เราๆ ท่านๆ คงจะรู้จักคุณนาตาลี เกลโบวา นางงามจักรวาล (Miss universe) ดี ท่านมีเชื้อสายรัสเซีย ซึ่งอพยพไปอยู่แคนาดาตั้งแต่เด็ก และประสบความสำเร็จในการประกวดมิสยูนิเวิร์สในไทย
ความสำเร็จของคุณเกลโบวานับเป็นความสำเร็จของชาวรัสเซีย แคนาดา ไทย และคนทั่วโลกด้วย เพราะท่านเป็นคนใจใหญ่ รณรงค์ช่วยเหลือคนไข้เอดส์มาโดยตลอด
![]()
ท่านประกาศว่า จะนำรายได้จากการจำหน่ายหนังสือเล่มแรกไปช่วยเหลือคนไข้โรคเอดส์... นับเป็นบุคคลที่งามทั้งภายนอก(รูปกาย) และงามภายใน(น้ำใจ)ทีเดียว
ท่านเล่าว่า ตอนก่อนประกวดมิสยูนิเวิร์ส... ท่านทดลองอาหารประเภทโปรตีนสูง คาร์โบไฮเดรต(แป้งและน้ำตาล)ต่ำ กินแต่ไข่ ผัก และผลไม้
![]()
ผลคือ หิว ไม่มีแรง สับสน วุ่นวาย... และแล้วเธอก็มีโอกาสพบนักโภชนาการแดเนียล ซึ่งแนะนำให้ "กินให้เป็น (eat right)" แทนการ "กินอดๆ อยากๆ (diet)"
คุณแกลโบวาแนะนำวีธีกินให้เป็น 11 ประการดังต่อไปนี้...
-
กินมื้อเล็กๆ บ่อยๆ:
การกินมื้อเล็กๆ บ่อยๆ ช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดไม่ต่ำเกิน ทำให้ไม่หิว และเพิ่มอัตราการเผาผลาญอาหาร (metabolism) นักโภชนาการส่วนใหญ่นิยมกินวันละ 4-5 มื้อมากกว่ากินมื้อใหญ่ 3 มื้อ
คำว่า "มื้อ" ของนางงามระดับโลกคงจะไม่ใช่มื้อกาละมัง(มื้อใหญ่) หรือมื้อที่ยุ่งยากอะไร... ท่านแนะนำว่า ผลไม้สักชิ้นก็นับเป็นมื้อได้แล้ว -
อาหารครบส่วนทุกมื้อ:
ไขมันและโปรตีน(อาหารกลุ่มเนื้อ ถั่ว)ย่อยช้ากว่าคาร์โบไฮเดรต(แป้งและน้ำตาล)...
การจัดให้ทุกมื้อมีอาหารครบส่วน หรือครบทุกหมู่ทำให้อิ่มนาน เนื่องจากร่างกายใช้เวลาย่อยโปรตีนและไขมันนานกว่าคาร์โบไฮเดรต
ท่านแนะนำว่า การกินอาหารสมดุล(ครบส่วน หรือครบทุกหมู่)เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการลดน้ำหนัก -
เพิ่มผักทุกมื้อ:
ผักให้เส้นใย(ไฟเบอร์) วิตะมิน แร่ธาตุ และสารต้านอนุมูลอิสระ นอกจากนั้นยังมีแคลอรีต่ำมาก หรือกล่าวได้ว่า ผักไม่เพิ่มแคลอรีในอาหาร
การที่ผักไป "กินที่" หรือทำให้ปริมาตรกระเพาะอาหารเต็มมีส่วนช่วยให้อิ่มมากขึ้น อิ่มนานขึ้น ช่วยให้การย่อยดี การเคลื่อนไหวของลำไส้ดีขึ้น และช่วยรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้ไม่สูงหรือต่ำลงเร็วเกิน
