GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

คุ้ยทริคในหมอง เพราะต้อง Trick Tag ของพี่ชาย (เล่าเรื่องแมงดานา)

ตัวเมียจะคอยดูและเอาน้ำขึ้นไปพรมไข่อยู่อย่างสม่ำเสมอ ที่เค้าเปรียบผู้ชายประเภทหนึ่งว่าเป็นแมงดา

ต้องทริคแท็กของพี่ชาย อ่านได้ที่ Trick Tag ชุดที่ 1 .. ชุบชีวิตถ่านไฟฉายให้ใช้ได้อีกครึ่งปี จากนี้ผมก็ต้องคุ้ยขึ้นมาซักทริคครับ แบบว่าย้อนมาจากอดีตแล้วกันครับ ตอนสมัยยังเด็กๆ ลูกชาวนาก็ต้องมีทริคเกี่ยวกับทุ่งนานะครับ

เอาเป็นว่าผมจะขอเล่าทีละทริค แล้วโยนลูกต่อให้ทีละคนเช่นกันครับ

โดยทริคของผมขอเล่าผ่านเรื่องเล่ามีตัวละครแล้วกันครับ

เกริ่นนำทริค

    ท่านๆ คงเคยเจอฝนห่าใหญ่ใช่ไหมครับ ประมาณว่าฝนตกหนักในตอนกลางวันโดยตกครั้งแรก แล้วคืนนั้นท่านจะได้ยินเสียง กบร้อง อึ่งอ่าง คางคก เขียด อะไรเต็มไปหมดเลยครับ อิๆๆๆ แต่ผมไม่ได้มาเล่าทริคจับกบนะครับ เอาไว้โอกาสต่อไปครับ

คือฝนตกห่าใหญ่ผ่านไปแล้วนะครับ รุ่งเช้ามืดเลยครับ ท่านคิดว่าท่านจะหาอะไรได้บ้างครับ ให้ทายกันดูนะครับ 3...2...1....

ทริคที่ว่านั่นคือ การหาแมงดานานั่นเอง หากท่านเคยจำได้หรือเคยเห็นท่านจะเจอแต่ไข่แมงดานา ส่วนตัวแมงดาท่านจะต้อง งมด้วยมือ หรือจับด้วยสุ่ม คราวนี้มาดูเทคนิคการดำเนินเรื่อง ในตัวละคร ที่ชื่อว่า นุ้ย ดูนะครับ ว่าเค้าจะทำอย่างไร

เข้าสู่ทริคที่ 1 เรื่อง ย้อนความยามยังเด็ก (ตอน แมงดายามรุ่งอรุณ)

"หลังจากฝนตกหนักเมื่อคืน ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของท้องทุ่งนาและชนบนแห่งนี้ ด้วยการที่เล่ากันมาว่า หลังจากคืนฝนตกหนักคืนแรกในแต่ละครั้ง เจ้าแมงดาที่อาศัยอยู่บนเขา (เขาคือภูเขา) ก็จะบินออกมายังท่ามกลางท้องนาในคืนนั้นเช่นกัน แต่จะเริ่มวางไข่ในตอนเช้าวันรุ่ง ด้วยความชำนาญของนุ้ยและแม่ก็มิได้ปล่อยให้โอกาสที่ดีอย่างนี้ล่องลอยไป กว่าฝนจะตกครั้งใหม่ไปรู้เมื่อไหร่

เป็นปกติว่าถ้าฝนตกหนักวันนี้ คืนนี้เตรียมตัวหากบและจับแมงดานา ในวันรุ่งได้เลย ด้วยนิสัยของเจ้าแมงดา จะเริ่มไข่ตอนเช้าตรู่ และเมื่อไข่แล้วตัวเมียก็จะเป็นที่ต้องการ ของชาวนาผู้ล่าในละแวกนี้ แมงดาตัวผู้ก็เป็นที่ต้องการเช่นกันเพราะว่ากลิ่นมันได้รสชาติมากเลย โดยเป้าหมายมีอยู่สองอย่างคือ ถ้าจับได้มากก็จะนำไปขายหรือแจกญาติพี่น้อง โดยราคาค่อนข้างสูงมาก ตัวละสิบห้าถึงยี่สิบบาท กับอีกอย่างคืนนำมาตำน้ำพริกที่เรียกว่าน้ำพริกแมงดานี่เอง

เรามาดูกันว่านุ้ยกับแม่จะเจออะไรบ้างรุ่งเช้านี้ "

