินไปตามคูน้ำเก็บตัวอย่างมาศึกษาชอบมากคะ
ทัศนศึกษาที่ชอบมากที่สุดคือตอนไปลพบุรี ไปเมืองเก่า เรียนประวัติศาสตร์ถึงที่
ตอนม. 3 เรียนสังคมเรื่องทวีปต่างๆ แต่ละกลุ่มต้องไปติดต่อสถานทูตหรือกงศุลเองเพื่อขอข้อมูล
ได้ทำงานศิลปะ งานเกษตร ตัดตอนกิ่ง ปลูกเห็ด
มีงานกีฬาสีที่นักเรีนรับผิดชอบกันเอง รุ่นพี่ดูแลรุ่นน้อง ทำ stand เชียร์เอง บริหารงานกันเอง อ.แทบไม่ต้องเข้ามาช่วยอะไรเลย ดูอยู่ห่างๆ
ที่นี่ก็มีอ.นิสิตค่ะ มีสีสันอีกแล้ว : ) อยู่ใกล้มหาวิทยาลัยด้วยก็ได้เห็นว่าพี่ๆในมหาวิทยาลัยเค้าใช้ชีวิตยังไง
นึกออกแค่นี้ค่ะ อ๋อ แถมอีกนิด....มัธยมนี้ทางถาดหลุมจนจบเลยค่ะ เอาช้อนส้อมและแก้วไปเองจากบ้าน : )
สวัสดีครับ
ขอสนับสนุนท่าน <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table>
สวัสดีครับพี่สิทธิรักษ์
สวัสดีครับพี่แท็ฟส์
สวัสดีครับพี่อัมพร
มาเยี่ยมก่อนครับ…ยังไม่ได้อ่านเลยมีแขกเสียก่อน
สวัสดีครับ อ.ย่ามแดงครับ
สังคมไทย ต้องการ คนเก่งและดี
แต่ ณ วันนี้ ทุกสถานศึกษา กำหนดวิธีการรับด้วยเกณฑ์ความรู้ คือจะรับคนเก่งก่อน ส่วนจะเป็นคนดีหรือเปล่าไม่รู้
เมื่อจบ ก็จะกำหนดระดับความรู้ ว่าเก่งแค่ไหน แต่เป็นคนดีได้แค่ไหน ไม่รู้ไม่เคยวัด ไม่เคยให้คุณค่าความดี
ระบบการศึกษาบ้านเรา รับ-ส่ง นักเรียน นศ. ด้วย ผลการเรียน แต่ผลความดีงาม ไม่เคยจะให้มีและแปลความดี เพื่อสร้างคุณค่าของบุคคลกันเลย
ผมคิด เรื่อง คะแนนชีวิต ไว้เขียนเสร็จจะขอมาขยายความต่อไปครับ
สวัสดีครับคุณตาหยู
มาแจ้ง เขียนเรื่องคะแนนชีวิตเสร็จแล้วครับ
อยากได้ความคิดเห็นบ้างครับ
. ถ้าผมได้มีโอกาสเข้าประชุมในกระทรวงศึกษา ว่าจะไปขายความคิดบ้าง
สวัสดีค่ะคุณเม้ง
มายิ้ม...มกับเรื่องราวและรูปที่เล่าเรื่องได้น่ารักนัก
ไทยมีพิพิธภัณฑ์เด็กเหมือนกันค่ะ ( ชื่อน่ากลัวเหมือนเอาเด็กไปสต๊าฟไว้ ^ ^..แต่เป็นการเรียนรู้เรื่องราวเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ และสิ่งต่างๆที่เกี่ยวข้อง ) เบิร์ดเคยเดินเข้าไปดูก็น่าสนใจดีค่ะ..เพลินเลยเหมือนกัน
ท้องฟ้าจำลองก็น่าสนใจ..สยามพารากอนก็ดีแต่แพงไปนิด..เขาดินดูแล้วน่าสงสารสัตว์ไปหน่อย..นอกนั้นก็มีที่ประจวบ ฯ เป็นศูนย์วิทยาศาสตร์ไว้ดูดาว..พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่บางแสน เริ่มนึกไม่ออก..อ้อ ! ถนนเด็กเดินที่น่าน ( จะปิดถนนทุกวันอาทิตย์ของเดือนหรือไงนี่แหละค่ะ แล้วก็มีของเล่นพื้นบ้าน ภูมิปัญญาไทยๆมาให้เด็กๆได้ดู ได้เล่น..น่ารักดีเหมือนกัน )..เด็กๆนี้เค้าสดใส น่ารักจริงๆนะคะ
ตอนเรียนก็มีเรื่องราวคล้ายๆของคุณมัทนั่นแหละค่ะ..ชั้นอนุบาลจะมีสวนสัตว์เล็กๆให้ดู มีชะนี มีกระต่าย
ประถม ฯ ก็มีพูดหน้าชั้น..พูดหน้าแถว..เสียงตามสายแข่งตอบปัญหา..มีการแข่งขี่จักรยานช้าเวลามีงานโรงเรียน ( เปิดโอกาสให้กับพวกที่ไม่ค่อยเด่นได้มีเวทีบ้าง )..มีการแข่งเปิดดิก ฯ เวลาเรียนอังกฤษ..แข่งชี้แผนที่แอตลาสเวลาเรียนภูมิศาสตร์..มีพี่สอนน้องเวลาครูติดประชุม..มีเพื่อนสอนเพื่อน..มีห้องสมุดที่ครูใจดีน่าดูและมีมุมให้เรานอนอ่านหนังสือได้ด้วย..มีทัศนศึกษาทุกปี มีการพาไปดูภูมิปัญญาในท้องถิ่น เช่นการทำของเล่นจากใบลาน..การทำตุง..ไปเมืองโบราณ ไปดูสถานที่ประวัติศาสตร์ ฯลฯ..เข้าชมรมอาหารไทย ขนมไทย..ก็มีของกลับมาให้ที่บ้านทานทุกอาทิตย์อิ่มดีจริงๆ..เข้าชมรมหมากรุกไทย ก็เพลินจนลืมเวลา
คิดๆดูแล้วเหมือนคุณมัทเลยค่ะที่จำได้แต่เวลาออกนอกสถานที่..ส่วนเรื่องราวที่เรียนจำไม่ค่อยได้เท่าไหร่..รู้สึกว่าไม่ได้เน้นมากนักแต่ครูจะสอนแบบให้คิด ค้น คว้ามากกว่า แถมตอนเด็กๆจะเล่นมากกว่าเรียนซะอีก ( อย่างเรียนภาษาไทยอาจารย์ก็จะให้เราเล่นเป็นตัวละครต่างๆ..มีบทพากษณ์ บทเจรจา..เรียนภาษาอังกฤษก็มีเรียนจากเพลง..สนุกออกค่ะ )..แถมไม่เห็นต้องเรียนพิเศษเลย
เรียนแบบเล่นนี่น่าส่งเสริมนะคะ : )
ชอบเรื่องเล่าคุณเบิร์ดมากค่ะ อ่านแล้วรู้สึกได้ถึงความสุขวัยเด็ก
แต่ดูคนจะกลัวกันจังว่าจะ ent ไม่ติด สงสัยโจทย์มันจะอยู่ตรงนี้จริงๆ -_-'
สวัสดีครับคุณตาหยู