กลไกของเส้นใย(ไฟเบอร์)ในการทำให้ระดับน้ำตาลเพิ่มขึ้นช้าๆ และลดลงช้าๆ เปรียบคล้าย "เขื่อน" ที่คอยกั้นลำน้ำหน้าฝนไว้ ไม่ให้น้ำไหลแรงเกินในหน้าฝนจนท่วม และเปรียบคล้ายเขื่อนที่ค่อยๆ ปล่อยน้ำออกมาในหน้าแล้ง ทำให้พื้นที่ท้ายเขื่อนไม่แล้งน้ำ -
กินข้าวเช้า:
นักโภชนาการแดเนียล... โค้ชคนสำคัญแนะนำว่า อาหารมื้อเช้าเป็นมื้อที่สำคัญที่สุด และแนะนำให้คุณเกลโบวาทานอาหารเช้าภายใน 1 ชั่วโมงแรกที่ตื่นขึ้นมา เนื่องจากการเผาผลาญอาหารในร่างกายทำงานสูงสุดตอนเช้า
มื้อเช้าควรให้กำลังงาน(แคลอรี)ไม่ต่ำกว่า 30% ของอาหารทั้งวัน อาหารมื้อเช้าดีๆ ช่วยลดความรู้สึกหิวโหยช่วงเย็น คนที่กินอาหารเช้ามื้อใหญ่มีแนวโน้มจะไม่กินมากในมื้อเย็น -
มื้อกลางวันหารสอง:
การกินมื้อกลางวันมากเกินมีแนวโน้มจะทำให้หงอย หรือง่วงซึมในช่วงบ่าย วิธีง่ายๆ คือให้แบ่งมื้อกลางวันเป็น 2 มื้อย่อย ซึ่งจะช่วยยืดเวลามื้อกลางวันออกไป ทำให้ไม่ง่วงช่วงบ่าย และไม่หิวมากเกินในมื้อเย็น
การกินมื้อกลางวันมื้อแรกสักส่วนหนึ่ง ตามด้วยผลไม้อีก 3 ชั่วโมงต่อมาก็เป็นวิธีที่ใช้ได้ดี
มื้อกลางวันควรให้กำลังงาน(แคลอรี)ประมาณ 40% ของอาหารทั้งวัน -
อย่ากินมื้อเย็นดึกเกิน:
อย่ากินมื้อเย็นหลัง 2 ทุ่ม เนื่องจากการเผาผลาญอาหารของร่างกายจะลดลงตอนกลางคืน และให้หลีกเลี่ยงคาร์โบไฮเดรตจากข้าวขัดขาว ขนมปังขาว แป้ง หรือน้ำตาล ควรกินข้าวกล้อง หรือขนมปังธัญพืชไม่ขัดสี (whole wheat / ขนมปังสีรำ) แทน
มื้อเย็นควรให้กำลังงาน(แคลอรี)ไม่เกิน 30% ของอาหารทั้งวัน...
วิธีกินให้เป็นคือ กินให้มากตอนเริ่มต้นวัน(มื้อเช้า) และกินน้อยตอนท้ายวัน(มื้อเย็น) -
ลด ละ เลิกแอลกอฮอล์:
เหล้า เบียร์ ไวน์ และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มีน้ำตาลเชิงเดี่ยว ซึ่งดูดซึมได้เร็ว โดยไม่ต้องผ่านการย่อย
นอกจากนั้นแอลกอฮอล์ยังให้กำลังงานสูง และทำให้ขาดสติ... เลยกินมากเลย -
ใช้ฝ่ามือ:
นักโภชนาการแดเนียลแนะนำให้ใช้ฝ่ามือเป็นเครื่องกำหนดปริมาณอาหาร วิธีง่ายๆ คือ เริ่มจากกำมือ... 1 กำมือเท่ากับปริมาณคาร์โบไฮเดรต(กลุ่มแป้ง น้ำตาล) 2 ที่ หรือเท่ากับโปรตีน(กลุ่มเนื้อ ถั่ว) 1 ที่
