ช่วงนี้อารมณ์ไม่ค่อยปกติ พยายามดูต้นไม้ใบหญ้าธรรมชาติเป็นการรักษา ขอบคุณกำลังใจจากพี่หนิง น้องออย ท่านอาจารย์ paew คุณน้อง อาจารย์น้องลูกหว้าและทุกๆท่านที่ไปให้กำลังใจในบันทึก ตอนเช้าไปว่ายน้ำเลยไปดูรูปดอกไม้มา ไม่แน่ใจว่าเป็นตะแบกหรืออินทนิลน้ำ ท่านผู้รู้ช่วยบอกด้วย ลองดูดีกว่า
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> รูปที่ 1 </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p></p><p></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> รูปที่ 2 </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p></p><p></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"> รูปที่ 3</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p>
<p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal">รูปที่ 4 ชอบผึ้งน้อยที่บินมากินน้ำหวาน</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt; text-align: justify" class="MsoNormal"></p><p align="center">
รูปที่ 5 ผึ้งน้อย ทำไมเจ้าขยันจัง… </p><p align="center"></p><p align="center">
</p><p align="justify"> ชอบการถ่ายรูปดอกไม้แต่ถ่ายรูปไม่เก่ง วันนี้ตั้งใจทำงานให้ได้มากๆ ให้สมกับที่ทุกท่านให้กำลังใจไว้ เป็นมหัศจรรย์จาก gotoknow ที่ได้รับกำลังใจมามาก ถ้าผู้เขียนมีสมาธิจะเขียนวิทยานิพนธ์ได้ค่อนข้างมาก กำลังค้นคว้าวิทยานิพนธ์บทที่สองอยู่ นำมาเขียนได้เนื้อหาที่ตรงกับที่ต้องการดี ขอกลับไปทำงานให้สมกับที่ได้รับกำลังใจก่อนครับผม ขอให้ทุกท่านมีความสุขกับการทำงานนะครับ… </p>
สวัสดีครับอาจารย์ขจิต
มาเป็นกำลังใจให้ครับ แต่อย่าเครียดมากเรื่องการเขียนวิทยานิพนธ์เลยครับ เพราะว่าเครียดไปก็ไม่มีประโยชน์อีกอย่างไม่ค่อยมีคนมาอ่านวิทยานิพนธ์เราเท่าไรครับ
อาจารย์ขจิตไม่ลองเขียนบทความแล้วส่งไปตีพิมพ์ในวารสารหรือครับ แล้วก็เอาบทความมาแปะลงในวิทยานิพนธ์แล้วก็เขียนปรับปรุงนิดหน่อยให้มันมี flow ที่ต่อกันนะครับ หลายคนใช้วิธีนี้นะครับ
เขียนบทความนั้นคนจะเข้ามาอ่านมาขึ้นเป็นการเผยแพร่ที่ดีกว่าวิทยานิพนธ์ด้วยนะครับ
เรียนท่านอาจารย์ขจิต ที่เคารพ
สีเย็นตา มองแล้วเย็นใจ สวยมากๆเลยค่ะท่านอาจารย์ ดิฉันอีกคนหนึ่งค่ะที่ชอบมากๆๆๆๆๆตอนนี้กำลังออกดอกสะพรั่งทั้งสองข้างทางถนนสายระยอง – บ้านค่ายระยะทางจากบ้านถึงโรงงานประมาณ 30 กิโลค่ะเป็นการเดินทางที่มีความสุขมากๆกับการชมวิวทิวทัศน์ 2 ข้างทางถึงโรงงานก็มีความสุขกับรอยยิ้มสรวลเสเฮฮาของเพื่อนๆสนุกสนานกับงานที่ไม่เคยซ้ำจำเจ (ในความคิดของดิฉันเองค่ะ)บางคนสุข บางคนทุกข์ คลุกเคล้ากันไปตามวิถีชีวิตตกเย็นเลิกงาน นั่งรถกลับบ้านก็พากันชมนกชมไม้ 2 ข้างทางไปตามประสาบางต้นมีสีขาวแซมสีม่วงบางต้นนั้นสิ มีแต่ดอกทั้งต้นไม่มีใบเลยแล้วนั่นต้นอะไรต้นคูนหรือเปล่า เหลืองสดใสทั้งต้นนั่นก็ต้นดอกตะแบก (หรือเปล่า) อีกแล้วค่ะวันนี้ก็เลยมีบทเพลงเหมือนข้าวคอยเคียว ที่คุณดาวใจ ไพจิตร เป็นผู้ขับร้อง มาฝากทุกๆท่านด้วยค่ะจะได้เข้ากับบรรยากาศของดอกตะแบก (หรือเปล่าไม่แน่ใจค่ะ) ที่ท่านอาจารย์ได้นำมาในวันนี้ท่านใดร้องได้ก็เต็มที่เลยนะคะท่านใดที่ร้องไม่ได้ก็คลอๆไปก่อนละกันนะคะพร้อม นะคะ 3…2….1… ได้ยินไหมพี่ เสียงนี้คือสาวบ้านนา
พร่ำเพรียกเรียกหาตั้งตานับเวลารอคอย
คอยเช้าคอยเย็นไม่เห็นสักหน่อย
ปีเคลื่อนเดือนคล้อย
รักเอ๋ยมาลอยรักเอ๋ยมาลอยแรมไกล
อีกเมื่อไรรักจะคืนรื่นรมย์
ตะแบกบานแล้วร่วง
สีม่วงที่พี่ชื่นชม
หรีดหริ่งระงมพี่ปล่อยน้องให้ตรมคนเดียว
รวงเอ๋ยรวงทองต้องร้างคนเกี่ยว
รวงข้าวคอยเคียวน้องนี้คอยเหลียวคอยนับวันรอพี่มา
กลับเถิดหนาสาวบ้านนายังคอย………
อาจารย์ขจิตขา…ใจเย็นๆ ทำใจให้สบายเหมือนกับที่ไปว่ายน้ำ และปล่อยใจไปกับความสวยของดอกไม้นะค่ะ…ดอกสวยมากๆ ค่ะ อยากถ่ายภาพจัง สีม่วงแถมยังมีขอบเป็นม่วงเข้มๆ อีก สีแบบนี้ไม่เคยเห็นค่ะ…อีกต้นที่สีขาว ก็สวยมากค่ะ ที่ใน มข มีตะแบกหลายต้นมาก แต่ไม่เห็นสีขาวแบบที่ อ.ขจิตถ่ายภาพมาฝาก ช่วงนี้ขับรถไม่ค่อยมีสมาธิเพราะมัวดูแต่ดอกไม้สวยๆ ค่ะ….
ขอเป็นกำลังใจให้อาจารย์ขจิตครับ
สวยงามอ่อนช้อยทั้งดอกและใบ ลักษณะนี้อาจจะไม่ใช่ทั้งตะแบก และอินทนิลครับอาจารย์
ผมคิดว่าน่าจะเป็นเสลามากกว่าครับ แต่ก็ไม่แน่ใจเช่นกันครับ เพราะไม่ได้เห็นในส่วนของลำต้น และกาบ เพราะต้นไม้ทั้ง สามชนิดนี้มีลักษณะดอกที่ใกล้เคียงกันมาก หากแต่ว่าลักษณะของสีดอก ขนาดของดอก ลักษณะการออกดอกที่ชูช่อต่างกัน และลักษณะของลำต้นค่อนข้างแตกต่างกันอยู่บ้าง
ตะแบก ลำต้นมีผิวเรียบออกสีขาว ใบเล็กว่าทั้งสองชนิด ผิวใบเรียบ และออกดอกเป็นช่อตั้งขึ้น
อินทนิล ลำต้นมีกาบสีน้ำตาลเล็กน้อย ใบใหญ่กว่าตะแบกแต่จะเล็กกว่าเสลา ผิวใบเรียบ และออกดอกเป็นช่อตั้งขึ้น แต่มีคามพริ้วสีดอกฟ้าอมม่วงแต่ไม่เข้มเท่าเสลา
เสลา ลำต้นเป็นกาบตั้งสีน้ำตาล กิ่งก้าน ใบ อ่อนพริ้ว ออกดอกสีม่วงขาว ใหญ่โน้มลงตามทรงพุ่ม ใบใหญ่และมีขนที่ผิวใบเล็กน้อย
ขอเป็นกำลังใจเสมอครับ
หิ่งห้อยเงียบหายไปกับงานนานเกือบเดือน ตอนนี้บินกลับมาเยี่ยมเยียนสมาชิกแล้วค่ะ อาจารย์ถ่ายรูปดอกไม้ได้สวยมากค่ะ ตัวหิ่งห้อยเป็นคนชอบดอกไม้อยู่แล้วพอได้เห็นรูปดอกไม้ของอาจารย์ชื่นใจค่ะ แต่ไม่มั่นใจที่จะตอบเหมือนกันว่าดอกไหนชื่ออะไร .....ในความรู้สึกของใจบางครั้งเรารู้สึกว่า วันนี้ใจไม่ดีเลย หรือวันนี้เรารู้สึกดีมากๆ เป็นธรรมชาติของใจค่ะอาจารย์ พอเรารู้สึกถึงความผิดปกติเรารีบรักษา โดยวิธีที่เราทำแล้วรู้สึกดี ก็ทำเถอะค่ะ เช่นออกกำลังกาย เดินซื้อต้นไม้ .ฯลฯ..และคิดเสมอว่าพรุ่งนี้ต้องดีกว่าวันนี้ โชคดีค่ะ
สวัสดีค่ะ
ไม่รู้เรียกว่าดอกอะไรค่ะ แต่สวยมากๆ ที่มน.ก็มี
