ในวันมาฆบูชา คนไทยหยุดทำอะไร ถ้าไม่หยุดพิจารณาดูใจตัวเอง ถ้าค้นหาใจตัวเองเจอนั่นแหละธรรม จะดีจะร้ายก็ขึ้นอยู่กับใจ จะดีจะงามก็ขึ้นอยู่กับใจ น้ำใจ จิตใจ การน้อมน้ำใจ ของชาวก๊วนศิษย์สำนักมหาชีวาลัยอีสานเป็นอย่างไร  

ผู้นำมีหน้าที่ฝัน ขายฝัน และประคองความฝันให้เป็นจริง อย่านั่งฝันโดยไม่ทำอะไร แต่อย่าทำอะไรโดยไม่ฝัน มีวิสัยทัศน์แต่ไม่ลงมือทำ ก็เท่ากับฝันไปงั้นๆ ขยันทำแต่ไม่มีวิสัยทัศน์ก็เท่ากับว่าเสียเวลาเปล่า มีวิสัยทัศน์ +ขยันทำ จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้ เหมือนที่หลายๆคนลงมือเขียนสาระชีวิตบวกสาระวิชา ดึงวิชาในชีวิตออกมา ทำให้ตัวหนังสือกระโดดโลดเต้นอยู่บนหน้าบล็อก..   

กระโดดไปกระโดดมา กระโดดเข้าไปนั่งอยู่ในใจใครต่อใคร เกิดเป็นความครุ่นคิดคำนึง แล้วพัฒนาเป็นไมตรีจิตต่อกัน เชื่อมความฝันระหว่างภูมิภาคเข้ามาเป็นความจริง  อาจารย์ Paew Ranee ลูกหว้า รัตติยา หนิง ท่าทราย จตุพร ดร.ขจิต ดร.แสวง อ.อัมพร อ.Somporn lioness ย่ามแดง แผ่นดิน เม็กดำ1 ก้านแสด อุทัย สำเนียง พันดา หนู ตุ๊ตะ ศิริพงษ์ ประสงค์  ฯลฯ

เมื่อก่อนนี้คุยกันผ่านบล็อก แต่วันที่ 6-7-8 เมษายนนี้ เขานัดที่จะมาคุยกันแบบต่อปากต่อคำต่อหน้าต่อตา นั่นก็หมายความว่าจะนั่งคุยกันสดๆ หัวเราะกันสดๆ ยิ้มให้สดชื่นครั้งหนึ่งในชีวิต ถามว่าอะไรทำให้เกิดพลังแห่งความตั้งใจได้ขนาดนี้ คนอยู่เชียงใหม่ ชวนคนพิษณุโลก นัดคนหาดใหญ่มารวมพลกันที่กรุงเทพ  

ดูๆไปแล้วเหมือนเมื่อครั้งสงคราม 9ทัพ เมืองกรุงมีใบบอกให้เจ้าเมืองฝ่ายเหนือเกณฑ์กองทัพให้ลงมาช่วยกันป้องกรุง ฝ่ายหัวเมืองฝ่ายใต้นั่นเล่าก็ไม่ได้รอช้า ขุนพลรัตติยาและคณะเตรียมเสบียงเป็นข้าวยำปักษ์ใต้มาโชว์ เกณฑ์กันมาหมดแก๊งค์ มีทั้งทโมน และแจ๋วแห๋ว เหมาตู้รถไฟมาเจอกองทัพฝ่ายเหนือ ที่เมืองบางกอก แล้วเหมารถตู้เดินทางต่อมาภาคอีสาน ขากลับจะเหมาลำเครื่องบินไปลงหาดใหญ่  นี่แหละใจคนไทย ถ้าทำให้เข้าใจจะเอาอะไรได้ทั้งนั้น แต่ถ้าขัดแย้งกันปั่นแปะอุดมการณ์ ก็เป็นอีกแบบ บึมส์ บึมๆๆ ปังๆๆ เปรี้ยงๆ ..วิ่งกันหางจุดตูด!!  

หัวเมืองด้านอีสานนั่นเหล่า อาจารย์ Paew .หนิง ท่านแผ่นดิน นัดเจอท่าท่านทราย หอบยอดหวายออกมาจากป่าดงหลวง ผ่านทุ่งกุลาร้องไห้มาสมทบกองทัพเม็กดำ แล้วชวนกันแหย่ไข่มดแดง เป็นเสบียงมาตามรายทาง เร่งรีบมารับทัพพันธมิตรจากแดนไกล ไม่ให้ขายหน้าที่ปีนี้ภาคอีสานเป็นเจ้าภาพจัดก๊วนเฮฮาทัวร์ชาวบล็อกครั้งที่1 ปีถัดไปภาคไหนเป็นเจ้าภาพเดี๋ยวเราค่อยมาเป่าหยิงฉุบกัน

ความสำเร็จที่แท้จริงไม่ได้อยู่ที่การเรียนรู้ หากอยู่ที่การนำมาประยุกต์ใช้ เพื่อคุณประโยชน์แก่มนุษยชาติ ความมุ่งมั่นไม่ได้อยู่ที่ป้าย ไม่ได้อยู่ที่ปาก แต่อยู่ที่ใจและวัดผลของการกระทำ ความรู้ความสามารถไม่พอ ไม่น่ากลัวเท่าปณิธานที่เรรวน ความมั่นคงที่แท้จริงไม่มีวันจาง ใจถึงใจ ก้าวไปด้วยกัน แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง เพื่อให้เกิดเอกภาพบนความแตกต่าง  

การตรัสรู้

คือความรู้ที่มีอยู่ทั่วไปนั้น เปรียบเสมือนใบไม้ในป่า  แต่หลักที่จะจำนำไปปฏิบัตินั้นเท่ากับใบไม้กำมือเดียว  

>> คนเก่งเรียนรู้จากประสบการของตนเอง

>> คนฉลาดเรียนรู้จากประสบการณ์ของคนเก่ง      

อย่าดูสิ่งที่เขาทำ จงดูสิ่งที่เขาคิด      

พัฒนาอย่างเรียบง่าย สู่เป้าหมายที่สมดุล    

เราจะอยู่รอดได้คงมีเพียงทางเดียวคือ   ต้องมองไปยังอนาคต และลงมือปฏิบัติอย่างจริงจัง   คิดแบบเด็ก ทำแบบผู้ใหญ่   อย่าคิดแบบผู้ใหญ่ แล้วทำแบบเด็ก   คิดไป ยิ้มไปแบบอารมณ์ดี ไม่ว่ากัน   อย่างน้อยก็ได้คิดดี มีจิตใจที่ดีงามต่อเพื่อนมนุษย์   มีรอยยิ้มเป็นพุทธบูชา   ตกลงตามนี้นะจ๊ะชาวก๊วนที่ร๊าก ..(เขียนตามMiss somporn)                                                                      

                    3 มีนาคม 2550                                    

                   ณ โรงแรมรัตนโกสินทร์ ข้างสนามหลวง