คุณเกลโบวาแนะนำว่า ให้กินคาร์โบไฮเดรต(กลุ่มแป้ง น้ำตาล) 1 กำมือ (เน้นธัญพืชไม่ขัดสี เช่น ข้าวกล้อง ขนมปังโฮลวีท) โปรตีน 1 กำมือ ผักไม่จำกัดจำนวน ส่วนเครื่องปรุงรสและน้ำมันให้ใช้นิดหน่อย หรือไม่ใช้เลยยิ่งดี -
กินช้าๆ:
สมองคนเราบางทีก็ดื้อดุจผู้ร้ายปากแข็ง... กว่าจะยอมสารภาพว่า "อิ่ม" ใช้เวลาประมาณ 20 นาทีหลังกินอาหาร จึงควรนั่งกิน ไม่เร่งไม่รีบ เคี้ยวให้ละเอียด และดื่มน้ำมากๆ
ถ้าเรารอ 20 นาทีได้... ความหิวก็จะค่อยๆ มอดลงแบบไฟหมดเชื้อ อย่าลืมว่า คนที่กินช้ามีแนวโน้มจะผอมกว่าคนที่กินเร็ว -
ห้ามดูทีวี:
ให้ปิดโทรทัศน์ (TV) และเครื่องบันเทิง เช่น วิทยุ เครื่องเล่นเพลง หนังสือ โทรศัพท์ อินเตอร์เน็ต ฯลฯ ให้หมด การกินข้าวเย็นหน้าจอโทรทัศน์ทำให้กินเพิ่มขึ้นถึง 30% -
น้ำเปล่าเท่านั้น:
คุณเกลโบวาแนะนำให้ดื่มน้ำวันละ 2 ลิตร เริ่มจาก 1 แก้วใหญ่ตอนตื่นนอน เพื่อช่วยให้สดชื่น ตื่นตัว และมีพลัง... ตามด้วยน้ำ 1 แก้วเล็กทุก 1 ชั่วโมงจนครบ 2 ลิตรใน 1 วัน
เทคนิคที่คุณเกลโบวาใช้คือ ให้พกน้ำติดตัวเสมอ ไปไหนพกไปด้วย และดื่มทุกครั้งที่มีโอกาส
ถ้าไม่ชอบน้ำเปล่า ให้ลองเติมมะนาวฝานบางๆ ลงไปสักชิ้น หรือจะเป็นส้ม สับปะรด ผลไม้อื่นๆ ก็ได้... ผลไม้ที่คุณเกลโบวาแนะนำคือ แตงกวาฝานบาง
คุณเกลโบวาดื่มชาสมุนไพรด้วย เช่น ชาดอกกุหลาบ คาดโมมายด์ ฯลฯ ซึ่งให้กำลังงานประมาณ 0 แคลอรี
ชาเขียว... คุณเกลโบวาแนะนำว่า "น้อยไว้ละดี" ท่านดื่มชาเขียววันละ 1-2 แก้วในครึ่งเช้าของวัน เนื่องจากมีคาเฟอีนมาก และขับปัสสาวะเหมือนกาแฟ ไม่แนะนำให้ดื่มตอนกลางคืน
ทั้งนี้และทั้งนั้น... คุณเกลโบวาแนะนำว่า "ดีที่สุดคือน้ำเปล่า"
ขอให้พวกเราประสบความสำเร็จในการ "กินให้เป็น" แบบคุณเกลโบวาครับ...
แหล่งที่มา:
- ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of...) > Natalie Glebova. คู่มือการดูแลตัวเองให้ดูดีฉบับนางงามจักรวาล. Healthy, Happy, Beautiful. สวยสมดุล. ฟ้า เกลโบวา. กรุงเทพมหานคร. พิมพ์ครั้งที่ 1. 2550. หน้า 91-99.
- นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์. จัดทำ > ๘ มีนาคม ๒๕๕๐ > ปรับปรุงแก้ไข 24 เมษายน 50.
