มน & นิ ลูกรัก

วันนี้พ่อมีเรื่องมาเล่าให้ฟัง 3 เรื่อง เกิดต่างสถานที่ ต่างเวลากัน ฟังรายละเอียดเผินๆ ก็เหมือนแตกต่างกัน…

แต่หนูลองอ่านให้จบ อาจจะเห็นอะไรร่วมกันบางอย่างก็ได้นะ

 


 

เรื่องแรก เกิดที่อังกฤษ…

ว่ากันว่า ตามถนนหนทางในอังกฤษนั้นมักจะเต็มไปด้วยโปสเตอร์คอนเสิร์ตและงานปาร์ตี้ที่แปะรกตาเป็นที่สุด หน่วยงานท้องถิ่นของรัฐต้องเสียเวลาและใช้เงินจำนวนมากในการกำจัด หรือตามฟ้องร้องเจ้าของงาน

แล้ววันหนึ่ง ก็มีคนปิ๊งไอเดียสุดกิ๊บเก๋ โดยทำแถบสติ๊กเกอร์สีส้มสุดแสนโดดเด่น ตรงกลางพิมพ์ตัวหนังสือสีดำเน้นๆ เห็นกันชัดๆ ว่า CANCELLED (ยกเลิก)

จากนั้นก็นำสติ๊กเกอร์ ‘ยกเลิก’ นี่ไปแปะทับโปสเตอร์คอนเสิร์ตและงานปาร์ตี้ทั้งหลาย ;-)

เพียงชั่วข้ามคืน โปสเตอร์เหล่านี้ก็หายไป!


 

เรื่องที่สอง เกิดที่ประเทศชิลี…

ประเทศชิลีนี่อยู่ในทวีปอเมริกาใต้ โดยมีอยู่ช่วงหนึ่งที่รัฐบาลของชิลีเกลียดชังสหรัฐอเมริกา

ในขณะนั้น ทูตอเมริกันประจำประเทศชิลีชื่อ เฟลตเชอร์ โดยเมื่อแรกไปประเทศชิลีก็ต้องมีพิธีการรับรองตามธรรมเนียม

ในพิธีนั้น บรรดาพวกนักธุรกิจได้มาเข้าร่วมอย่างเสียไม่ได้ แถมยังมีคนหนึ่งพูดตะโกนเสียงดังเป็นภาษาสเปนว่า ตัวเขาเองจะไม่ยอมซื้อสินค้าอะไรจากอเมริกาเลย แม้แต่เชือกผูกรองเท้าเส้นเดียวก็ไม่ซื้อ!

ที่นักธุรกิจคนนั้นพูดเป็นภาษาสเปนก็เพราะว่า ภาษาสเปนเป็นภาษาพื้นเมืองของชิลี อีกทั้งเขายังคิดว่าท่านทูตเฟลตเชอร์คงจะไม่เข้าใจ เพราะในระหว่างการสนทนาท่านทูตพูดแต่ภาษาอังกฤษตลอดเวลา 

พอถึงช่วงกล่าวสุนทรพจน์ ท่านทูตกลับปล่อยภาษาสเปนออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำว่า

“ท่านสุภาพชนทั้งหลาย ข้าพเจ้ารู้สึกว่างานที่ข้าพเจ้าได้รับมอบหมายให้มานั้นเห็นจะไม่ได้ผลดีเสียแล้ว เพราะว่าหน้าที่อันสำคัญของทูต คือการผดุงความสัมพันธ์ทางการค้าระหว่างชาติพี่น้องทั้งสอง แต่ข้าพเจ้าจะทำอย่างไรดี พอวันแรกที่มาถึงก็ได้ทราบว่า ตลาดสินค้าเชือกผูกรองเท้าถูกทำลายลงไปเสียอย่างหนึ่งแล้ว…”

ผู้คนหัวเราะกันครืน แม้แต่ผู้ที่ตะโกนว่าจะไม่ซื้อเชือกผูกรองเท้าก็พลอยหัวเราะไปด้วย แถมต่อมายังกลายมาเป็นเพื่อนของเฟลตเชอร์  

บรรยากาศการค้าระหว่างอเมริกาและชิลีกลับดีขึ้นกว่าเดิม

เพราะกลุ่มนักธุรกิจที่มาร่วมงานพิธีเหล่านี้ต่างก็ช่วยกันสนับสนุน

 



เรื่องสุดท้าย เกิดในเมืองไทยบ้านเรานี่เอง…

เรื่องนี้ พ่อหาหนังสือต้นเรื่องไม่เจอ แต่จำแก่นสาระของเรื่องได้อย่างนี้นะ…

 

ในการแข่งขันวิ่งมาราธอนครั้งหนึ่ง เส้นชัยอยู่ที่จังหวัดสระบุรี 

การวิ่งมาราธอนนี่ ไม่ใช่ว่าทุกคนจะสามารถเข้าเส้นชัยได้ทั้งหมดนะ เพราะมักจะมีหลายคนที่หมดแรง หรือถอดใจหยุดวิ่งไปกลางทาง ส่วนคนที่วิ่งเข้าเส้นชัยได้ถึงจุดหมาย ก็มักจะหยุดพักผ่อนอยู่แถวๆ เส้นชัยนั้นเอง

แต่มีอยู่คนหนึ่ง แม้ว่าเขาจะวิ่งถึงเส้นชัยแล้ว แต่กลับวิ่งต่อ…วิ่งไปเรื่อยจนถึงลพบุรี!

