เทคนิคนี้ท่านอื่นอาจจะไม่ใช้ก็ได้ค่ะ....แต่ดิฉันต้องใช้....
เวลาเพื่อนไม่มีเงินใช้....เพื่อนจะดูน่าสงสารมาก... แววตาอ้อนวอน.... พูดดี๊ดี.... ดูมีน้ำใจอยากจะช่วยเหลืองานเราไปซะทุกเรื่อง
แต่พอเพื่อนได้เงินยืมไปแล้ว .... เพื่อนจะแค่ยิ้มๆ.... พูดด้วยบ้างเป็นบางครั้ง.....
พอนานวันไป...ดูเหมือนเพื่อนไม่อยากจะคุยกับเราสักเท่าไหร่....
เห็นเราก็เหมือนไม่เห็น...
พอเจอหน้ากัน...ก็มักจะพะงกหัวให้แล้วรีบยกโทรศัพท์มือถือทำท่าคุยธุระที่ดูเคร่งเครียด...เอาๆ...เพื่อนเครียดก็เอาไว้ก่อน....
เอ...แต่นานเข้า...นานเข้า...นานมากแล้ว...ลืมคืนหรือเปล่าน้า....สงสัยเพื่อนลืมคืนมั้ง...
คราวนี้เหมือนเพื่อนไม่รู้จักเรา...เจอกันก็ทำเฉยๆ... เหมือนโกรธกันมาแต่ชาติปางก่อน พอเริ่มจะพูดคุยด้วย..ก็ยกโทรศัพท์ขึ้นมาพูดกับใครก็ไม่รู้...แล้วทำเสียงตวาดใส่โทรศัพท์....
ไม่รู้อารมณ์เสียมาจากไหน.......
สุดท้าย...เงินเราก็ไม่ได้คืน...เพื่อนคนนั้นก็ไม่ใช่เพื่อนเราแล้ว...ดูเหมือนไม่รู้จักกัน.....ยิ่งร้ายกว่านั้น...ข้อเสียของเรา..ไอ้เพื่อน(ทรยศ)มันดันเอาไปเล่าให้เพื่อนคนอื่นๆฟัง แถมใส่ไข่ด้วย...เป็นไงล่ะ...
..ให้เพื่อนยืมเงิน..เสียทั้งเงิน...เสียทั้งเพื่อน...และก็เสียเพื่อนคนอื่นๆด้วย...
สรุป...ถ้าไม่อยากเสียเงิน....เสียอารมณ์...เสียเพื่อน.....ก็อย่าให้เพื่อนยืมเงินค่ะ....
เห็นด้วยกับพี่ติ๋วคนสวยคับ
หมูเดาว่าพี่ติ๋วซ่อมเครื่องได้แล้ว
เพราะว่า 6 โมงกว่าแล้ว คงไม่ได้อยู่ที่ทำงาน
ถ้าเป็นเพื่อนให้ยืมแล้วต้องคิดว่าให้เลยค่ะพี่ติ๋ว
มีก็คืนไม่มีก็ไม่ต้องคืน (แต่อาจจะได้ครั้งเดียว) ฮา......
ไม่ปรบ อิอิ คิดถึงพี่ติ๋ว
เจ๊หายไปหลายวัน
ผมว่า...ระดับของเพื่อนมีหลายระดับนะครับ...
เพื่อนที่เล่ามาไม่น่าจะใช่เพื่อนที่ดีสักเท่าไหร่...
แต่ถ้าเพื่อนแท้เดือดร้อน ช่วยเถอะครับ เพราะมันจะทำให้สัมพันธภาพแน่นแฟ้นยิ่งขึ้นครับ...
เป็นมุมมองที่ต่างออกไปครับ...
