เหมยซานต้องร้องจ๊าก.....น่าจะเป็นคำอุทาน ที่หมูเป่งเสียงร้องออกมาด้วยความตกใจเมื่อเจอกับกระแสไฟฟ้า ที่ทำเป็นคอกล้อมรอบเพื่อกันอาณาบริเวณหลายคนถามว่าเป็นการทรมารสัตว์หรือเปล่าในกรณีที่ทำรั้วด้วยลวดที่มีระแสไฟฟ้า เพราะทำให้ช๊อตสัตว์ ทำให้หมูตกใจ และขังหมูในที่โล่งแจ้ง
ผมจึงต้องมานั่งชั่งใจอยู่หลายวันเช่นกันครับว่า ...เป็นดังเช่นคนอื่นเขาคิดกันหรือไม่น้อ เป็นบาปหรือเปล่าที่เราทำเช่นนี้ ผมจึงต้องเฝ้าจ้องหมูทุกวันทั้งเช้า สาย เที่ยง บ่าย และเย็น ติดต่อกันเป็นเวลา 5 วัน เพื่อจะได้ดูพฤติกรรมของเขาว่าเป็นอย่างไร
5 วันต่อมาผมจึงคิดว่า...ที่ผมทำเช่นนี้นั้นไม่น่าจะเป็นการทรมารสัตว์ แต่อย่างใด เพราะดูจากพฤติกรรมของหมูแล้ว ดูเหมือนว่าเขาจะมีควาสุขมากทีเดียว และนอกจากนั้นผมยังคิดว่า
1. หมูมีความเป็นอิสระมากขึ้น เพราะเดิมทีเดียวถ้าเลี้ยงแบบขังคอกหมูจะไม่มีโอกาสเดินไปไหนเลยอยู่เฉพาะพื้นที่แคบๆ ตามที่เจ้าของแต่ละคนจะขีดกรอบให้หมู ซึ่งคนที่มีทุนน้อยก็จะขีดกรอบน้อยหน่อย คนที่มีทุนมากก็จะขีดกรอบที่มากหน่อยแตกต่างกันออกไปตามแต่กำลังทุน และความพร้อม
2. หมูมีสุขภาพที่แข็งแรงมากขึ้น ดูจากพฤติกรรมที่เขาได้วิ่งไล่หยอกล้อกัน เสมือนเป็นการออกำลังกาย จึงส่งผลให้เขามีสุขภาพที่แข็งแรงมากขึ้น
3. การกินอาหารได้มากขึ้น ดูจากพฤติกรรมการกินพบว่า นอกจากมีที่เดินเล่นแล้วยังพบว่าหมูสามารถกินพวกวัชพืชที่อยู่ในแปลงเป็นอาหารได้อย่างดี จึงน่าจะส่งผลให้หมูเจริญเติบโตได้ดีกว่าการเลี้ยงแบบขังคอก
4. หมูได้มีโอกาสอาบแดด การเลี้ยงแบบปล่อยแปลงพบว่าในตอนเช้า หลังจากการกินอาหารตอนเช้าอย่างอิ่มหนำสำราญแล้ว หมูจะไปนอนอาบแดดอย่างมีวามสุข เพื่อรับเอาวิตามิน ดี ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นผลดีต่อสัตว์ในเรื่องของการรับเอาวิตามินดี ไปใช้ในการเจริญเติบโตของร่างกาย โดยไม่ต้องไปให้โดยวิธีการฉีดที่เป็นการเพิ่มต้นทุน
5. การเลี้ยงแบบปล่อยประหยัดงบประมาณในการสร้างคอก เพราะใช้เพียงเสาไม้ ลวด และเครื่อแปลงสัญาณไฟ (Adapter) ซึ่งราคาก็ไม่แพงมากนัก ซึ่งผมคิดว่าถูกกว่าการเลี้ยงแบบขังกรง อีกอย่างในการปล่อยกระแสไฟนั้นเราจะเปิดตลอดเฉพาะ สัปดาห์แรกเพื่อให้หมูกลัว พอสัปดาห์ต่อไปอาจจะเปิดวันเว้นวัน หรือ สัปดาห์ละ 3 วัน ทั้งนี้เนื่องจากว่าหลังจากปล่อยไปประมาณ 1 สัปดาห์ หมูจะไม่กล้าเาใกล้ลวดอีกเลย ซึ่งก็จะเป็นการประหยัดกระแสไปอีกด้วย
6. สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับพืชที่ปลูก เนื่องจากหมูจะขับถ่ายมูลออกมา และถูกย่อยสลายเป็นธาตุอาหารของต้นมะนาว จึงน่าจะส่งผลให้ต้นมะนาวสามารถเจริญเติบโตได้ดี และน้องจากนั้นยังช่วยพรวนดินให้กับต้นมะนาวได้เป็นอย่างดี
จากเหตุผลดังกล่าวผมจึงคิดว่าการตัดสินใจในการที่จะเรียนรู้ เพื่อสร้างนวัตกรรมใหม่ในการเลี้ยงหมูในระบบเกษตรกรรมแบบประณีตสำหรับชุมชนคงเป็นเรื่องที่ไม่น่าจะเข้าข่ายทรมารสัตว์ หลังจากนี้คงต้องมาพิจารณากันต่อไปครับว่าในเรื่องของสุขศาสตร์สัตว์ เราจะต้องจัดการอย่างไร เพื่อจะได้ดำเนินการได้อย่างเหมาะสมกับชุมชน
ขอบคุณครับ
อุทัย อันพิมพ์
4 พฤษภาคม 2550
ไฟนะแรงสูงค่ะพี่คนอย่าพึ่งหมดไฟก็แล้วกันเป็นกำลังใจให้ค่ะถ้าโลกเป็นสีชมพูไฟอะไรก็บ่ายบาย
ไฟแรงสูงไม่น่ากลัวเท่าไฟแรงต่ำ
เพราะย่างหมูจนหมดเล้ามาเยอะแล้ว
เรื่องนี้มีประเด็นเปรียบเทียบเยอะ
ลองแกะออกมาดูให้ละเอียด อาจจะได้รูปแบบที่เป็นทางเลือกใหม่ก็ได้