"ไอ้นุ้ย มานี่เร็วๆ"" แม่เรียกเสียงดังลั่น

""ไหรแม่"" (อะไรเหรอแม่) นุ้ยตอบ "

"แม่เจอแล้วรังแรกเลย"" แม่บอก เป็นโอกาสดีของนุ้ยที่จะได้เจอกับรังแรกของแมงดานาในปีนี้ "

"หยูไหนแม่"" (อยู่ตรงไหนล่ะแม่)

แม่ก็กวักมือและทำท่าอย่าส่งเสียงดังไป แมงดาตัวเมียกำลังวางไข่อยู่ มีฟองสีขาวนวลอยู่เหนือผิวน้ำบนกอซังข้าว และแมงดาตัวเมียกำลัง ใช้หางตวัดไปมา ด้วยกระบวนการของการวางไข่ ""แล้วหลังจากนี้เป็นไงต่อหล่ะแม่"

"ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของนุ้ยที่ไม่เคยเจอกรณีนี้ มาก่อน

แม่กระซิบบอกว่าให้รอดูเอง หลังจากนั้นได้ประมาณห้านาที แมงดาตัวนั้นก็วิ่งลงน้ำไป ก็มีแมงดาอีกตัววิ่งขึ้นไปบนรังที่เพิ่ง ที่มีไข่อยู่แล้วใช้หางตวัดไปมาและลงน้ำทันที่ แม่กระซิบบอกนั่นเป็นตัวผู้ปล่อยน้ำเชื้อเสร็จก็จะวิ่งลงน้ำทันที และจะมีแมงดาตัวหนึ่งทำหน้าที่เฝ้าไข่จนกว่าไข่จะฟักออกเป็นตัวลูกแมงดานับร้อยตัว ปกติเวลาเราไปเจอรังแมงดา เราจะเจอแมงดาเพียงตัวเดียวอยู่ที่ใต้ผิวน้ำ และตัวนี้จะมีกลิ่นฉุน และคนก็บอกว่าตัวนี้คือตัวผู้ ทำหน้าที่เฝ้ารัง

ตัวผู้จะคอยดูและเอาน้ำขึ้นไปพรมไข่อยู่อย่างสม่ำเสมอ ที่เค้าเปรียบผู้ชายประเภทหนึ่งว่าเป็นแมงดา ไม่รู้ทำไมนะแม่ มันเกี่ยวกันไหมครับ ขณะที่แม่เล่าอยู่นั้นก็มิได้รอเฉยไม่ หลังจากที่ตัวผู้ขึ้นไปทันทีนั้น แม่ก็คว้าเข้าไปยังต้นซังนั้นทันที และจับได้ทั้งสองตัว ด้วยน้ำที่ไม่ลึกมากและน้ำใสด้วยจึงเห็นว่าตัวแมงดาอยู่ตรงไหน และประสบการณ์ใหม่ของนุ้ยด้วย นุ้ยเคยเจอแต่เป็นรังที่ไข่ไว้เรียบร้อยแล้ว แล้วจะจับมันได้อย่างไร

โดยตัวผู้จะคอยอยู่ที่ใต้ผิวน้ำที่ตรงโคนต้น ซังข้าวอยู่ใกล้ๆรังของมัน แต่ตัวเมียจะว่ายน้ำไปต่อซึ่งหาโอกาสยากนักที่จะเจออย่างกรณีวันนี้ แม่ก็เล่าต่อว่าการจับแมงดาเนี่ยนะต้องจับที่ตัว อย่าให้โดนที่หัวมันจะต่อยเราได้ เคยมีคนโดนต่อยมาแล้วแม่บอกว่ายิ่งต่อยเค้าก็เด็ดหางทิ้ง เด็ดจนถึงตัวแล้วก็ยังต่อยอยู่อีก นั่นเพราะ เค้าไม่รู้ว่าเข็มพิษมันอยู่ตรงไหน ความเจ็บปวดที่ได้รับจากการต่อยของแมงดาเนี่ยยิ่งกว่าต่อแตนซะอีก แม่ก็เก็บใส่ถุงพลาสติกไว้แล้วเหน็บไว้ที่สะเอวแล้วเดินต่อไปหารังใหม่

จากนั้นนุ้ยก็แยกทางกันกับแม่ เพื่อช่วยกันหา แม่กะว่าถ้าได้หลายตัววันนี้จะตำน้ำพริกไปหา แม่เฒ่าและปู่ด้วย (แม่เฒ่า คือ คุณยายนั่นเอง)"

