เล่าเรื่องแอ๋นต่ออีกนะคะ
ถ้าท่านได้เคยอ่านเรื่องของแอ๋นเมื่อคราวที่แล้ว พอรุ่นแอ๋นจบขึ้นชั้นป2 เปิดเรียนมาใหม่ๆครูต้มกำลังปฐมนิเทศนักเรียนชั้นป. 1 ที่มาเข้าใหม่ เด็กๆป. 2 ที่เคยสอนจะมายืนมองที่ข้างๆประตูห้องป. 1 ครูเลยบอกให้นักเรียนไปเข้าห้องเรียนชั้นป. 2 เด็กๆยังยังยืนฟังครูแนะนำนักเรียนใหม่ เรื่องการเข้าห้องน้ำ การเดินไปรับประทานอาหาร การปฎิบัติตนตามข้อตกลงของห้องเรียน ตลอดจนการเลือกหัวหน้าห้อง .......ครูป.2 เลยใช้ให้แอ๋นมาบอกเพื่อนๆไปเข้าห้องได้แล้ว.......หลังจากนั้นครูต้มก็แนะนำนักเรียน เรื่องการนำสมุดหนังสือมาโรงเรียน จนถึงเวลาพักเที่ยง ครูก็พานักเรียนไปโรงอาหารดูแลการรับประทารอาหารกลางวัน ใครห่อข้าวก็เปิดกล่องทานได้เลย ใครที่ไม่ไดห่อ ก็ซื้ออาหารที่โรงอาหารโดยไปเข้าแถวซื้อ แล้วจึงมานั่งทานกับเพื่อนๆ เมื่อทานอาหารเสร็จแล้วก็ไปเล่นได้ ประมาณสิบนาทีโรงเรียนก็กดกริ่งแปรงฟัน นักเรียนทุกคนต้องแปรงฟันหลังอาหารเที่ยง แล้วเดินเข้าแถวไปห้องเรียน ปัจจุบันโรงเรียนเพิ่มกิจกรรมอีกอย่างคือ หลังแปรงฟันเรียบร้อยแล้ว นักเรียนชั้นป. 1 - ป.6 ต้องนั่งสมาธิประมาณ 5 นาที และครูเวรประจำวันเป็นผู้อบรม ตอนนั้นเด็กๆเข้าห้องเรียนเรียบร้อยแล้ว คุณครูก็ต่างคนต่างสอน ครูต้มกำลังสอนอยู่หน้าชั้น มีเด็กหญิงแนะเดินเข้ามาหาครู แล้วพูดว่า คุณครูขาฝากจดหมายให้พี่เจด้าย ครูกำลังสอนอยู่ก็เอาจดหมายใส่กระเป๋าเสื้อไว้ พอเลิกเรียนก็เลยคืดได้ จึงเอาจดหมายให้พี่เจ........คือลูกชายครูต้มเอง เคยพาเขามาโรงเรียน มาเล่นกับน้องๆป. 1 เลยรู้จักกัน พี่เจกำลังนั่งดูโทรทัศน์ ครูต้มจึงยื่นจดหมายให้ บอกเจว่า หนูแนะฝากจดหมายมาให้ เจเลยเปิดอ่านดูมีใจความว่า........พี่เจเดี๋ยวนี้ไม่เห็นมาเล่นที่โรงเรียนเลย แนะ จ๋า ฟ้า แฟง เขาคิดถึง พอเจอ่านแล้วก็เดาว่า แม่สงสัยแอ๋นเป็นคนเขียนแหละ ทำไมหนูถึงคิดว่าแอ๋นเขียนล่ะ ก็เห็นแม่เคยบอกว่าแอ๋นเรียนเก่งกว่าเพื่อนไง แม่ลองไปถามดูซิว่าใครเขียน
พอครูตุ้มไปโรงเรียนแต่เช้า เลขเรียกหนูแนะมาถามว่าใครเป็นคนเขียนจดหมาย หนูแนะตอบว่าแอ๋นเป็นคนเขียนค่ะ ครูตุ้มกลับมาบ้านจึงบอกลูกชายว่าแอ๋นเป็นคนเขียนจริงๆ ..........หนูว่าแล้ว...........ลูกชายพูด
เสน่ห์แรงจังนะคะ..ลูกครูตุ้มเนี่ย..
เขาสนใจถามหาเพราะเคยไล่ตีกัน