ครูบาสุทธินันท์ในอักษร กับครูบาสุทธินันท์ในสวนป่า น่าจะเหมือนกัน ถ้าเหมือนกัน ก็ไม่เป็นไปตามทฤษฎีสิคะ
ขอวกมาเขียนบันทึกถึงเจ้าภาพ  ผู้ก่อตั้ง  ขบวนการเฮฮาศาสตร์  ที่กระชากใจครูอ้อยให้หลงใหล  ลืมความทุกข์  และมีความสุขได้ระยะหนึ่ง  หรือ  อาจจะตลอดไป
ในระหว่างได้เรียนรู้  ร่วมรับความสุขที่นี่  ผู้นั้นก็คือ....ท่านครูบาสุทธินันท์  ปรัชญพฤทธิ์  หรือ  ที่ทุกท่านเอ่ยนามว่า...พ่อครูบา   สำหรับครูอ้อยจะเรียกท่านว่า  ครูบาสุทธินันท์  อย่างสม่ำเสมอ   เคยเขียนคำกลอน  อย่างที่เรียกว่าดวล  ก็ว่าได้  
ครูอ้อยไม่เคยบอกใครว่าจะมาร่วมในงานนี้   นอกจากคุณขจิตได้เชิญชวน   และบอกว่าอยากพบครูอ้อยมากเลย  ประกอบกับ  เวลาว่างของเราทั้งบ้านตรงกัน   จึงได้หันมาตกลงนัดแนะ และวางแผน 
ครูบาฯ ในความคิดของครูอ้อยก่อนที่จะมาสวนป่าฯนั้น   ต่างกัน คือ  ท่านจะเขียนบันทึกได้ยาวมาก  ครูอ้อยไม่ค่อยอ่านจบ  และรู้สึกง่วงนอนทุกครั้งที่อ่าน  จึงไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรมากนัก  แต่รู้สึกอบอุ่นที่เห็นน้องๆ  เข้ามาอ่านและเจ๊าะแจ๊ะจ๊ะจ๋า  และวาดภาพตามที่ได้อ่านจากบันทึกของท่านไว้ 
ตอนที่นั่งรถมา  ยังนึกภาพว่าจะคุยอะไรกับท่าน  พอมาถึงบ้าน  ก็พบกับความคาดไม่ถึงอะไรหลายอย่าง  ..จนไม่รู้จะคุยอะไรกับท่าน..เหมือนมีอะไรมาจุกที่ลำคอ   ทั้งๆที่ครูอ้อยก็อยากจะคุยกับท่านเสียเหลือเกิน  
แต่ครูอ้อยก็มีความสุขนะคะ   ที่ได้เดินตาม  ไปดูโน่นนี่นั่น   และได้แสดงออกทางวาจา  ท่านก็ยิ้มรับทุกครั้งไป  
สิ่งที่ครูอ้อยสังเกตได้ว่าท่านเป็นผู้มีจิตเมตตา  คือ  สัตว์ทั้งหลายที่ท่านเลี้ยงดูไว้นั้น   ดูเหมือนจะเชื่องและรักท่านมาก  ตั้งแต่สัตว์ใหญ่  คือ  วัว  รวมไปถึงต้นไม้ต่างๆที่เติบโตแข็งแรง  แล้วคนอย่างเราๆ  จะอดใจไม่รักท่านได้อย่างไร
   
สภาพแวดล้อมในบ้าน  ตลอดจนนอกบ้าน  บ่งบอกว่าท่านเป็นนักวางแผน  
พอมาถึงขั้นตอนของงาน  เฮฮาศาสตร์  ครูอ้อยก็ต้องทึ่งกับการเตรียมงานของท่าน  ตั้งแต่หน้าประตู  ที่มีป้ายบอกถึงจุดประสงค์  นับว่าท่านมีการเตรียมพร้อมที่ดียิ่ง 
ท่านยังออกปากว่า  ไม่มีขั้นตอนอะไรมากนัก  อยากบริหารแบบ "ความไม่พร้อม "  ครูอ้อยชอบคำนี้มากเลย  ท่านเป็นคนพูดน้อย  แต่ต่อยหนัก  เรื่องของน้ำใจ  ความละเอียดอ่อน  ต้องมีในตัวผู้นำทางความคิด 
ในค่ำคืนของการละลายพฤติกรรม  ..พวกเราได้ฟังเพลง..ช่างมีบรรยากาศ..คลาสสิคเหลือเกินที่นั่งอยู่ใต้ต้น  ลีลาวดีอายุ ร้อยกว่าปี  และมีน้ำมนต์พรมจาก..จักจั่น  และสุดท้ายของงานที่  ผลัดกันถอดใจออกมาวางเรียงกัน  ท่านยังต่อว่าครูอ้อยที่....แต่งงานลูกสาวแล้วไม่บอกท่าน   เพราะท่านนับญาติกับครูอ้อยด้วย   ซาบซึ้งใจจริงๆ
ครูอ้อยอยากพูดมากๆ  แต่เก็บไว้เขียนจะดีกว่า  
ท่านมีอะไรที่ผุดออกมาให้ครูอ้อยได้สัมผัส  ตลอดเวลา 2 วันกว่าๆที่อยู่ด้วยกัน  จนใกล้กับวันที่จะจาก  ครูอ้อยตื่นเช้ามา  ไม่พบกับท่าน  ยังสงสัยว่า  เมื่อคืนนี้ท่านนอนดึก  คงจะเพลียจึงตื่นสายมั้ง   แต่เปล่าเลย  ตรงกันข้าม ท่านเตรียม power point เพื่อเป็นการบ้านให้พวกเราได้ถวิลหากัน  
ครูอ้อยกับครอบครัวรู้สึกว่า..คุ้มกับเวลาที่นี่   เกินคุ้มเสียด้วย  กับความสุข  กับระยะทาง  กับเวลาอันมีค่ายิ่ง  
เมื่อกลับมาถึงบ้าน  ยังมีกลิ่นอายของความรักติดตามมา  เรา..เขียนบันทึก อ่านบันทึก  ด้วยความสุข   จากบันทึกเหล่านี้     วางแผนทัวร์อีสานหยุดสามวันนี้     ความสุขที่ได้ทำอะไรตามใจตนเอง    ประเทศไทยมีสุขทุกหย่อมหญ้า     ไปเดินป่าชมธรรมชาติที่บ้านครูบาสุทธินันท์(ต่อ)     เช้านี้..สดใส..ที่บ้านครูบาสุทธินันท์     กายห่าง..แต่ฝากดวงใจไว้ด้วยกัน     ให้รัก..ให้กำลังใจ..ให้ที่ระลึก   ถามว่า..ได้อะไรจากการไปสวนป่าพ่อครูบาสุทธินันท์    ความสุขแบบนี้...ขออีกครั้งได้ไหมคะ      รักนะคะ..จึงกระเซ้าเล่น 
คงจะต้องสรรหาคำพูดที่  มากกว่า  คำว่า.....ขอบคุณ 
คงจะต้องหาเวลา..เพื่อไปเยี่ยม  ไปหา  ไปซึมซับกับความรัก ความอบอุ่น  ด้วยธรรมชาติ  อีกหลายๆครั้ง