เส้นทางต่อไปหลังจากที่น้อยแยกทางมาเองตามลำพัง ก็ทำให้นุ้ยรู้สึกต้องสังเกตเวลาเจอไข่แมงดา

"โอ้โห เจออีกแล้วไข่แมงดาอีกแล้ว แต่ครั้งนี้ ต่างจากที่เจอกับแม่เมื่อกี้ นุ้ยเดินย่องๆ เข้าไป ต้องเดินเข้าไปแบบมีเทคนิคนะครับ คือให้เอาปลายเท้าอยู่เหนือน้ำแล้ววางเท้าแบบปลายเท้าชี้ลงดินเพื่อลดแรงเสียดทาน แล้วก้าวต่อไปก็ต้องยกเท้าอีกข้างทำเหมือนกัน เดินไปจนถึงรังไข่ของแมงดา

ด้วยประสบการณ์ของนุ้ยที่เจอมาเยอะ ก็ทราบว่าตัวแมงดาจะอยู่ตรงไหน (ท่านคิดว่ารังไข่หันไปทางทิศตะวันออกแล้วตัวแมงดาจะอยู่ตรงไหนที่ใต้น้ำครับ แล้วท่านคิดว่ามันจะอยู่บนผิวดินหรือว่า อยู่ในน้ำว่ายอยู่ครับ หรือว่าอยู่ที่ กอซักข้าว อิๆๆ )  มาดูต่อครับ

ว่านุ้ยจะทำไง

นุ้ยก็ทราบและนี่คือทริกที่นุ้ยทราบและค้นพบด้วยประสบการณ์แล้วบอกกันในครอบครัวและเพื่อผู้ค้นหาแมงดาด้วยกัน เพราะเราจะไม่หาแบบไปสุ่มจับหรือไปเหวี่ยงแห ครับ มันจะทำให้น้ำสีใสๆ ข้นไปทั้งแปลงนา

ตัวแมงดาจะเกาะอยู่ได้หลายที่ ตามกรณีของไข่แมงดานั่นเอง เช่น

หากรังไข่แมงดาอยู่สูงจากระดับผิวน้ำมาก นั่นคือตัวแมงดาจะอยู่ไกลจากที่กอซักหรือต้นไม้ที่ไข่อยู่ หากไข่อยู่ใกล้ผิวน้ำมาก ตัวแมงดาจะอยู่ใกล้ไข่เช่นกัน แล้วตัวแมงดาจะอยู่ในทิศของรัศมีของไข่แมงดา นั่นคือ หากไข่แมงดาหันหน้าไปทางทิศตะวันออก หรือที่เวลา สามนาฬิกา ตัวแมงดาก็จะอยู่ในทางทิศตะวันออกของรังไข่แมงดาด้วย แต่อาจจะอยู่ได้ตั้งแต่ ตำแหน่ง 1-5 นาฬิกา (เทียบกับการอ้างอิงแบบทหารนะครับ) ดังนั้นทำให้เราจับแมงดาได้แม่นยำและไม่พลาดมาก หลังจากใช้วิธีนี้ทำให้นุ้ยจับได้เยอะมากขึ้น เช่น เจอ 30 รัง ก็อาจจะได้ 25 ตัว

และแล้ววันนั้นนุ้ยจับได้หลายตัวมากผสมกับที่แม่จับได้ด้วย ทำให้เราสองแม่ลูกเอาไปแจกญาติที่อยู่ห่างไกลและคนข้างเคียงกันได้หลายคนเลยครับ"

จบครับผม

ทริกที่ได้แนะนำไป ได้แก่ เทคนิคการจับแมงดา ว่าจับอย่างไร การประเมินการล่วงหน้าว่าแมงดาจะอยู่แหน่งใดของจุดที่รังแมงดาอยู่

       วิธีเล่น ก็คือ .....

  1. ให้ท่านบอกเคล็ดลับส่วนตัวของท่าน เรื่องอะไรก็ได้    โดยทริคดังกล่าว ต้องเป็นกลเม็ดเคล็ดลับ ที่ท่านค้นพบมาเอง หรืออาจจะไปอ่านเจอที่ไหน แล้วนำมาใช้พบว่าบังเกิดผล กล่าวคือ เป็นเคล็ดลับส่วนตัวที่ผ่านการพิสูจน์โดยตัวท่านเองมาแล้ว  โดยให้บอกมา  2- 5  trick

   2.  ให้ tag ส่งต่อไปยังเพื่อน หรือคนรู้จัก  2 - 5  คน  โดยให้ copy ข้อความวิธีการเล่น (ซึ่งพิมพ์ด้วยข้อความสีแดงนี้) ทั้งหมด ส่งไปให้กับคนที่ท่าน Tag ไปด้วย  
    
มาเล่นกันเถอะครับ ถือว่าเป็นการแลกเปลี่ยนกัน

       ขอบคุณครับ ^__^
..

