น่าเสียดาย..ถ้าคุณไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่เคยศึกษาเลย

                 คำถามทำไมต้องลดจำนวนส.ส. ด้วย ?

                 ตอบ  : หลังจากที่ได้ฟังความเห็นจากประชาชนแล้ว  เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าจำนวน 500 คนที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 นั้น มากเกินไป จึงลดจำนวนลงเหลือ 400 คน ซึ่งจะทำใหประหยัดงบประมาณของประเทศไปได้จำนวนมาก

                 ในมุมมองของเศรษฐศาสตร์

                 เมื่อนำแบบจำลองถดถอยเชิงเส้นตรงแบบพหุ" (Multiple Linear Regression Model)มาคำนวณหาจำนวน ส.ส.ที่เหมาะสมกับประเทศไทย จากข้อมูลในปี 2548   ที่มีประชากร 62 ล้านคน  มีพื้นที่ 513 พันตารางกิโลเมตร   

                 มีบทบาทของภาครัฐที่พิจารณาจากสัดส่วนของรายรับและรายจ่ายภาครัฐต่อ GDP 37% มี GDP มูลค่า 192 พันล้านดอลลาร์ และมีรายได้ต่อหัวของประชากร 3.1 พันดอลลาร์ต่อปี

                 พบว่า จำนวน ส.ส.ที่เหมาะสมกับประเทศไทย จะอยู่ที่ 309 คน หรือจำนวน ส.ส. 1 คนต่อประชากร 2 แสนคน

                 ผลของแบบจำลองนี้กำลังบอกว่า ในอดีตที่ผ่านมา ประชาชนชาวไทยมีการบริโภค ส.ส.เป็นจำนวนที่มากเกินความจำเป็น เมื่อเปรียบเทียบกับการบริโภค ส.ส.ของประเทศอื่นๆ ในโลก นัยดังกล่าวก่อให้เกิดความสิ้นเปลืองงบประมาณ ทั้งจากการเลือกตั้งและค่าใช้จ่ายต่อหัวของ ส.ส. รวมทั้งที่เลวร้ายกว่านั้น การมีจำนวน ส.ส.มากเกินไป ยังกลายเป็นการเปิดโอกาสให้นักการเมืองที่มีประสิทธิภาพต่ำสามารถเข้าสู่การเป็นส.ส.ได้ง่ายขึ้น เพราะนักการเมืองที่สามารถเข้าสู่สภาได้ในลำดับต้นๆ น่าจะดีกว่าในลำดับถัดๆ ไป

                 นอกจากนี้ จำนวน ส.ส.ที่มากเกินไปมาเป็นเวลานาน ยังส่งผลให้เกิดภาระงานใหม่ๆ ที่อาจไม่ควรเป็นภาระงานของ ส.ส.เกิดขึ้นมากมาย เช่น การเป็นประธานในงานแต่งงาน การกล่าวอวยพรงานวันเกิด เป็นต้น จนสิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นเสมือนหน้าที่สำคัญประการหนึ่งของ ส.ส.ของไทยไปด้วย และภาระงานเหล่านี้เองที่อาจรบกวนเวลา จนทำให้ ส.ส.รู้สึกว่า มีงานมากมายอยู่ตลอดเวลาจนอาจทำให้ประสิทธิภาพในการทำหน้าที่หลักลดลง

                การลดจำนวนส.ส. ไม่ได้ทำให้ประชาชนเสียประโยชน์แต่ประการใดอย่างที่ได้มีการพยายามพูดกัน  เพราะแม้จะมีส.ส. น้อยลง  แต่ถ้า ส.ส. ทุกคนขยันขันแข็งทำงานในหน้าที่ของตนแล้ว  ประชาชนก็จะยังคงได้รับประโยชน์เหมือนเดิม

อ้างอิงจาก : มุมมองบ้านสามย่าน : ธานี ชัยวัฒน์  กรุงเทพธุรกิจ 

              

ข้อมูลจาก  : การประชุมคณะกรรมาธิการวิสามัญรับฟังความคิดเห็นและการมีส่วนร่วมของประชาชนประจำจังหวัดพิษณุโลก

ณ. มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม  จ.พิษณุโลก