ใช่ค่ะ น้องอึ่งอ๊อบ
สวัสดีค่ะคุณติ๋ว
อิอิ....ขำขำ
คิดถึงน้องหมูและเพื่อนๆในG2Kเหมือนกันค่ะ…ขอบคุณค่ะ…
สวัสดีค่ะ
ถ้าไม่อยากเสียเพื่อน...อย่าให้เพื่อนยืมเงิน
คำนี้เป็นสุภาษิตจีน ที่คุณพ่อเคยพูด เคยเล่าให้ฟังมาตั้งแต่ยังเด็ก ซึ่งเป็นสัจธรรมที่น่าจะมีส่วนถูกต้องอยู่มากทีเดียว แม้ว่าจะใช้ในการอธิบายปรากฎการณ์ต่างๆที่เกิดขึ้นไม่ได้ทั้งหมดก็ตาม แต่ความเป็นจริงก็เป็นสิ่งที่หลายคนปฏิเสธไม่ได้ ที่ต้องเสียทั้งเพื่อน เสียทั้งเงิน เสียดายเวลาที่รู้จักกัน เสียดายความรู้สึกที่ดีๆ ที่เคยเกิดขึ้นมา
ผมเคยอ่านหนังสือเล่มหนึ่งซึ่งจำไม่ได้แล้วว่าชื่อเรื่องอะไร ที่เขียนถึงสุภาษิตจีนในลักษณะนี้เช่นกัน เขาแนะนำว่า หากเพื่อนขอยืมเงินแล้วก็ขึ้นอยู่กับเราว่าจะตัดสินใจช่วยหรือไม่ หากตัดสินใจช่วยเหลือ ก็ให้คิดเสียว่าเราให้เขาเลย อย่าคิดว่าให้ยืม เพราะการคิดว่าให้ยืมอาจเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้เราเสียเพื่อนได้ แต่การทำใจให้คิดว่า เพื่อนของเรากำลังต้องการความช่วยเหลือและเราอยู่ในฐานะที่พอจะช่วยเหลือเขาได้ แล้วก็ช่วยเหลือไป จนเมื่อไรที่เขาพอจะลืมตาอ้าปากได้ เขาก็จะค่อยนำมาคืน โดยวิธีนี้ในฐานะที่เราเป็นคนให้เงิน เราก็จะรู้สึกสบายใจ และเขาในฐานะที่รับความช่วยเหลือก็จะรู้สึกว่าเป็นบุญคุณที่ต้องทดแทน สักวันเมื่อเขาพร้อมและนำเงินมาคืน เราเองก็จะมีความรู้สึกที่ดีต่อเขา หรือแม้เขาไม่นำเงินมาคืน สิ่งที่เป็นบุญคุณก็จะติดตัวเขาไปตลอด ซึ่งนับว่าเป็นกุศโลบายที่ดีมากทีเดียว
ผมเคยช่วยเหลือเพื่อนหลายคน.....และผมก็เคยเสียเพื่อนหลายคนเช่นกัน
อีกสิ่งหนึ่งที่น่าจะระวังเช่นกัน คือการร่วมทุนทำธุรกิจกับเพื่อนสนิท สิ่งนี้ก็เป็นดาบสองคมเช่นกัน เพราะการทำธุรกิจร่วมกับเพื่อน หากไม่กลายเป็นเพื่อนสนิทมากยิ่งขึ้น สิ่งที่เกิดขึ้นก็คือการเสียเพื่อน ในอดีตผมเคยเสียเพื่อนจากการทำธุรกิจร่วมกัน แต่ปัจจุบันผมได้เพื่อนสนิทมากขึ้นจากการทำธุรกิจร่วมกันครับ
สวัสดีค่ะ
เคยแล้วครับ...เคยตกอยู่ในห้วงทุกข์นี้เหมือนกัน
แต่ระยะหลัง จะเกิดกับนิสิตมากกว่า...ให้ยืมเพราะสงสารและเห็นว่าเดือดร้อน แต่บางรายเงียบหาย, หนีหาย สูญสิ้นมิตรภาพเป็นเฉยเลย ทั้ง ๆ ที่เราเองก็ไม่ได้ตามรุกไล่ทวงหนี้
ดีใจครับ...ที่มีบันทึกที่สะท้อนเรื่องจริง ๆ ใกล้ ๆ ตัวอีกครั้ง
ขอบคุณครับ
ต๊ายตาย!…ดีใจยิ่งกว่าได้แก้ว….เพื่อนฉันกลับมาแล้ว….ดูแววตาฉันซิ…ลิงโลดใจขนาดไหน…ยังไม่ได้อ่านบันทึกของเพื่อนเลย..เดี๋ยว..กลับไปอ่านก่อนค่ะ
สวัสดีค่ะคุณกฤษณา
สวัสดีค่ะ คุณไมโต
สวัสดีค่ะ คุณแผ่นดิน
สวัสดีค่ะ คุณราณี
ตอนนี้ราณีก็มีหนี้ค่ะ เป็นลูกหนี้Bankซะด้วย คุณกฤษณาค่ะราณีก็อายุมากแล้วค่ะ (หรือน่ายังดูเด็กค่ะ ฮิ ๆๆๆ)
ปรากฏการณ์กำลังเกิดขึ้นกับผม - - - เศร้าจริงๆ
ขอยืนยันประเด็นนี้ครับ
สวัสดีค่ะ คุณราณี