วัดเทียนมู

ตอนเช้าวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550 พวกเราไปเที่ยวชมเจดีย์หลวง วัดเทียนมู  ซึ่งสวยงามมาก  เราไม่ลืมที่จะ แช๊ะแช๊ะ แช๊ะ (ถ่ายภาพ) 

หลังจากเที่ยวชมเสร็จ เราก็เริ่ม ช๊อบ ช๊อบ ช๊อบ (Shopping)

เริ่มคิดว่าจะซื้อของฝากใคร แต่ละคนน่าจะชอบอะไร  ระหว่างเดิน ช๊อบ  แทบจะเดินชนกับคนไทยด้วยกัน เพราะคนไทยไปเที่ยวเยอะมาก  การซื้อของน่าจะใช้เงินไทยดีกว่า เพราะทุกร้านรับเงินไทย เราจะได้ไม่งง (1 บาทเท่ากับ 440 ดอง)  ฉันซื้อชุดนอนผ้าแพร ชุดละ 100 บาท ตุ๊กตาปูนปั้นเป็นสาวเวียตนามแต่งชุด ชาวเว้  ชาว ดานัง และชาวไซ่ง่อน ฉันซื้อมา 3 ตัว 300 บาท  สวยมาก 

   รูปตุ๊กตาชาวเว้ ดานังและไซ่ง่อน

ตอนสาย วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2550  เราไปเยี่ยมชมพระราชวังเว้ สร้างเมื่อปี พ.ศ. 2347 สมัยพระเจ้ายาลอง ชมพระตำหนักและพระที่นั่ง ที่จัดวางอย่างสวยงามตามแนวคติจักรวาลของจีน  ยึดแนวแกนเหนือแกนใต้ และส่วนในสุดเป็นที่ประทับของจักรพรรดิ  ซึ่งเราสามารถแต่งชุดจักรพรรดิและราชินี ถ่ายภาพได้ พวกเราไม่ชอบแต่งชุดเราก็ไปขอถ่ายภาพคู่กับกลุ่มที่แต่งชุดก็ได้ ไม่ต้องเสียเงินแล้วได้ภาพสวยเหมือนกัน

 ถ่ายภาพกับคนแต่งกายเป็นจักรพรรดิ

ที่นี่จะมีเตาต้มน้ำมันสร้างขึ้นสำหรับคนที่ทรยศ จะถูกจุดไฟต้มในเตาน้ำมัน  

จากนั้นก็ไปรับประทานอาหารกลางวัน ร้านอาหารที่นั่นจะตบแต่งสวยงาม  อาหารเวียตนาม  เป็นอาหารที่อุดมด้วยผัก ซึ่งผักก็คล้ายเมืองไทย เช่น

สระแหน่  ผักกาดแก้ว  มีก๋วยเตี๋ยวน้ำเรียกว่า เฝ๋อ  รสชาติอาหารจะไม่จัดจ้านเหมือนเมืองไทย  

รับประทานอาหารเสร็จเราเริ่ม ฉี่  ฉี่ ฉี่ (ปัสสาวะ)    เราควรเข้าห้องน้ำในร้านอาหาร เพราะจะสะอาดที่สุด  ฉันและเพื่อนเคยไปเข้าห้องน้ำที่ตลาดสด เพราะไม่อยากเข้าที่ปั๊มน้ำมัน  เป็นประสบการณ์ที่ต้องจดจำ  เพราะห้องน้ำทำเป็นลานปูน มีอ่างปูนใส่น้ำไว้ตรงกลาง  คนที่เข้าไป  ก็ปัสสาวะที่พื้นเลย รอบๆอ่างน้ำ ทั้งผู้สูงอายุหรือสาวๆ ก็หันหน้าเข้าอ่างปูน ส่วนบริเวณด้านหลังก็ ปล่อยไป   ไม่มีใครอายใคร  

 

 

ร้านสระผมที่ตลาด

จากนั้นพวกเราก็ไปเยี่ยมชมสุสานของจักรพรรดิไดดึงส์  จักรพรรดิองค์ที่ 12 ซึ่งที่ฝังศพนี้ ทุกคนจะไม่ทราบว่าฝังอยู่ที่ใด  สุสานสีดำ ต้องเดินขึ้นค่อนข้างสูง บางคนไม่ยอมเดินขึ้นไป  แต่ไหนๆมาแล้วต้องเดินขึ้นไปซะหน่อย  ฉันไม่เสียใจเลยที่ขึ้นไปดู  เพราะเป็นสุสานที่สวยงามมาก     

 สุสาน

จากนั้นก็เดินทางสู่ เมือง    ดานังผ่านภูเขาไฟไฮวัน   ซึ่งเป็นภูเขาแห่งเมฆหมอก และเป็นส่วนหนึ่งของทิวเขา ทองซอน ที่ทอดยาวตามทางหลวง ติดทะเล ทะเลที่เวียตนามทอดยาวสวยงามมาก แต่สังเกตดูไม่ค่อยมีคนไปเดินตามชายทะเล ไกด์บอกว่า ลมทะเลจะแรงมาก พัดแม้กระทั่งหลังคาบ้านที่อยู่ติดทะเล ดังนั้นบ้านแถวนั้นจะมีถุงหนักๆทับหลังคาไว้   

ชายทะเลลมแรงมากติดกับภูเขาแห่งเมฆหมอก

มีช่วงหนึ่งที่เราผ่านอุโมงค์ความยาว 6 กิโลเมตร  ไกด์บอกว่าอุโมงค์นี้มีอุโมงค์ทอดยาวคู่กันไปอีก 1 อุโมงค์ ถ้ามีไฟไหม้ เราสามารถเปิดประตูเข้าไปและวิ่งหนีได้  จากนั้นพวกเราก็ไปพักที่ เมืองโบราณฮอยอัน     

เช้าวันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2550  

บ้านศิลปเวียตนาม จีน ญี่ปุ่น

เราไปเยี่ยมชม เมือง โบราณฮอยอัน ซึ่งเป็นหมู่บ้านเล็กริมฝั่งแม่น้ำ  เมืองมรดกโลก เป็นเมืองโบราณที่มีชีวิต อดีตเป็นเมืองท่าที่ถูกลืมในศตวรรษที่ 17 ได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ชมวัดจีน สะพานญี่ปุ่นและบ้านโบราณที่ผสมผสานศิลปะ เวียตนาม จีนและญี่ปุ่น  มีร้านขายของ บ้านทุกบ้านมีคนอยู่อาศัยและทำมาหากิน บ้านมีเอกลักษณ์ของตนเอง ส่วนมากเป็นบ้านชั้นเดียวก่ออิฐและหลังคามุงกระเบื้อง นิยมทาสีดำและมีสีแดงแซมๆสวยงามมาก  

บ้านไม้ที่ฮอยอัน

 สะพานญี่ปุ่น

  ซึ่งสะพานญี่ปุ่น นี้ เป็นสะพานไม้ ที่ละครไทยช่อง 3 เคยไปถ่ายทำที่นี่ ให้นางเอกและพระเอกมาพบกัน ผลพวงจากละครเรื่องนี้ทำให้คนไทย รู้จักสะพานนี้ดีและไปท่องเที่ยวมากมาย 

ร้านหนังสือทีฮอยอัน มีนิยาย ประวัติศาสตร์และอื่นๆ

เช้าวันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2550 เดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ .........