. . . แปลกแต่จริง สิ่งที่ยากยิ่งคือการรู้ตัว. . .

       สงกรานต์ปีนี้มีสิ่งดีๆ เกิดขึ้นกับผมแทบทุกวันครับ วันแรกของเทศกาล (13 เม.ย.) เป็นวันที่ผมเดินทางไปสรงน้ำเณรลูกชายที่วัดผาณิตาราม จ. ฉะเชิงเทรา ผมเดินทางไปจากกรุงเทพ ในขณะที่พ่อกับแม่ผมเดินทางมาจากจังหวัดตราด เรานัดเจอกันที่วัดประมาณ 9 โมงเช้า หลังจากที่สรงน้ำเณรเสร็จ (10.00 – 11.00 น.) ก็เป็นช่วงที่พระอาจารย์สุรศักดิ์บรรยายธรรมให้กับเณร โดยที่อนุญาตให้ญาติโยมเข้าร่วมฟังได้

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 26.95pt; line-height: 150%" class="MsoNormal">หลังฉันเพลก็อนุญาตให้เณรได้พบปะพูดคุยกับญาติได้ประมาณ 1 ชั่วโมง ก่อนที่จะแยกย้ายกันกลับ ตอนขากลับจากวัดผมไม่ได้กลับเข้ากรุงเทพ แต่เดินทางต่อไปยังจังหวัดตราดพร้อมกับพ่อและแม่ผม กว่าจะออกจากวัดก็ประมาณบ่ายสองโมงกว่า (ปล่อยให้รถที่มาส่งพ่อกับแม่กลับไปก่อน) ระหว่างทางก็แวะเยี่ยมญาติ กว่าจะถึงจังหวัดตราดก็เกือบหกโมงเย็น ผมพักอยู่ที่บ้านถึงวันที่ 15 เม.ย. จึงเดินทางกลับเข้ามากรุงเทพ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 26.95pt; line-height: 150%" class="MsoNormal">วันที่ 16 เม.ย. ตื่นตั้งแต่ตีห้า ผมและภรรยาตั้งใจจะไปกราบพระอาจารย์ปราโมทย์ ปาโมชฺโช ที่สวนสันติธรรม อ. ศรีราชา จ. ชลบุรี วันนี้คนคึกคักมาก คงจะเป็นเพราะตรงกับวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ จริงๆ แล้วผมรู้จักสวนสันติธรรมมาเป็นปีแล้ว แต่เพิ่งได้มาครั้งนี้เป็นครั้งแรก ผมเคยกราบพระอาจารย์ปราโมทย์มาครั้งหนึ่ง น่าจะประมาณปีครึ่งมาแล้ว ตอนนั้นท่านอยู่ที่เมืองกาญจน์</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 26.95pt; line-height: 150%" class="MsoNormal">ในช่วงหนึ่งปีที่ผ่านมานี้ ผมได้ฝึกปฏิบัติตามคำแนะนำของท่านผ่าน CD ที่ผมฟังอยู่เป็นประจำ หลักสำคัญที่ท่านเน้นย้ำอยู่เสมอก็คือ พยายามอย่าเผลอ และก็อย่าเพ่ง ให้ฝึกตามรู้ ตามดูไปเรื่อยๆ จนจิตจำสภาวะธรรมต่างๆ ได้ ผมได้ปฏิบัติมาเป็นเวลาหนึ่งปีเต็ม รู้สึก (เอาเอง) ว่าก้าวหน้าขึ้นมามาก คือรู้สึกว่าความทุกข์ใจน้อยลง ปล่อยวางได้มากขึ้น เผลอน้อยลง… </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 26.95pt; line-height: 150%" class="MsoNormal">ในช่วงที่กำลังฟังพระอาจารย์ปราโมทย์บรรยายธรรมอยู่นั้น ท่านได้ให้สติผมขึ้นมาดังๆ ว่า กำลังใจลอยอยู่นะ ซึ่งก็เป็นดังที่ท่านทักจริงๆ ทั้งๆ ที่ผมมักรู้สึกเสมอว่าการฝึกสติของผมนั้นก้าวหน้าขึ้นมามาก (อย่างนี้คงจะตรงกับคำในภาษาบาลีที่เรียกว่า มานะ คือหลงภาคภูมิใจในตนเองอย่างผิดๆ คิดว่าตัวเองเก่งแล้ว) มักจะคิดไปเองว่าตัวเองเป็นคนที่ไม่ค่อยจะใจลอยหรือเผลอบ่อยนัก แต่คงจะหนักไปในทางเพ่งมากกว่า แต่พอครูบาอาจารย์ทักขึ้นมา ก็เหมือนกับการถูก ตีกลางแสกหน้า เลยทีเดียว …แต่เป็นการตีด้วยความปรารถนาดี เป็นสิ่งที่ทำให้ผมกระจ่าง สร้างความปิติยินดีขึ้นมาในใจ รู้สึกซาบซึ้งใจในความห่วงใยของท่าน ครั้นเมื่อได้สติ ท่านก็ยังย้ำเตือนผมอีกด้วยว่า อย่าดึงกลับ อย่าพยายามทำ อย่าเพ่ง …. ผมได้แต่อุทานอยู่ในใจว่า แปลกแต่จริง สิ่งที่ยากยิ่งคือการรู้ตัว</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 26.95pt; line-height: 150%" class="MsoNormal">ที่สวนสันติธรรมนี้ ผมได้พบกับพระกรกฏ (ลูกชายอาจารย์หมออัจฉรา)  เพื่อนรุ่นน้องที่เคยร่วมงานกันที่ สคส. อีกด้วย ท่านบวชมาตั้งแต่เดือนเมษาปีที่แล้ว ตอนที่บวชใหม่ท่านจำพรรษาอยู่ที่วัดบูรพา จังหวัดสุรินทร์ 2 เดือน ก่อนที่จะมาเรียนธรรมะอยู่กับพระอาจารย์ปราโมทย์ที่นี่ ช่วงก่อนที่ท่านจะบวช ผมเคยพูดกับท่านไว้ว่าตอนที่ท่านอยู่สุรินทร์ ผมคงไม่มีโอกาสได้ไปหา แต่ถ้าท่านมาจำพรรษาที่ศรีราชาเมื่อไร ผมจะแวะไปเยี่ยมท่าน ถึงวันนี้ท่านมาอยู่ศรีราชา 10 เดือนแล้ว ผมยังหาโอกาสไปเยี่ยมท่านไม่ได้สักที </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 26.95pt; line-height: 150%" class="MsoNormal">มาถึงวันนี้ วันที่ 16 เม.ย. จึงเป็นวันที่ดีว้นหนึ่งในชีวิตผม คือผมได้ทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับพระกรกฏ อีกทั้งยังได้รับคำเตือนจากครูบาอาจารย์ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจ และมีกำลังใจในการปฏิบัติเป็นอย่างยิ่ง …นี่คือสิ่งดีๆ ที่ผมได้พานพบในช่วงสงกรานต์ปีนี้ครับ</p>