แต่แยกยากนะคะ อินทนิลน้ำ, เสลา, ตะแบกและอินทนิลบก ด้วยความอยากรู้เหมียนกัน ถามgoogle เค้าว่างี้ค่ะอินทนิลน้ำ [Lagerstroemia speciosa (Linn.) Pers.] เปลือกลำต้นสีเทาหรือน้ำตาลอ่อน ค่อนข้างเรียบ อาจจะตกสะเก็ดเป็นแผ่นบาง ๆ บ้างเล็กน้อย ใบเกลี้ยงปลายใบเรียวแหลม ผลิใบอ่อนเต็มต้นพร้อมช่อดอก สังเกตได้ง่ายที่ตำแหน่งช่อดอกเป็นพุ่มทรงเจดีย์ชูตั้งขึ้นเหนือเรือนยอดโดยรอบขนาดของดอกบานกว้าง ๕-๘ เซนติเมตร ออกชิดกันเป็นกลุ่ม สีม่วงสด ม่วงอมชมพูจนถึงชมพู และสีจะซีดจางลงเล็กน้อยเมื่อดอกโรย ผลมีผิวขรุขระ สีคล้ายเนื้อไม้ ออกดอกช่วงฤดูร้อน (มีนาคม-พฤษภาคม) อินทนิลบก (L. macrocarpa Wall. ex Kurz) ลักษณะคล้ายอินทนิลน้ำมาก แต่ใบ ดอก และผลมีขนาดใหญ่กว่า ใบป้อมและกว้างกว่าใบอินทนิลน้ำ ปลายใบมนกว้างหรือแหลมเป็นติ่งสั้น ๆ ดอกออกเป็นช่อที่ปลายกิ่ง ช่อดอกไม่ชูตั้งขึ้นเหนือเรือนยอด ขนาดของดอกบานกว้าง ๑๐-๑๓ เซนติเมตร แต่ละดอกจะชิดกันเป็นกลุ่ม ดอกสีม่วงอมชมพู และสีจะจางซีดลงเป็นสีขาวอมชมพู ออกดอกช่วงฤดูร้อน มีชื่ออื่น ๆ ว่า กาเสลา, จ้อล่อ, จะล่อ <p> เสลา (L. loudonii Teysm. et Binn.) เปลือกลำต้นสีน้ำตาลดำหรือสีคล้ำ แตกเป็นร่องตื้น ๆ ตามยาว ปลายกิ่งย้อยลู่ลงสู่พื้น ใบมีขนปกคลุมประปราย ช่อดอกออกตามกิ่ง ตามง่ามใบและปลายกิ่ง แต่ช่อไม่ชูตั้งขึ้นเมื่อดอกในช่อบานจะชิดกัน ดอกสีชมพูอมม่วง ออกดอกช่วงฤดูร้อน ผลผิวเรียบเป็นมันสีน้ำตาลไหม้ มีชื่ออื่น ๆ ว่า เสลาใบใหญ่, อินทรชิต </p><p> ตะแบก (L. floribunda Jack) เปลือกลำต้นสีเทา เรียบ ลื่น เป็นมัน มักมีรอยแผลเป็นหลุมตื้น คล้ายเปลือกต้นฝรั่ง ใบอ่อนมีขนปกคลุม ใบแก่เกลี้ยง ช่อดอกออกตามปลายกิ่งโค้งชูเหนือเรือนยอด มีดอกจำนวนมาก ดอกขนาดเล็ก บานเต็มที่กว้าง ๔-๕ เซนติเมตร ดอกในช่อเรียงกันห่าง ๆ ทำให้ช่อดอกโปร่ง ดอกสีม่วงอมชมพู และสีจะจางซีดลงเกือบเป็นสีขาวเมื่อดอกโรย ผลผิวเรียบเป็นมันสีน้ำตาลเข้ม มีขนปกคลุมบาง ๆ ที่ส่วนปลาย ออกดอกในช่วงฤดูฝน (มิถุนายน-กันยายน)</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">……ความจริงมีภาพด้วยแล้วเอามาแปะยังไม่เป็นค่ะ…..———</p>
ข้อมูลจากนี่ค่ะ…….ผู้เขียน : ดร.ธวัชชัย สันติสุข ราชบัณฑิต ประเภทวิทยาศาสตร์ชีวภาพ สาขาวิชาพฤษศาสตร์
ที่มา : จดหมายข่าวราชบัณฑิตยสถาน ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๑๒, ธันวาคม ๒๕๓๒</span>
ดูแล้วน่าจะเป็น อินทนิล นะครับ
ขอให้กำลังใจอาจารย์ด้วยอีกคนนะครับ
สวัสดีค่ะ เคยอ่านเจอในหนังสือค่ะเขาบอกว่าวิธีการแยกต้นอินทนิลกับต้นตะแบกอินทนิลเปลือกจะแตก แต่ตะแบกเปลือกจะร่อนค่ะ ก็เลยลองสังเกตดูตาม 2 ข้างทาง จริงค่ะลักษณะของเปลือกที่ลำต้นไม่เหมือนกันจริง ๆ ค่ะ แต่แถวบ้านอินทนิลจะหายากกว่าค่ะ แต่ตะแบกจะเยอะมาก