ตอนเช้าของวันนี้ผมพยายามโทรศัพท์ติดต่อคุณพ่อตั้งแต่เช้า เพื่อสอบถามความเป็นไปของสามเณรแผ่นดิน อีกทั้งเดิมก็เข้าใจว่ารุ่งเช้าของวันนี้เณรน้อยจะเดินบิณฑบาต ก็ยิ่งพลอยอยากรู้ว่าท่านเป็นอย่างไรบ้าง
ผมไม่รู้ว่าความเป็นห่วงเป็นใยเหล่านี้จะเป็นความห่วงวิตกมากเกินไปหรือเปล่า และรั้นจะเป็นบ่วงให้เณรจีวรร้อนไปด้วยหรือไม่ - ผมก็ไม่อาจรู้ได้ แต่มันก็เป็นธรรมดาใช่ไหมครับที่หัวอกของผู้เป็นพ่อย่อมห่วงอาทรต่อบุตรอย่างปราศจากเงื่อนไขของเวลาและสถานที่
สรุปว่า...เช้าวันนี้เณรน้อยยังไม่ออกบิณฑบาตและคืนแรกก็ถูกนิมนต์ไปสวดอภิธรรมศพในหมู่บ้านเป็นที่เรียบร้อย และท่านสามารถเทศน์ได้อย่างน่าประทับใจ ... ส่วนกลางคืนก็หลับอย่างสำรวม ตื่นนอนแต่เช้า จัดการกับภารกิจของเณรได้อย่างไม่ต้องลำบากต่อเณรพี่เลี้ยง ยกเว้นอย่างเดียว คือ การห่มจีวรที่ยังต้องให้เณรพี่เลี้ยงได้ช่วยจัดการให้
....
ย่ำเย็นของวันนี้ผมขออนุญาตพูดสายกับสามเณร..สุ่มเสียงของท่านยังคงเดิม คือ สดใส - มีชีวิต และท่านก็สนทนากับ (โยม) พ่ออย่างเป็นกันเอง แต่ไม่ยอมที่จะสนทนากับ (โยม) แม่...
เราเป็นที่รู้กันว่าเณรไม่กล้าคุยกับโยมแม่ เพราะท่านเข้าใจว่าจะเป็น "บาป" เนื่องจากท่านเคยได้ยินว่าพระเณรอยู่ใกล้กับ "ผู้หญิง" ไม่ได้ ...โยมแม่ - โยมแม่ย่าอุ้มไม่ได้ ... แม้กระทั่งตอนถ่ายรูปก็เห็นได้ชัดว่าท่านได้เปรยในทำนอง "อย่าใกล้นัก..เดี๋ยวจะเป็นบาปเป็นกรรม"
ถ้อยคำเหล่านั้นผมได้ยินมากับหู...และส่วนหนึ่งเป็นคำพูดที่เกิดจากการสนทนากับน้องแดนไท...น้องชายผู้เป็นที่รัก (หักเหลี่ยมฮา) ของเณรเอง...!

จากนี้ไปคือถ้อยสนทนาระหว่าง (โยม) พ่อ กับเณรแผ่นดิน ..ที่อยากให้ท่านทั้งหลายได้ร่วมรับรู้ รับฟัง ประหนึ่งถ้อยสนทนาของญาติมิตรในครัวเรือน
"พ่อ.. ดินเป็นเณรเก่ง บ่ งอแง บ่ เว้ายาก"
"พ่อ ดินเป็นเณรฮู้ ผู้ได๋กะว่าดินเป็นตาฮัก (น่ารัก) เทศน์กะเก่ง"
"พ่อ ดินได้เงินหลายบาท ..ดิน สิเอาไว้เป็นค่าเทอม ค่ารถตู้ ค่าขนม"
(ประโยคนี้ทำเอาผมน้ำตาแทบทะลักไหล...หัวใจสั่นไหวและนิ่งอึ้ง..)
