นักเขียนการ์ตูนเหล่านี้เขาบันทึกและบอกเล่าเรื่องราว ทั้งความจริง ทั้งจินตนาการ ความทุกข์ความสุขของชีวิตผู้คน สิ่งแวดล้อม จากสายตาและความคิดของเขาผ่านตัวการ์ตูนตลอดชีวิตทั้งชีวิตของเขาแต่ละคน!!!

เมื่อไม่นานมานี้ ครอบครัวผมทำกิจกรรม "สะสาง" บ้านกัน ด้วยการตัดใจทิ้ง" (บริจาค) เสื้อผ้า รองเท้า ข้าวของเครื่องใช้ที่แต่ละคนมีอยู่คนละเป็นร้อยชุด อยู่กัน ๕ คน ตู้เสื้อผ้าใหญ่ๆ ๕ ตู้ยัดจนเต็มไม่พอใส่ รองเท้านับรวมกันได้มากกว่า ๕๐คู่รวมทั้งเฟอร์นิเจอร์ข้าวของเครื่องใช้ในบ้าน <p>เราต้องการจัดบ้านกันใหม่เป็นสไตล์โปร่งๆ โล่งๆเบาๆ สบายๆ แบบที่เราไปเห็นกันมาตามโรงแรมและรีสอร์ทต่างๆ ซึ่งล้วนดูดีเพราะความโปร่งความโล่ง ไม่มีข้าวของมาก นอกจากนี้ยังจะเป็นการประยุกต์แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงไปในตัวด้วย เพื่อที่จะให้เราพอประมาณ" (ไม่เกินพอดี) และ "มีเหตุมีผล" (ไม่รู้จะมีมากไปทำไมทั้งที่ใส่ที่ชอบอยู่ไม่กี่ตัวไม่กี่คู่) เราช่วยกันคัดช่วยกันขนหนังสือออกมาบริจาคให้ห้องสมุดกันเป็นพันเล่ม </p><p>http://gotoknow.org/file/surachetv/ZingBook.jpg</p><p>ผมสงสัยว่าทำไมลูกชายผมเขาจึงมี Collection การ์ตูนญี่ปุ่นอยู่ตู้หนึ่งที่เขาจัดอย่างเป็นระเบียบเป็นของรักของหวงมากการ์ตูนนับร้อยเล่มในตู้นี้ห้ามทิ้งเด็ดขาด ทั้งๆ ที่อ่านหมดแล้วแสดงว่ามันต้องมีคุณค่ามีความหมายกับชีวิตเขามาก คำอธิบายของเขาทำให้ผมทึ่งจริงๆ โลกของการ์ตูนสมัยป่าป๊าไม่เหมือนสมัยนี้แล้ว" </p><p>ทำให้ผมนึกถึงการ์ตูนแต็งแต็ง และการ์ตูนพีนัทที่ผมเคยชื่นชอบสมัยเด็ก "การ์ตูนที่ซิงอ่านนี้มันเล่มที่ xxx แล้ว"เขาหยิบเล่มแรกๆ มาชี้ให้ดูปี ค.ศ. ที่แต่งแล้วหยิบเล่มล่าสุดมาให้ดูว่ามันห่างกันเป็นสิบๆ ปีเขาเริ่มอ่านการ์ตูนนี้ตั้งแต่เล่มแรกออกมาหลังจากที่เขาเริ่มอ่านหนังสือเป็นเมื่อยี่สิบปีก่อน คนเขียนเขาก็ยืนหยัดเขียนเรื่องนี้เรื่องเดียวมาตลอดชีวิตเหมือนเขียนบันทึกประจำวัน (แบบที่เราเขียน g2k เลย) ประมาณสับดาห์หนึ่งจบตอนหนึ่งก็พิมพ์เป็นเล่มครั้งหนึ่งและแฟนการ์ตูนเขาก็มีอยู่ทั่วโลก(อย่างเช่นลูกชายผมคนหนึ่งล่ะ)ก็พร้อมที่จะอ่านไปจนคนเขียนจากโลกนี้ไปโน่นแหละ ถึงตอนนั้นอาจจะเป็นตอนที่ 2000 ก็ได้ และไม่ใช่มีนักเขียนการ์ตูนแบบนี้อยู่คนเดียวมีเป็นกะตั๊กเลย แต่ละคนก็มีแฟนของตัวเอง!!!</p><p>นักเขียนการ์ตูนเหล่านี้เขาบันทึกและบอกเล่าเรื่องราว ทั้งความจริง จินตนาการ ความทุกข์ความสุขของชีวิตผู้คนสิ่งแวดล้อม จากสายตาและความคิดของเขาผ่านตัวการ์ตูนตลอดชีวิตทั้งชีวิตของเขาแต่ละคน!!!</p><p>เป็นเรื่องราวของวรรณกรรมอีกแบบหนึ่งที่ผู้ใหญ่อย่างผม "ตกสมัย"เขาบอกผมว่า การ์ตูนญี่ปุ่นชุด Evangelian คือแรงบันดาลใจให้เขาเข้าเรียนวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล ในสาขาแจ็สจนเขาจบออกมาเป็นนักเปียโนแจ็สอาชีพในขณะนี้ </p><p>เขาบอกว่า "ทาง" ดนตรีเขามีเอกลักษณ์ของตัวเอง ไม่ใช่แจ็สดิบๆ" แบบอัฟริกันอเมริกัน หรือ "ซอฟท์แจ็ส" แบบยุโรป หรือ "ลาตินแจ็ส"แบบอเมริกาใต้ แต่เป็น "แจ็สการ์ตูน"!!!</p><p>นอกจากเล่นประจำกับวงแจ็สที่โรงแรมพลาซ่าแอททินี่สัปดาห์ละ ๖ คืนแล้วเขายังเป็นครูสอนเปียโนแจ็สทั้งที่บ้านและที่โรงเรียนสอนดนตรีของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ที่สยามพารากอนทุกวันเสาร์ด้วย</p><p>ผมไม่แปลกใจเรื่องนี้เพราะเคยนั่งดูการ์ตูนชุดเรื่องนี้ทางโทรทัศน์ตั้งแต่เขายังตัวเล็กๆทั้งดนตรีและเพลงประกอบทั้งเรื่องล้วนเป็นดนตรีแจ็สซึ่งบางเพลงผมก็รู้จัก เช่น Fly Me to the Moon ร้องสไตล์แจ็สโดยนักร้องญี่ปุ่นและก็ทำให้เข้าใจถึงอิทธิพลในทางบวกของการ์ตูน ทำให้พวกเราทั้งบ้านไม่มีใครกล้าทำอะไรกับ "ตู้หนังสือการ์ตูน" ของเขา</p>