P

สวัสดีครับคุณแอน

  • ฟังจากที่คุณแอนเล่า สาขาดุริยางคศิลป์ของ มมส. น่าจะเป็นที่หนึ่งที่ประสบความสำเร็จในการเรียนการสอน คุณแอนเล่าละเอียดขึ้นเป็นบันทึกเดี่ยวของคุณแอนได้เลยครับ เผื่ออาจารย์สถาบันอื่นมาอ่านเจอเขาอาจได้แรงบันดาลใจไปทำบ้าง
  • ผมคลิกลิงก์เข้าไปที่ http://www.music.msu.ac.th/web ไม่ได้ครับ แต่พอลบคำว่า web ออกเข้าได้ แต่ก็ได้หน้านั้นหน้าเดียว ดูดีครับ เห็นปุ๊บรู้ทันทีว่าเป็น artistic website
  • ผมก็เพิ่งทราบครับว่า ผู้ที่เรียนทางการแสดงต้องเรียนการแสดงคลาสสิคเป็นพื้นฐานเหมือนผู้เรียนดนตรี ความจริงผมไม่ได้มีความรู้เรืองดนตรีหรือการแสดงอะไรมากเท่าลูกชาย ก็อาศัยที่เขาเล่าเรื่องนั้นเรื่องนี้ให้ฟัง อ้อ ผมเคยเป่าฟลุตสมัยเป็นนักเรียน และเล่น duo กับเปียโนกับลูกสนุกๆ ที่บ้านเป็นบางครั้งเมื่อลูกเริ่มเรียนดนตรีใหม่ๆ พอเขาโตแล้วก็ไม่ได้เล่นด้วยกันอีก เขาคงไม่สนุกที่จะเล่นกับผมอีก เพราะเพลงยากผมก็เล่นไมได้ แจ็สก็เล่นไม่เป็น เพราะ improvise ไม่ได้ อาศัย score อย่างเดียวเล่นแจ็สไม่ได้ และก็อ่อนซ้อมอีกต่างหาก
  • เมื่อวันก่อนสิ้นปี ๔๙ ผมมีประชุมรายงานความก้าวหน้าโครงการมหาวิทยาลัยชีวิต มีคุณหมอประเวศ วะสี อยู่ด้วย ท่านแนะนำหลายเรื่อง มีเรื่องหนึ่งที่เราตีโจทย์กันไม่ค่อยแตกคือท่านแนะนำให้นำเสนอเรื่องดีของโครงการผ่านศิลปะรูปแบบต่างๆ ซึ่งจะเข้าถึงประชาชนในวงกว้างได้มากกว่า จนถึงตอนนี้เลยยังไม่ได้ทำอะไรกันเลยในเรื่องนี้ เมื่อได้อ่าน comment ของคุณแอนที่มีต่อหนังต่อละครบ้านเราแล้ว ผมเกิดความคิดขึ้นมาว่า เราอาจให้นักศึกษาของเรา "เล่าเรื่อง" ดีๆ จากการเข้าเป็นนักศึกษาในโครงการนี้ ด้วยการแสดง ด้วยละคร ด้วยหมอลำ หนังตะลุง มโนรา หรือแม้แต่การแต่งเพลงขึ้นมาร้องกัน (อายุเฉลี่ยนักศึกษาผมคือ 41 ปี)