ผมจะ Trick Tag ต่อให้ใครดีหนอ เพิ่งเข้ามายังรู้จักคนน้อยอยู่เลย อิๆ แท็กคนที่เพิ่งเข้ามาเยี่ยมแล้วกันครับผม

ขอแท็ก คุณ

P
ต่อครับผม

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 81467
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 11
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (11)

    เข้ามาตอน ใกล้ตี 3 เต็มทีแล้ว .. กลัวใครจะมาแซงคิวที่ 1 ครับ
   ยอดเยี่ยมครับ เล่า Trick แบบเรื่องจริง อิงนิยาย แถมมีการเก็บข้อมูล วิเคราะห์ สังเคราะห์กลายๆ คล้ายทำวิจัยเลยนิ .. ขอบคุณครับ .. รอ Trick ต่อไปด้วยใจจดจ่อครับ.

ขอบคุณมากครับผม แหมพอดีเลยนะครับพี่

แล้วนอนอิ่มแล้วหรือครับ

เดี๋ยวนี้แมงดาหายากมากค่ะ โดยเฉพาะในเมืองที่มีแสงสีแพรวพราว  จะหาน้ำพริกแมงดาทานสักที ต้องวิ่งไปแถวร้านอาหารค่ะ แต่เหตุผลจริิง ๆ คือ  ทำไม่เป็นค่ะ  อิอิ

อิๆๆ อยากทราบไหมครับ ว่าตำน้ำพริกแมงดาทำไง หากสนใจเดี๋ยวให้ซักบทความครับ เรื่องมาตำน้ำพริกแมงดา กัน อิๆๆ

ไว้ผมจะเล่าเรื่องตลกๆ กับแมงดา อิๆ ในเยอรมัน ห้าๆ ขำมากๆ ครับ เพราะว่าแม่ให้ผมเอามานี่สิบตัวตอนกลับไปเยี่ยมบ้าน

ขำคนเยอรมัน ตอนเห็นผมกำลังคั่วแมงดาอยู่

เม้ง

โอ้โห

         อยากเกิดเป็นแมงดา  ได้ไปเที่ยวถึงเยอรมัน

อิจฉา อิจฉา

อิๆๆ ไม่ต้องอิจฉาครับ วันหนึ่งพี่ก็มาได้ครับผม เรื่องตลกที่ว่าจะเล่าคือว่า

วันนั้นผมรู้สึกว่าอยากกินน้ำพริกแมงดาจัง จริงๆ แมงดาที่แม่ให้มาผมก็เอาใส่ไว้ในตู้เย็นมันตายแล้วนะครับ แต่เพื่อให้ดีกลิ่นหอมๆหน่อย ก็ต้องเอามาวางบนกะทะซักหน่อยให้มันอุ่นๆแล้วสุก จริงๆน่าจะสุกมาแล้วแม่คงต้มมาแล้วด้วยครับ ตอนที่ผมคั่วอยู่เพื่อผมเยอรมันก็เห็นแล้วก็ร้องลั่นบ้านเลย ว่าโอ้ว เม้งกินแมลง บั๊ก อินเส็ค อะไรของเค้าไปเรื่อย อิๆ ผมบอกว่า นี่อร่อยสุดๆ เลยนะ ในความคิดของผม

แล้วเค้าก็มาดูใหญ่เลย อิๆๆ แต่เค้าไม่กล้าชิมหรอกครับ เพราะตัวมันคล้ายๆ แมลงสาบแต่ตัวใหญ่กว่าในความเห็นเค้า แมงดานะครับ ไม่ใช่แมลงดา

แมงดา ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Giant Water Bug อิๆ ผมเคยศึกษาแมงดามาเหมือนกันครับ น่าสนใจมากครับ แล้วสิ่งที่หลายๆ คนเข้าใจและผมเข้าใจก็มีหลายอย่างที่ผิดๆ เช่นที่เคยบอกว่า แมงดามาจากภูเขา จริงๆ มันมาจากทุ่งนานั่นหล่ะ แต่กลางคืนมันบินอยู่ในอากาศ เพื่อบินหาแหล่งน้ำใหม่ เพราะแมงดาจะหาแหล่งน้ำใหม่เพื่อขยายพันธุ์กันต่อไป

