ยกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาดู เห็นเบอร์ที่ไม่ได้รับสองสาย เพราะตัวเองปิดเสียงไว้นั่นเอง...และที่ดีใจสองสายที่โทรมาเป็นบุคคลเดียวกัน เป็นบุคคลที่ผมคาดไม่ถึงว่าจะโทรมา...

 

จะโทรกลับก็เกรงใจมาก เพราะล่วงเลยมาย่ำค่ำ ท่านอาจจะทำภาระกิจช่วงนี้ก็เป็นได้

 

ในขณะที่คิด...ก็มีสายเข้าอีกครั้ง ท่าน...โทรมานั่นเอง

 

"โยมจตุพร ใช่ไหม"  ปลายสายถามเสียงช้าๆเบาๆ

ผมตกใจตอบแบบตะกุกตะกัก เพราะไม่คิดว่า พระท่านจะโทรมา แล้วผมจะใช้สรรพนามยังไงละนี่

"ครับ ผม ผมโยมจตุพรครับ"

ตอบออกไปแบบเขินๆครับ

"นี่ผม พระปภังกร นะ"

ด้วยความดีใจ ผมก็พูดคุยต่อเรื่องสัมเพเหระ เรียกท่านว่า "ท่านปภังกร" ตลอดที่สนทนากัน

ท่านเล่าให้ผมฟังว่า ท่านได้ออกจาริกธุดงค์ยังป่าลึก และได้พบเจอเหตุการณ์ต่างๆมากมาย แทบจะเอาชีวิตไม่รอด ท่านได้อธิษฐานว่า หากรอดออกมา จะบวชให้โยมแม่ของท่าน ครบพรรษา  และจนกว่าจะสวดโอวาทปฏิโมกข์ได้(ไม่แน่ใจประเด็นนี้ครับ)

การพูดคุยกับสมณเพศ เช่น พระปภังกร ผมก็รู้สึกเขินๆ และเกรงด้วยครับ กังวลจะใช่สรรพนามผิด ด้วยความคุ้นเคยกับท่านสมัยเพศฆราวาส ที่โทรศัพท์คุยกันแลกเปลี่ยนเรื่องงานบ่อยครั้ง

P

ท่านปภังกร สบายดีครับ...หากบรรดาผู้ที่ติดตาม Blog ของท่านปภังกรมาอ่านบันทึกนี้ ท่านลดน้ำหนักไปเกือบ ๒๐ กิโล (จากเดิม ๘๙ กิโล เหลือ ประมาณ หกสิบกว่าๆ) และ สำเนียง การพูดคุยท่านช้ามากกว่าเดิมก่อนที่ท่านจะบวช

ท่านบวชที่วัดป่าแห่งหนึ่ง ที่จังหวัดแพร่ ชื่อวัด แพร่ธรรมาราม วัดนี้เป็นวัดป่า พระฉันมื้อเดียว ศีลเคร่งครัด ที่เชียงใหม่ มีวัดสันป่าสักวรอุไร ธรรมาราม (หางดง) เป็นวัดสาขา เป็นวัดที่ผมไปทำบุญ นั่งสมาธิไม่กี่วันที่ผ่านมา...เป็นวัดของ หลวงพ่อกัณหา ที่ผมนับถือนั่นเอง

ด้วยความระลึกถึงท่าน เลยได้พูดคุยกับท่านนานสองนาน จนกระทั่งท่านขอลาไป ทำวัตรต่อ ...

ท่านบอกว่า ปกติไม่ได้ใช้โทรศัพท์ แต่ก็ได้ฝากโทรศัพท์ไว้ที่พระท่านหนึ่ง หากมีกิจธุระจริงๆก็จะใช้โทร

เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อวาน ผมจึงบอกให้ท่านผู้ติดตาม บันทึกของท่านปภังกรว่า ตอนนี้ท่านปภังกรสบายดี อยู่ในสมณเพศที่กำลังศึกษาเรียนรู้พระธรรมวินัย เป็นอีกโลกหนึ่งของนักบวชในพุทธศาสนาครับ

 

ขออนุโมทนาครับ