ต้องเลือกสถานที่ที่ห่างไกลโรงพยาบาลแบบนี้ เพราะ ถ้าอยู่ในโรงพยาบาลก็จะมีสิ่งรบกวน ประเภทโทรศัพท์ตามตัว เดี๋ยวสามี เดี๋ยวคนไข้ เดี๋ยวภรรยา เดี๋ยวลูกโทรตาม ไม่มีสมาธิกับการอบรมอย่างต่อเนื่อง

    ถ้าไม่ใช่คนหาดใหญ่ หรือคนหาดใหญ่เองหลายคนเห็นชื่อ สวนสายน้ำ แล้วอาจจะงง งง ไม่เคยได้ยิน หรือคิดไม่ถึง ว่าจะมีสถานที่แบบนี้ใกล้ หาดใหญ่..นครโลกีย์ ห่างไปแค่เพียงหนึ่งเพลินใหญ่ๆเท่านั้น


    สวนสายน้ำ เป็นสถานที่ปลีกวิเวก ของมูลนิธิอันวีกษณา (The Quest Foundation) ศูนย์กลางการศึกษาและเผยแพร่ผลงานของนักคิดคนสำคัญคนหนึ่งของโลกชาวอินเดีย..กฤษณะมูรติ สวนสายน้ำไม่ใช่รีสอร์ตหรูตามชื่อที่อาจทำให้หลงผิดได้ ถ้าใครจะจินตนาการว่า น่าจะเป็นบ้านพักไล่เรียงอยู่ตามลำน้ำในป่าคล้ายแถวๆนครนายก ก็ต้องบอกว่าไม่ใกล้เคียงความจริงเลย สถานที่นี้ เป็นบ้านพักบนเขาเตี้ยๆแวดล้อมด้วยป่ายางเหนือลำธารธรรมชาติ จึงได้ยินเสียงสายน้ำตลอดเวลาแต่มองไม่เห็น


    น้องเล็ก..ปรีดา เรืองวิชาธร วิทยากรหลักของเราถามผมว่า "ทำไมต้องมาจัดอบรมที่นี่ ไม่จัดในโรงพยาบาลหรือมหาวิทยาลัยไปเลย สะดวกกว่าเยอะ"
    

    คำถามนี้น่าสนใจ ผมตอบน้องเล็กไปว่า ต้องเลือกสถานที่ที่ห่างไกลโรงพยาบาลแบบนี้ เพราะ ถ้าอยู่ในโรงพยาบาลก็จะมีสิ่งรบกวน ประเภทโทรศัพท์ตามตัว เดี๋ยวสามี เดี๋ยวคนไข้ เดี๋ยวภรรยา เดี๋ยวลูกโทรตาม ไม่มีสมาธิกับการอบรมอย่างต่อเนื่อง แต่ถ้าขึ้นมาอยู่บนเขาแบบนี้แล้ว การจะกลับลงไปเอง..ไม่ง่ายเลย  ผู้เข้าอบรบต้องเดินเท้าจากจุดจอดรถบัสเชิงเขา ไต่เนินขึ้นไปด้วยตนเองเป็นกิโล อันนี้จงใจนะครับ ก่อนจะเผชิญความตาย ก็ต้องเผชิญทุกข์กับความเหนื่อยเสียก่อน เป็นการทดสอบด่านแรก แต่งานนี้ก็ยังมีคุณหมอ ๓ ท่านเอารถมาเอง อาจารย์สกล..ที่ผมและทีมวิทยากรได้พลอยติดรถขับเคลื่อนสี่ล้อ รอดพ้นความทุกข์จากการไต่เขามาได้  พี่โกวิทย์ พฤกษานุศักดิ์ ..หัวหน้าภาควิชาโสตศอนาสิก โรงพยาบาลสงขลานครินทร์ ที่ขับรถคนเดียวมาร่วมในวันอาทิตย์แบบไปกลับ และคุณหมอนิรันดร์ วิชเศรษฐสมิต จากโรงพยาบาลมายอ ปัตตานี ขับรถฝ่าความมืดมาถึงกลางดึกโดยไม่หลงทางแม้แต่น้อย ต่างจากพวกผมคราวอบรมครั้งที่แล้ว ที่นั่งรถบัสของคณะมากลางวันแสกๆยังหลงทางเลย

    ยังมีเหตุผลมากกว่านั้นที่ผมไม่ได้ตอบ เพราะถ้าอ่านตามหนังสือ เผชิญความตายอย่างสงบ: สาระและกระบวนการเรียนรู้ (ฉบับความรู้พื้นฐาน) เขียนไว้ว่า สถานที่จัดอบรม ควรจะ

    เป็นสถานที่เอื้อต่อการโน้มนำทางจิตที่สงบ มีสิ่งแวดล้อมธธรรมชาติด้วยยิ่งดี กิจกรรมมีตลอดทั้งวันถึงค่ำ ต้องมีห้องที่ใช้จัดกระบวนการ ห้องพัก บริเวณที่จัดพิธีกรรมทำสังฆทาน (หากมีกิจกรรมดังกล่าว)

  •     สวนสายน้ำ มีสถานที่เป็นธรรมชาติ อาคารห้องพักรุ่นใหม่ๆ ถึงจะดูทันสมัยกว่าอาการไม้รุ่นเก่า แต่ก็ยังกลมกลืนกับธรรมชาติ ความที่อยู่บนเขา จึงมองออกไปด้านนอกได้ไกลและกว้าง เสียงสายน้ำไหลมาแต่ไกลจากหุบเหวด้านล่างร่วมกับความสงัดยังเป็นจุดเด่นของสถานที่ปลีกวิเวกแห่งนี้ เสียงพูดคุยของเราผู้เข้าอบรมต่างหากที่เป็นฝ่ายทำลายความสงัดนั้น  ที่นี่มีห้องพักเพียวพอ ราคารวมค่าอาหารสามมือแบบมังสวิรัติ ๔๐๐-๕๓๐ บาทต่อวัน ไม่แพงเกินไป เพราะพี่ปุก..คุณวาณีรัตน์ ศรประสิทธิ์ เจ้าของสถานที่ ย้ำให้ผมฟังในการพบกันครั้งนี้ว่า "พี่ไม่ได้ทำแบบธุรกิจ พอเลี้ยงคนของพี่ได้เท่านั้น"
  •     ส่วนอาหารมังสวิรัตินั้น ไม่ต้องพูดถึง ขนาดพี่ปุกออกตัวว่า "พี่ยังไม่มีแม่ครัว" อาหารทุกมื้อก็ไม่ทำให้เราผิดหวัง ยังคงเป็นจุดเด่นเหมือนเคย ชนิดที่ต้องคอยลุ้นกันว่า จะได้กินอะไรเป็นมื้อต่อไป พืชผักในสวนแถวนั้นต้นไหนจะถูกนำมาปรุงให้เรากินกัน แต่คงต้องเตือนสำหรับคนที่ไม่ชื่นชอบผักเอาเสียเลยว่า ต้องทำใจหน่อย และครั้งนี้ผมเห็นน้องพยาบาลบางคนถึงกับอื้ง เมื่อเจอข้าวยำที่มีแต่ผักล้วนๆ เป็นอาหารเช้าที่หลายคนไม่คุ้นเคย ขณะที่คนอื่นเติมแล้วเติมอีกอย่างเอร็ดอร่อย


    ห้องที่ใช้จัดกระบวนการ คววรมีขนาดพื้นที่ท่ีเหมาะสมกับการนั่งล้อมวงวงเดียว และมีพื้นที่ที่ใช้ในกิจกรรมการนอนภาวนา โดยการนอนนั้น มีระยะห่างระหว่างคนละ ๑ ช่วงแขน สามารถจัดให้หัวชนหัวได้ ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวจะใช้ร่วมกับการทำกิจกรรมบางอย่างของกระบวนการ เช่น การแสดงบทบาท  ขนาดของห้องจึงควรพอดี และถ้าหากห้องใหญ่มาก ก็ต้องระวังเรื่องเสียงที่จะสื่อกัน   