- เชิญอ่าน "บ้านสาระ" > http://gotoknow.org/blog/talk2u

ผมอยากเห็นวัฒนธรรมการพกขวดน้ำเกิดขึ้นในประเทศไทย รวมทั้งการยกขวดน้ำขึ้นดื่มถือเป็นมารยาทที่ปกติครับ (เพราะการใส่หลอดในขวดแล้วต้องคอยเขี่ยขึ้นมาไม่สะดวกเลย)
ผมคิดว่าเรื่องนี้เป็น global culture ที่ควรสนับสนุนในประเทศไทยครับ
แต่ถ้ากลายเป็นพกขวดน้ำหวานก็ไม่ค่อยไหวเหมือนกัน
ผมเองจะอนุญาตให้นักศึกษานำเครื่องดื่มเข้าห้องเรียนได้และตัวผมเองจะเอาขวดน้ำวางบนโต๊ะ สอนไปพลางก็ยกซดไปพลางครับ
ไปประชุมที่ไหนถ้าเป็นไปได้ผมจะเอาขวดน้ำของตัวเองไปแล้วยกซดครับ เพราะบางที่มีแก้วน้ำที่ใส่น้ำไว้ให้ (ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้) ไม่ดื่มจะปลอดภัยกว่าครับ
ขอบพระคุณอาจารย์หมอนพ. วัลลภ พรเรืองวงศ์ มากครับ
เป็นคำแนะนำที่ละเอียด และนำไปปฏิบัติได้ทันทีโดยไม่ยุ่งยาก แต่ที่น่าจะยากคงเป็นเรื่องของวินัยในตน ที่แต่ละคนต้องกำกับควบคุมให้ความตั้งใจที่ดี ที่ถูกต้อง เกิดเป็นจริงในภาคปฏิบัติให้ได้ คำแนะนำดีๆก็จะไม่ไร้ความหมาย
ขอให้ทุกท่านมีความสุขจากการ กินถูกต้อง โดยทั่วกันครับ
ขอขอบคุณ.... คุณสาทิตย์และท่านผู้อ่านทุกท่าน
บันทึกนี้..
ขอขอบคุณครับ...
ขอขอบคุณ... คุณ arom และท่านผู้อ่านทุกท่าน
ขอขอบคุณครับ...
ขอขอบคุณอาจารย์ธวัชชัยและท่านผู้อ่านทุกท่าน...
การดื่มน้ำ...
หลอดดูด...
ขอขอบคุณครับ...
ขอขอบพระคุณอาจารย์ Handy และท่านผู้อ่านทุกท่าน...
ขอขอบพระคุณ...
เยี่ยมครับ สงสัยต้องหาเวลามา เตรียมอาหารเองบ้างแล้ว
( วันนี้ผมขึ้นบันได 2 ชั้น :-P )
ดร. ธวัชชัย ปิยะวัฒน์: ผมก็ไม่ใช่หลอดดูดครับ งงๆว่าใส่มาให้ทำไม -_-!
ผมยังไม่ได้บริจาคโลหิตเลยครับ ช่วงนี้ต้องเดินทางบ่อยครับ แต่เดี๋ยวต้องหาโอกาสบริจาคให้ได้ครับ
ขอขอบคุณ... คุณวีร์และท่านผู้อ่านทุกท่าน
ขอขอบคุณครับ...
ขอขอบคุณ... คุณวีร์และท่านผู้อ่านทุกท่าน
ขอขอบคุณครับ....
ขอขอบคุณอาจารย์ธวัชชัยและท่านผู้อ่านทุกท่าน
ตกลงยังมี "หนี้" กันอยู่...
ขอขอบคุณครับ...
ขอบพระคุณครับ อาจารย์วัลลภ
สำหรับ tips & tricks ในการจัดการกับปัจจัยสี่ที่สำคัญ คือ อาหาร ที่เราท่านต้องรับประทานกันทุกวัน
ลองสรุปดู อาจไ้ด้ดังนี้
หมอสุข
ขอขอบพระคุณอาจารย์หมอสุขและท่านผู้อ่านทุกท่าน...
ขอยกมาย้ำไว้อีกครั้งหนึ่ง...
(เริ่มต้นข้อความคัดลอก)
(จบข้อความคัดลอก)
ขอขอบพระคุณครับ...
ขอบพระคุณ คุณหมอวัลลภมากครับที่นำสิ่งดีๆ มาแป่งปันอยู่เสมอ
คุณหมอคะ ห้ามใจให้หายอยาก สำหรับผู้หญิงอวบๆ นี่ยากจริงๆ ค่ะ แต่จะเอาข้อมูลที่มีประโยชน์ของคุณหมอ มาปรับใช้ เท่าที่จะทำได้ค่ะ
ดันไปคิดว่า ยุคนี้ ต้องอวบ ถึง อินเทรนด์ค่ะ ฮ่าๆ
ขอขอบคุณอาจารย์สิงห์ป่าสักและท่านผู้อ่านทุกท่าน...
ขอขอบคุณ... คุณหุย - tripmaker และท่านผู้อ่านทุกท่าน
การใส่ใจ...