มีคนไปถามเขาว่าทำไม? ทำไมถึงวิ่งต่อไปอีก ทั้งๆ ที่ถึงจุดหมายที่สระบุรีแล้ว?

เขาบอกว่า บ้านเกิดเขาอยู่ที่ลพบุรี และแม่ของเขายังอยู่ที่นั่น

เขาบอกว่า ระหว่างที่กำลังวิ่งมาราธอนพร้อมกับคนอื่นๆ อยู่นั้น เขาไม่ได้คิดถึงเส้นชัยที่สระบุรี

 

แต่เขาบอกตัวเองว่า เขากำลังจะกลับบ้าน…กลับไปหาแม่…กลับไปกราบแม่….

 


 

หนูฟังทั้ง 3 เรื่องนี้แล้ว ลองคิดดูสักนิดว่าทำไมพ่อถึงนำมาเล่าไว้ ณ ที่เดียวกันนี้…

พ่อจะบอกหนูในมุมมองของพ่อก็แล้วกัน...

 

เรื่องแรก – ใช้ ‘สติ๊กเกอร์ CANCELLED ยกเลิก’ ปิดทับพวกโปสเตอร์เลอะเทอะ แม้จะมีค่าใช้จ่ายในการพิมพ์สติ๊กเกอร์อยู่บ้าง (คิดเป็นเงินไทย ราวๆ 17,000 บาท) แต่เงินจำนวนนี้ ช่างน้อยนิด เมื่อเทียบกับวิธีการปกติที่ใช้กันอยู่ ไม่ว่าจะเป็นจ้างคนไปเก็บออก นำไปทำลาย ตามฟ้องร้อง ฯลฯ ซึ่งแทบจะไม่ได้ผลอะไรเลย

แต่การใช้สติ๊กเกอร์นี่ได้ผลชะงัด เข้าทำนอง “หนามยอก เอาหนามบ่ง”

เรื่องที่สอง -  ‘สุนทรพจน์ของท่านทูตอเมริกัน’ นี่เป็นตัวอย่างคำพูดของคนฉลาดแบบเสือซ่อนเล็บ คือ ซ่อนความรู้ภาษาสเปนเอาไว้ แต่ใช้ได้อย่างเฉียบคม & เหมาะสมกับเวลา

และที่สำคัญ คือ ใช้อย่างมีอารมณ์ขัน

เรื่องที่สาม – คิดว่า ‘วิ่งกลับบ้าน กลับไปกราบแม่’ นี่นับเป็นวิธีสร้างแรงจูงใจในเชิงบวก ไม่เกิดผลเสียใดๆ ต่อคนอื่นแม้แต่น้อย แถมยังวิ่งได้สำเร็จ คือ ถึงจุดหมาย (จริงๆ แล้ว เกินจุดหมายด้วยซ้ำ) 

พร้อมยังได้ของแถมคือ กลับบ้านไปหาแม่ อีกต่างหาก

 

 ทั้ง 3 เรื่องนี้ เป็นตัวอย่างของการใช้อุบายอันชาญฉลาด

เรียกสั้นๆ ว่า กุศโลบาย ซึ่งมาจากคำว่า กุศล + อุบาย

 การใช้กุศโลบายนี้จะทำให้เกิดผลดีทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง

และในบางครั้งผลดีนี้อาจขยายไปสู่ชุมชนหรือแม้แต่สังคมได้ทีเดียว


พ่อหวังว่าหนูทั้งสองจะสามารถคิด และเลือกใช้ ‘กุศโลบาย’ อันเหมาะสม

ในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ผ่านเข้ามาในชีวิตได้ด้วยตนเองนะ :-D



รักลูกเสมอ
พ่อ

จันทร์ 16 เมษายน 2550 ที่บ้าน

 


ปล. เรื่องที่เล่ามานี้มีที่มาดังนี้

  • เรื่องแรก (“CANCELLED”) พ่อนำมาจากหนังสือเล่มเล็กๆ แต่อ่านสนุก ชื่อ an idea a day to change the world มีบรรณาธิการชื่อ ทรงกลด บางยี่ขัน (หน้า 8)
  • เรื่องที่สอง (“เชือกผูกรองเท้า”) มาจากหนังสือ กุศโลบาย เขียนโดย หลวงวิจิตรวาทการ (หน้า 103)
  • เรื่องสุดท้าย (“วิ่งกลับไปกราบแม่”) นั้น คุณหนุ่มเมืองจันท์ เล่าเอาไว้ในหนังสือเล่มหนึ่ง (ตอนนี่ยังหาไม่เจอว่าเล่มไหน)


</span>