  • สวนสายน้ำ มีห้องประชุมแบบนั่งกับพื้นขนาดใหญ่ จากเดิมเราเคยใช้ลานใต้ถุนโล่งของเรือนห้องสมุด ซึ่งอยู่ท่ามกลางบรรยากาศธรรมชาติ ไม่มีเสาขนาดใหญ่บังตรงกลาง ครั้งนี้ได้ย้ายไปใช้ห้องประชุมใหม่บนเนินเขา ใหญ่และโอ่โถงมิดชิดกว่า  ขนาดกำลังพอเหมาะ แต่จุดอ่อนสำคัญกลับกลายเป็น เสาไม้ขนาดใหญ่สี่ต้นกลางห้อง ที่กลายเป็นอุปสรรคในการทำกิจกรรม สนทนาแลกเปลี่ยน โชคดีที่ผู้เข้าร่วมอบรมครั้งนี้ประมาณ ๒๐ คน จึงนั่งเบียดกันในวงระดับเดียวกับเสาพอดี แต่ก็มีบางช่วง บางคนหลุดออกไปอยู่หลังเสาบ้าง ทำให้มองเห็นหน้าไม่ครบ ถึงจะมีข้อดีเป็นที่พิงหลังสำหรับบางคนยามเมื่อยล้า การอบรมที่มีคนมากกว่า ๒๐ คน จึงไม่ควรใช้ห้องประชุมนี้  
  • จุดอ่อนอีกเรื่องหนึ่งของห้องประชุมคือ อากาศร้อน ความจริงคงโทษสถานที่ไม่ได้ เพราะที่ไหนก็ร้อนอบอ้าวทั้งนั้นในเดือนนี้ แต่เนื่องจากห้องประชุมนี้ไม่มีเครื่องปรับอากาศ มีแต่พัดลมผนังและพัดลมตั้งพื้นเสริมเต็มพิกัด ตรงกลางหลังคาทำเป็นช่องเปิด รับทั้งแสงทั้งความร้อนโดยตรง ถึงจะมีผ้าลายสวยขึงบังไว้ ก็ทำให้อากาศร้อนอบอ้าว โดยเฉพาะเมื่อมาเจอเกมส์ที่ต้องใช้การเคลื่อนไหวทั้งตัวจากน้องแป้งเข้า เล่นเอาผู้เข้าอบรมเหงื่อไหลไคลย้อยไปตามๆกัน ทำให้อ่อนเพลีย ล้า ง่วงได้ง่าย เรื่องหลังคานี้ผมได้สอบถามพี่ปุก..ได้รับคำชี้แจงว่า กำลังจะปรับปรุง มุงหลังคาใหม่ น่าจะช่วยลดความร้อนในฤดูกาลแบบนี้ได้บ้าง


ภาพโดย วีระศักดิ์ จันทร์ส่งแสง และ บันสิทธิ์ บุญญรัตเวช นิตยสารสารคดี

   ผมได้ยินว่าการอบรมครั้งต่อไปสำหรับโรงพยาบาลน้ำพอง ขอนแก่น อาจจะจัดที่วัด ผมว่า อืมม..น่าสนใจมาก เพราะน่าจะตรงสเปคทุกประการ ยิ่งถ้าจัดในศาลาที่มีศพตั้งอยู่ด้วยเนี่ย เข้าบรรยากาศสุดๆ โน้มนำทางจิต ให้เห็นธรรมชาติของชีวิตได้ดีทีเดียว   แต่ผมขออนุญาตไม่เป็นวิทยากรรอบนั้น

 

<< อบรม-เผชิญความตายอย่างสงบ ๑: แค่ชื่อก็ได้เรื่องแล้ว

                                                       อบรม-เผชิญความตายอย่างสงบ ๓: ใครน่าเข้าอบรม >>