เพื่อนชาวG2K ที่ได้ผ่านช่วงเวลาของวัยรุ่นมาแล้ว  หรือกำลังเป็นวัยรุ่นอยู่ก็ตาม ก็คงจะรู้ซึ้งถึงความหมายและความสำคัญของคำว่า "เพื่อน"

ชีวิตในวงเพื่อนของผมเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการเมื่อครั้งที่เรียนระดับมัธยมศึกษาที่ "โรงเรียนละหานทรายรัชดาภิเษก จ.บุรีรัมย์"  เรามีกลุ่มเพื่อนที่ทำกิจกรรม กิน เที่ยว ร่วมกัน อยู่ทั้งหมด 6 คน  ซึ่งต้องยอมรับว่าผมใช้เวลาอยู่กับเพื่อนมากกว่าอยู่กับครอบครัวเสียอีก

แต่การคบหาสมาคมของเราไม่ได้ทำเรื่องเสียหายครับ  มีแต่เสียสละสร้างประโยชน์ให้สังคม  ตอนนั้นไม่รู้จักคำว่า "จิตสำนึกสาธารณะ"  หรอก  แต่ก็ทำอย่างนั้นแหละมาโดยตลอด จนกลุ่มของเราได้รับการยอมรับ และมีการพูดถึงอย่างกว้างขวางในวงการของครู-อาจารย์ สังคมภายนอก  และเพื่อนกลุ่มอื่น ๆ ทั้งชื่นชมในจิตสำนึกที่ดีงาม  ทั้งหมั่นไส้ เพราะดูจะ Over Action ไปสักหน่อย

แต่ในบรรดาเพื่อนทั้งหมด 6 คนนั้น มีการแบ่งเป็นสองกลุ่มคือ  1 ต่อ 5    หนึ่งคนแรกเป็นผม ที่ออกจะหัวโบราณ ความคิดเป็นผู้ใหญ่เกินตัว  เป็นจอม Project ทำตัวเป็นผู้นำของเพื่อน ๆ แต่เรียนหนังสือไม่ค่อยเก่ง

ห้าคนหลัง เป็นวัยรุ่นที่โตสมวัย  มีความคิด ความรู้สึก รสนิยมแบบเด็กวัยุร่นทั่วไป หลายคนเรียนหนังสือเก่ง  แต่เราทั้งหมดก็ไปด้วยกันได้

ผมเป็นคนรักเพื่อนมากครับ จนบางครั้งดูเหมือนจะมากกว่ารักตัวเองด้วยซ้ำ เพื่อนคนไหนมีทุกข์ ผมต้องเข้าไปร่วมทุกข์ แม้เมื่อเพื่อนเขามีสุขจะไม่ค่อยได้ชวนผมไปร่วมด้วยก็ตาม  หลาย ๆ คนมองผมเป็นหนึ่งในกลุ่มเพื่อนแต่ไม่ได้มีความพิเศษอะไรมากนัก   หลายครั้งผมต้องแอบร้องไห้นึกน้อยใจตัวเองว่า เรารักเพื่อนมากขนาดนี้ ให้เพื่อนมากขนาดนี้แต่ทำไมผลตอบแทนที่ได้รับมันดูเฉื่อยชาเสียเหลือเกิน

ผมเก็บความอัดอั้นตันใจไว้ ไม่บอกกล่าวให้ใครรู้ จนกระทั่งในช่วงสุดท้ายก่อนจบ ม. 6 ผมจึงเปิดใจกับเพื่อน 2 คนที่ผมรักที่สุด แต่สิ่งที่ผมได้รับก็คือ "มึงคิดไปได้ไง" "กูไม่เคยรู้เลยนะว่ามึงคิดแบบนี้" แล้วทุกอย่างก็เหมือนเดิม

หลังจาก จบ ม.6  ผมคิดว่าความเป็นเพื่อนของเรานั้นคงไม่มีวันที่จะดีไปกว่านี้อีกแล้ว  แค่จะประคับประคองให้คงเดิมก็ไม่รู้ว่าจะทำได้หรือเปล่า เพราะต่างคนก็ต่างไปเรียนต่อ เรียนจบต่างคนก็ต่างทำงาน มีครอบครัว และอะไรมิอะไรอีกจิปาถะ

แต่พอผ่านไป 10 ปี ผมได้ร้องไห้อีกครั้ง.......... (อ่านตอนจบ  ที่นี่)