เกษตรประณีตตามหลัก 5 ล.

  ติดต่อ

  การผลิตอย่างเข้าใจ เอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน จะสามารถสร้างฝันให้เป็นจริง  

เป็นผลพวงที่ผมได้จากการไปชมงานเกษตรแห่งชาติที่ ม.อุบลฯ เมื่อวันที่ 5 มีนาคม 2550 ที่ผ่านมา ผมได้ไปดูนิทรรศการมีชีวิต และได้ไปพูดคุยกับคุณหินแท้ พนลา ที่ได้มาจัดนิทรรศการในงานครั้งนี้ คุณหินแท้  ได้เล่าให้ฟังว่าในการผลิตพืชนั้น ที่นี่เราไม่ใช้สารเคมีใดๆ ในการกำจัดแมลงหรือในระบบการผลิตทั้งสิ้น ดังนั้นในการผลิตพืชก็อาจจะมีแมลงมารบกวนบ้าง แต่เราก็จะมีความเชื่ออยู่ว่าหากดินดี ก็จะทำให้พืชเจริญเติบโตได้ดี และมีความแข็งแรง ทนทานต่อการระบาดของแมลงศัตรู ดังนั้นเราจึงเน้นการปรับปรุงโครงสร้างของดินให้ดีก่อน และในขณะเดียวกันนั้น ในระบบการผลิตของเราจะใช้ระบบการผลิตแบบ 5 ล. ประกอบด้วย

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ล. ที่ 1  คือการผลิตแบบหลากหลาย เน้นการปลูกพืชที่มีหลากหลายชนิด เพราะการกินของแมลงแต่ละชนิดก็จะกิน หรือชอบไม่เหมือนกัน นับเป็นการลดการทำลายของแมลงศัตรูพืช  เป็นการปลูกแบบผสมผสานกันไปทั้งพืชผัก ไม้ดอก ไม้ผล สมุนไพร ควบคู่กันไปในแปลงเดียวกัน <div style="text-align: center"></div></p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"> ล. ที่ 2  คือการผลิตแบบหลีกเลี่ยง สำหรับการผลิตแบบนี้เกษตรกรต้องรู้และเข้าใจถึงระบบการปลูกพืชที่ดี กล่าวคือต้องเข้าใจ และมีความรู้ว่าพืชชนิดนี้ แมลงชนิดใดบ้างที่ชอบกิน และแมลงชนิดนี้ชอบระบาดมากในช่วงใด ดังนั้นเมื่อเรามีความรู้ความเข้าใจในจุดนี้เราสามารถที่เลือกพืชที่จะผลิตให้เหมาะสมกับฤดูกาลได้อย่างปลอดภัย เช่น การปลูกแตงโม และพืชตระกูลแตง ในฤดูฝน และร้อน จะมีปัญหาเรื่องด้วงเต่าแตง เต่าทอง ระบาดมาก ดังนั้นเราควรที่จะหลีกเลี่ยง หรือหากจำเป็นต้องปลูกเราต้องปลูกแบบข้อ 1</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ล. ที่ 3  คือการผลิตแบบหลอกล่อ แน่นอนครับในเมืองไทยเป็นประเทศที่ร้อนชื้น เหมาะต่อการเกิดของโรค แมลงเป็นอย่างยิ่ง ดังนั้นในการผลิตพืชในแต่ฤดูกาลจึงยากที่จะหลีกเลี่ยงได้ เพราะในระบบการผลิตของเราเป็นการผลิตในระบบอินทรีย์ ไม่มีการใช้สารเคมีใดๆมาเกี่ยวข้อง ดังนั้นในระบบการผลิตนี้จำเป็นต้องปลูกทั้งพืชหลักที่เราต้องกิน และพืชเพื่อหลอกล่อให้แมลงไปกิน หรือไปอาศัย เช่นการปลูกดอกไม้ที่มีสีเหลือง หรือสีสดใสล่อแมลงไปที่อื่น (ดาวเรือง ดาวกระจาย ทานตะวัน) ซึ่งสามารถลดปริมาณการระบาดของพวกแมลงต่างๆ ได้</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ล. ที่ 4  คือการผลิตแบบขับไล่ เป็นการปลูกพืชเพื่อขับไล่ควบคู่กับการปลูกพืชหลัก เช่น การปลูกตระไคร้หอม โหระพารอบๆ แปลงปลูกพืชหลัก จะสามารถลดการระบาดของพวกแมลงได้ในระดับหนึ่ง หรือหากมีการระบาดในปริมาณมากๆ อาจจะต้องใช้สารสกัด สารหมักจากธรรมชาติ เช่น สารสะเดา ยาสูบ น้ำส้มควันไม้ ผสมน้ำตามอัตราส่วนฉีดพ่น</p> ล. ที่ 5  คือการผลิตแบบเลยตามเลย ในกรณีที่เราทำทุกวิถีทางแล้วแต่ก็ไม่สามารถป้องกันการระบาด และการทำลายได้ ก็ต้องทำใจ แล้วปล่อยเลยตามเลย ซึ่งเชื่อว่าระบบนิเวศจะสามารถจัดความสมดุลอยู่ได้บ้างแต่อาจจะไม่สมดุลนักคงจะได้ผลผลิตอยู่บ้าง หากแต่ว่าปริมาณที่ได้ หรือคุณภาพของผลผลิตที่ได้นั้นอาจจะไม่ได้ตามที่เราคาดหวังไว้  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">จากแนวทางการผลิตดังกล่าว นับเป็นการจัดการในระบบนิเวศเพื่อสร้างความสมดุลให้เกิดขึ้นในระดับแปลง และผมเชื่อว่าหากเราได้ทดลองในการผลิตซ้ำแล้ว ซ้ำเล่า ได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในกลุ่มสมาชิก และชุมชน ก็จะได้เป็นชุดความรู้อันจะนำไปสู่การขยายผลเพื่อให้เกิดการพึ่งตนเอง และมีความพอเพียงในระดับชุมชนต่อไป</p> ขอบคุณครับอุทัย   อันพิมพ์6 มีนาคม 2550

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน เกษตรประณีต

หมายเลขบันทึก: 82414, เขียน: , แก้ไข, 2013-09-06 17:51:39+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 3, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #ปริญญาโท#หลักสูตร#ปริญญาเอก#พัฒนบูรณาการศาสตร์#มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี#มหาชีวาลัยอีสาน

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (3)

ตอนนี้ถอยมาเชิงเทคนิคแล้วนะครับ

ดูแผนที่การเดินทางด้วยครับ

  • ชอบการป้องกันศัตรูพืชแบบนี้ครับ
  • การผลิตแบบขับไล่ เป็นการปลูกพืชเพื่อขับไล่ควบคู่กับการปลูกพืชหลัก
  • ที่เมืองกาญจน์ท่านชื่อ ท่านหินเพชร อยู่สันติอโศก สังเกตว่าชื่อเกือบทุกท่านเป็นหินทั้งนั้นเลย
เป็นวิธีการจัดการแบบพึ่งตนเองครับ มีทั้งความปลอดภัย ประหยัด และรอบรู้ นะครับ ที่มีชื่อหินนำหน้า น่าจะมาจากเมืองกาญจนบุรี มีหินและภูผามากครับ คงเป็นสัญญลักษณ์ของความแกร่ง กะมังครับ เอ....แต่ชักสงสัยว่าบางคนที่มาจากเมืองกาญจนบุรี เหมือนกันทำไมไม่มีชื่อนำหน้าด้วยหินบ้างน้อ...(แซวครับ)