"พ่อ ดิน บ่ อยากให้พ่อปู่มานอนวัด เดี๋ยวน้องแดนสิ บ่ มีผู้ได๋นอนเป็นหมู่" (เป็นเพื่อน)
"พ่อ ดิน บ่ กินนมยามกลางเวน (กลางวัน) กลางคืนดิน กะ บ่กินนมคือกัน"
(ประโยคนี้ ผมสงสารลูกเณรจับใจ...ท่านยังเด็กและไม่มีความจำเป็นใดที่จะต้องอดนมเลย..กระนั้นท่านก็ปฏิบัติเช่นนั้นจริง ๆ )
"พ่อ มื้ออื่น (พรุ่งนี้เช้า) ดิน สิออกบิณฑบาตแล้วเด้อ"
"พ่อ ดินอยากให้พ่อมาใส่บาตรให้ดิน"
....
เป็นแต่เพียงถ้อยสนทนาสั้น ๆ ระหว่างผมกับลูกเณรที่ทำเอาหัวจิตหัวใจของผมถูกฉาบคลุมไปด้วยธารน้ำตาอันตื้นตัน ...
ผมยังคงใช้คำเรียกแทนตัวเองว่า "โยมพ่อ" แต่เณรท่านยังเรียกตัวท่านเองว่า "ดิน".....
ผมไม่อายที่จะพูดตรงนี้ว่า "ผมคิดถึงและเป็นห่วงลูก" "รักลูกมาก...รัก และ รัก มากกว่าที่เคยรักตนเอง" ร้อยเท่าพันเท่า !
และผมก็รักพ่อและแม่มากขึ้นเท่าตัว...
มันเป็นเช่นนี้จริง ๆ นะครับ......
ขอตามมาแสดงความยินดีอีกครั้งครับ
ขอให้ช่วยกันประคองให้สามเณรดินเป็นเด็กที่มีความคิดเช่นนี้ตลอดไปครับ
ซึ้งจริงๆ ครับ
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ตอนนี้ก็ลุ้นครับว่าเณรจะครองผ้าเหลืองได้กี่วัน แต่จำนวนวันก็ไม่ใช่ประเด็นสำคัญสำหรับผม แต่ความคิดความรู้สึกนึกคิดของเณรต่างหาก คือ สิ่งที่ผมสนใจและใคร่รู้มากที่สุด</p><p>ขอบคุณนะครับ…ขอบคุณที่กรุณาแวะเวียนมาเติมเต็มมิตรภาพอยู่เสมอ</p>
เข้าใจความรักความห่วงใยของคนเป็นพ่อแม่ เป็นเช่นนี้จริงๆ ลูกเป็นที่สุดแห่งความรัก ดิฉันเอง คิดว่า คงไม่มีวันรักใครเท่าลูกชายแล้ว แต่พอมีหลาน รักเท่ากันจริงๆนะคะ เอ็นดูและเป็นห่วงกว่าอีก อะไรที่ผิดพลาดไปในการเลี้ยงลูก กะจะไปแก้ตัวที่หลาน คุณแผ่นดินจะเข้าใจเมื่ออีกนานๆต่อไป และคุณมีหลาน
สามเณรน่ารักมากค่ะ
สวัสดีค่ะคุณแผ่นดิน
ห่างหายไปหลายวัน..เพิ่งได้ฤกษ์มาอ่านเปลือยความสุขตั้งแต่ตอนที่ 1 - 5 ..อ่านแล้วมีความสุขนัก..ดีใจที่เห็นความรัก ความผูกพัน ในครอบครัวและความตั้งใจมั่นของสามเณร ( น้อย .. ที่น่ารักหนักหนา )..ภาพที่หลับคาขวดนมก็น่าเอ็นดูนัก
เบิร์ดเคยทราบมาว่าผู้ที่จะบวชได้ต้องมี " สัญญา " เดิมที่เคยมีมาก่อน ( ถูกหรือผิดอย่างไร ต้องรบกวนคุณธรรมาวุธแล้วค่ะ )..สามเณรวัยยังน้อยนักแต่สำรวมและมีจิตมั่นในธรรมวินัยหาได้ยากยิ่ง..
ขอบคุณมากค่ะที่ทำให้วันนี้ของเบิร์ดเริ่มต้นด้วยความชื่นใจและปลาบปลื้มใจเป็นล้นพ้น
สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน
******
พสุธา เปรียบเปรย มิเคยเห็น
รักนี้ บริสุทธิ์ ประดุจเป็น
สายลมเย็น โบกโบย มิสิ้นพา
รักพันผูก ลูกพ่อ ขอภูผา
จงนำรัก ปกปัก รักบูชา
ให้ลูกยา ของพ่อ ได้ร่มเย็น
****อนุโมทนา*****จากครูอ้อย
สวัสดีครับ อ.ลูกหว้า
การที่มีโอกาสได้เห็นลูกได้ทำในสิ่งที่ลูกอยากจะเป็นก็เป็นธรรมดาที่ผู้เป็นพ่อจะปลื้มใจและการได้เขียนบันทึกถึงคนที่เรารักก็ถือเป็นความสุขอีกอย่างหนึ่งที่เราปลื้มใจ เช่นกัน
ขอบคุณนะครับ...ที่แวะมาทักทาย
สวัสดีครับ <table border="0"><tbody><tr>
</tr></tbody></table><p>ผมขออนุญาตนำข้อความของท่านมาย้ำเน้นภาพชีวิตที่ชัดเจนและสมบูรณ์ในความเป็นจริง และขออนุญาตไม่เอ่ยคำใด เพราะถ้อยคำของท่านงดงาม และสมบูรณ์หาไหนเท่าแล้วครับ</p><p>เข้าใจความรักความห่วงใยของคนเป็นพ่อแม่ เป็นเช่นนี้จริงๆ ลูกเป็นที่สุดแห่งความรัก ดิฉันเอง คิดว่า คงไม่มีวันรักใครเท่าลูกชายแล้ว แต่พอมีหลาน รักเท่ากันจริงๆนะคะ เอ็นดูและเป็นห่วงกว่าอีก อะไรที่ผิดพลาดไปในการเลี้ยงลูก กะจะไปแก้ตัวที่หลาน</p><p>ขอบคุณครับ</p>
อ่านแล้วรู้สึกอิ่มบุญและอิ่มเอิบไปด้วย
เข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่อครับ...
และชื่นชมความฉลาด ช่างเจรจาของสามเณรดินครับ...
อ่านแล้วมีความสุขมากครับ...
ขอบคุณครับ...
พี่ก็มีลูกชาย และฝันใฝ่มาตลอดเลยเช่นกัน ที่อยากให้เขามีโอกาสมาสัมผัสชีวิตที่แบบธรรมดา แต่มีความไธรรมดาหลายอ่างให้เรียนรู้ ซึ่งถือเป็นพื้นฐานของการใช้ชีวิต เพื่อให้เขาเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่กล้าหาญ อดทน และเป็นผู้นำ ตามวิสัยของสุภาพบุรุษนี้บ้างเช่นกัน ไม่พูดมากหรอก เพราะเข้าใจถึงความรู้สึกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ดีมากๆ
ขออิ่มบุญด้วยอีกคนนะ สามเณรแผ่นดิน
อ่านบันทึก นี้ชื่นฉ่ำ น้ำตาร่วง
ซึ้งแดดวง ในรักแท้ ไม่แปรผัน
หากวันหนึ่ง มีลูก ไว้ผูกพัน
ก็จะมั่น ปลูกฝัง ดั่ง "แผ่นดิน"
มาเยี่ยม...
มาชื่นชมนึกถึงคำกลอนที่ว่า...
อิสานเฮา...
เจ้าหัวทั้งจัวน้อย..........หากวาดค่องงามหลาย แท้เด
กิยากายสงบ................เสงิ่ยมงามยามย้าย
บ่ห่อนทำขายหน้า........ครูบาผู้สอนสั่ง
สิลุกนั่งจั่งซี่..................ก็มีเชื้อเซ่นผู้ดี แท้แหล้ว ฯ