คืนเดือนมืดหม่น...ไร้ผู้คนหมางเมินห่างไกลใครให้กำลังใจใครจุดไฟให้เราก้าวเดิน...ความทรงจำย้ำเตือนมิเคยเลือนอดีตฝังจำรอยเท้าเคยเหยียบย่ำบนทางหนทางเป็นไทย...เคยนอนหนาวสั่นผิงไฟกันที่ริมท้ายไร่..คุยข้ามเปลผ้าใบใครจุดไฟให้เราก้าวนำ...ความทรงจำย้ำเตือนมิเคยเลือนอดีตฝังจำ.......
        คืนนี้ (
24ก.พ.)ดิฉั้นนอน ให้ฟ้าห่ม ดาวห่มอยู่ที่ กรุงชิง จ.นครศรีธรรมราช เสียงเพลง(ที่จำชื่อไม่ได้) แว่วดังในโสตประสาท...ลมเย็นๆ ผ่านผิวพอให้รู้สึกว่าหนาว...จันทร์เจ้าครึ่งดวงกับหมู่ดาวกระพริบหยอกล้อพอให้ดูแล้วไม่เหงา....กลับครื้นเครงในหัวใจ...
     เสียงแว่วมาตามลมของ..กลุ่มคนที่หนีบรรยากาศสับสนสู่อ้อมกอดของขุนเขาของธรรมชาติ...บ้างล้อมวงดื่มกิน....บ้างหนุนตักคุยกัน...ทำกิจกรรมเชื่อมความสัมพันธ์...แว่ว ให้ได้ยินเป็นระยะ....ดิฉั้นปลีกตัวจากกลุ่มมานอนมองฟ้าเล่นตามที่เคยทำ..."พี่สาว"คนหนึ่งพยายามโทรศัพท์คุยเช็คอารมณ์ดิฉั้น......ดูเหมือนเธอรู้ว่าดิฉั้นรู้สึกอย่างไรเธอพยามยามแทรกตัวเธอเข้ามาในชีวิตดิฉั้น...แสดงความห่วงใยอย่าง ทุกอย่างทุกวิธีที่เรียกว่าเป็นความห่วงใย...เหมือนมีตามองเห็นเข้ามาในหัวจิต..หัวใจดิฉั้นดีกระนั้น ดิฉ้นอาจไม่เข้าใจในวันนี้....แต่ทั้งหมดเป็นความรู้สึกดี ดี ที่มีคนยื่นให้ ดิฉั้นก็รับมาด้วยความรู้สึกดี ดี...รู้สึกขอบคุณระคนแปลกใจ...เธอรู้หัวใจดิฉั้นค่อนข้างมาก....ในเวลาไม่นาน...แต่สิ่งหนึ่งที่เธอไม่รู้คือดิฉั้นไม่ชอบใช้โทรศัพท์นาน...
ดิฉั้นต่อต้านวิธีการที่ส่งเสริมให้นายทุนรวย....(ใครๆก็ว่าซีเรียสจริงๆแม่หนูน้อย..แต่ดิฉั้นก็คิดเรื่องนี้เสมอมิเปลี่ยน)
           ดิฉั้นมาพักผ่อนท่ามกลางธรรมชาติไม่บ่อยนักแต่เวลามาก็จะนอนเล่นฟังเสียงลมเสียงฟ้า...เสียงต้นไม้คุยกัน...เหมือนไม่ได้มาทำอะไร แต่ดิฉั้นมาให้ป่าห่มไว้....ให้ป่าอุ้มโอบไว้คุณทวดเคยเล่าเรื่องสนุกๆให้ฟังตอนเด็กๆว่าถ้าเวลาหนูหมดแรงหนูจะมีแรงคืนมาถ้าไปหาธรรมชาติไปหาต้นไม้ใหญ่ๆ ที่มีอายุยืนยาวหลายร้อยปีโอบกอดเขานานๆนิ่งๆแล้วบอกเขาว่า...ขอพลังงานให้หนูหน่อย...แล้วจะรู้สึกเย็นและมีแรงขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูกอธิบายไม่ได้...คุณทวดสอนร้องเพลง..."ต้นไม้นั้นสูงใหญ่...อีกทั้งให้ร่มเงา...อีกยังช่วยเราบรรเทาความร้อนจากกาย...หวังเพียงมือน้อยๆที่ต่างคอยรักษาไว้..เป็นที่อยู่อาศัยของสัตว์ใหญ่สัตว์เล็กทั่วกัน..."ดิฉั้นทำตามที่คุณทวดสอนเสมอๆ....ชอบไปเที่ยวป่า.ชอบไปกอดต้นไม้ใหญ่พูดกับต้นไม้ขอพลังงาน...เป็นนานสองนานทำเช่นนั้นได้โดยไม่อายใครเพราะเชื่อว่าถ่ายเทพลังงานได้จริง...โตขึ้นกว่านั้นอีกจึงเรียนรู้ว่า...การหยุดใจนิ่งๆ...ปิดตานิ่งกอดใครสักคนที่เรารัก เข้าใจเราถ่ายเทพลังงานได้ คุณทวดสอนให้ดิฉั้นรักต้นไม้...สอนให้หยุดใจให้นิ่ง สอนพลางออกอุบายให้ไปหาธรรมชาติบ่อยๆจะได้รู้ว่าในเมืองใหญ่หรือไม่ใหญ่ที่ตระเบ็งกันใช้พลังงาน..ฟุ้งเฟ้อ...เกินจำเป็นนั่นคือการเบียดเบียน..เท่านั้นเอง...แต่เป็นสิ่งที่ยิ่งใหญ่ที่คนแก่คนหนึ่งทำทุกครั้งที่พบกับหลานๆ...
             
            ในคืนเดือนหม่น.....ก็ยังมีคุณทวดที่ลาลับโลกไปแล้วหลายสิบปี..ให้ดิฉั้นคิดถึงคำที่พร่ำสอนอย่าเบียดเบียนใคร หมั่นทำความดี...เหลือไว้ให้ดิฉั้นจดจำ..คิดถึง