แต่แมงดาจะต้องโดนล่อโดนจับด้วยไฟสีม่วงครับครับ บางคนใช้สังกะสีให้สะท้อนกับแสงไฟสีเหล่านั้น ทำให้แมงดาคิดว่าเป็นแหล่งน้ำใหม่ แล้วก็บินไปตกและโดนจับไปขายตัวละสิบถึงยี่สิบบาท

เรื่องตลกยังไม่จบคือว่า หลายวันต่อมา ผมตำน้ำพริกแมงดาอีกรอบ เพื่อนเค้าออกมาเจอ บอกว่า เม้งๆ รอแปป อย่าเพิ่งตำนะ ฉันขอถ่ายรูปเธอกับแมงดาหน่อย จะเอาไปโชว์เพื่อน ฉันไปเล่าเพื่อน เพื่อนเค้าไม่เชื่อกัน ผมบอกไปว่าพอดีรีบตำครับ ผมยังมีอยู่อีกหลายตัว วันหน้าจะให้ถ่ายครับ อิๆ

ฝรั่งหลายคน ไปเที่ยวเมืองไทย เจอตะกร้าที่ขายๆข้างถนนมีตั๊กแตน และแมลงชนิดต่างๆ วางขาย ฝรั่งมักจะถามว่านั่นเค้าขายแล้วเอาไปทำไร ผมบอกว่ากินได้เลย อิๆๆ กล้ากินไหม

แล้วตอนนี้มีขายกันอยู่เยอะไหมครับ แมงดาในเมืองไทย จริงสามารถเลี้ยงได้ด้วยครับ หากสนใจจะทำธุรกิจเลี้ยงแมงดา ผมมีคู่มืออยู่ครับ เคยค้นหาเอาไว้ครับ ยังไม่เคยลองเลี้ยงเองจริงๆแบบเยอะๆ

เลี้ยงซักสิบรัง เนี่ยก็เล่นเอาหลายพันตัวและนะครับ อิๆ ไม่กล้าเลี้ยงกลัวรวยเดี๋ยวทำใจไม่ได้ครับ

อิๆๆ

ขอบคุณครับผม

เม้ง

เคยหาแมงดาเหมือนกันค่ะ   หาไม่ยากเลยที่ตลาดสด (^_____^)    ส่วนน้ำพริกแมงดา   หาได้ที่งานเกษตรค่ะ
...
trick tag เขียนไว้ก่อนหน้านี้แล้วที่นี่ค่ะ

อิๆๆ วิธีหาของคุณ nidnoi ง่ายจริงๆเลยครับ อิๆ ที่บ้านก็ไปหาเหมือนกันครับ หากฝนไม่ค่อยตกในตลาดหน่ะชัวร์เลยครับ ไม่งั้นต้องเปิดไฟครับ ตามด้วยเป่ามนต์เรียกแมงดาของสังข์ทอง ก็จะบินมาเต็มหล่ะครับ แต่ต้องตั้งเสาไฟให้สูงๆ หน่อยครับ จะได้โดดเด่นครับ

อิๆ

ว่าแล้วผมก็ยังเหลือแมงดา อยู่ในช่องฟรีซอีกหนึ่งตัว อิๆ ต้องหาฤกษ์ที่อยากกินก่อนครับผม สงสัยจะไม่ข้ามเดือนนี้หรืออาทิตย์นี้สงสัย

ม่ายชอบ...แมงดาเลยค่ะ แต่อ่านบันทึกนี้แล้ว ชอบจัง...(ชอบทุกอย่างเลยค่ะ ตั้งแต่วิธีเล่าเรื่องไปจนถึงรายละเอียด และการสื่อสาร แต่....ก็ยังไม่ชอบแมงดา อยู่ดี กลัวแมลงสาบมากๆ อะไรเหมือนหรือมีส่วนคล้ายแม้แต่นิดเดียว จะขออยู่ห่างๆค่ะ)

จะรออ่าน trick ต่อๆไปนะคะ ท่าทางคุณเม้งนี่จะเป็นสารพัดช่างเหมือนกันนะคะ แถมเขียนถ่ายทอดได้อ่านสนุกอีกต่างหาก

ในกรุงเทพฯจะหาซื้อแมงดานาเป็นเป็นๆยังไม่ดองได้ที่ไหนบ้างค่ะ กรุณาบอกหน่อยค่ะ