เมื่อสัปดาห์ก่อน ผมอ่านข่าวที่น่าสนใจเรื่องหนึ่ง จึงขอนำเสนอก่อนครับ เป็นตัวอย่าวคดีละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยี

หัวข้อข่าวคือ  “ไมโครซอฟท์” พ่ายคดีละเมิดสิทธิบัตรศาลสั่งจ่าย $1,500 ล.    จากเวปไซด์ผู้จัดการออนไลน์  วันที่ 23ก.พ.50

เนื้อหาข่าวมีดังนี้

เอเอฟพี - ไมโครซอฟท์แพ้คดีละเมิดสิทธิบัตรอัลคาเทล-ลูเซนต์ คณะลูกขุนศาลสหรัฐฯ สั่งจ่ายค่าเสียหายก้อนโตรวม 1,500 ล้านดอลลาร์
        ทอม เบิร์ต หัวหน้าทีมทนายของบริษัท ไมโครซอฟท์ ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์แดนอินทรี แถลงแสดงความผิดหวังกับคำตัดสินดังกล่าว พร้อมเผยว่า ไมโครซอฟท์จะพยายามหาทางขอผ่อนผันโทษต่อศาล หรือหากจำเป็นจะยื่นอุทธรณ์สู้คดีต่อไป
        ทั้งนี้ ก่อนที่บริษัท ลูเซนต์ จะควบรวมกิจการเข้ากับอัลคาเทลนั้น ได้ยื่นฟ้องต่อศาลสหรัฐฯก่อนแล้วในปี 2003 โดยกล่าวหาว่า บริษัท ไมโครซอฟท์ และหุ้นส่วนทางธุรกิจอื่นๆ คือ บริษัท เดลล์และเกตเวย์ มีการใช้โปรแกรมวินโดว์ส ซึ่งละเมิดสิทธิบัตรเทคโนโลยีของลูเซนต์
        การพิจารณาคดีของคณะลูกขุนศาลแขวงเมืองซานดิเอโก มลรัฐแคลิฟอร์เนีย เมื่อวันพฤหัสฯที่ผ่านมา (22) มุ่งเป้าการพิจารณาไปที่เทคโนโลยีไฟล์เสียงเอ็มพี3 ในโปรแกรมวินโดว์ส มีเดีย เพลเยอร์
        อัลคาเทล-ลูเซนต์ ชี้แจงต่อศาลว่า การที่ทางไมโครซอฟท์นำเทคโนโลยีดังกล่าวซึ่งใช้ในการแปลงไฟล์เสียงดิจิตอลในโปรแกรมมีเดีย เพลเยอร์ไปใช้ ถือเป็นการละเมิดสิทธิบัตรของอัลคาเทล-ลูเซนต์
        ด้าน ไมโครซอฟท์ ยืนกรานว่า ทางบริษัทได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์สำหรับเทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว และยืนยันว่า ไมโครซอฟท์มิได้มีการละเมิดสิทธิบัตรแต่อย่างใด
        ยักษ์ใหญ่ด้านซอฟต์แวร์จากสหรัฐฯรายนี้ ชี้แจงว่า ตนได้จ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์ให้แก่บริษัท เฟราน์โฮเออร์-เกเซลล์ชาฟท์ ซึ่งเป็นบริษัทที่ทำหน้าที่ออกใบอนุญาตในกรุงมิวนิกแล้ว รวมเป็นมูลค่า 16 ล้านดอลลาร์ ในการนำเทคโนโลยีเอ็มพี3 ที่กำลังเป็นคดีพิพาทกันมาใช้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย
        “เราขอยืนยันว่า ไมโครซอฟต์มิได้มีการละเมิดสิทธิบัตรในรูปแบบใดๆ และเราก็ได้จ่ายค่าลิขสิทธิ์สำหรับเทคโนโลยีทุกอย่างที่นำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ของเราแล้วตามความเหมาะสม” ไมโครซอฟท์ กล่าว
        อย่างไรก็ตาม คดีนี้เป็นข้อขัดแย้งเพียงส่วนหนึ่งเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาระหว่างไมโครซอฟท์ และอัลคาเทล-ลูเซนต์ เท่านั้น
        แรกเริ่มเดิมที เมื่อการฟ้องร้องเริ่มต้นขึ้น ประเด็นขัดแย้งเรื่องการละเมิดสิทธิบัตรระหว่างสองบริษัทมีจำนวนทั้งสิ้น 15 รายการ ทว่า ในภายหลังศาลยกฟ้องไป 2 รายการ ส่วนข้อพิพาทที่เหลือถูกจัดแบ่งออกเป็น 6 กลุ่ม โดยแต่ละเรื่องจะมีคณะลูกขุนของศาลเมืองซานดิเอโกแยกกันพิจารณาเป็นกรณีๆ ไป 
        ตามข้อมูลของไมโครซอฟท์ ข้อขัดแย้งการละเมิดสิทธิบัตรที่เหลือ ซึ่งยังรอการไต่สวนพิจารณาคดีต่อไปนั้น เป็นสิทธิบัตรที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีวิดีโอดิจิตอล, การเข้ารหัสเสียง, ยูสเซอร์อินเทอร์เฟซ และวิดีโอเกมของเครื่องเอ็กซ์บ็อกซ์รวม 360 รายการ โดยคำตัดสินในวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ถือเป็นบทสรุปของการพิจารณาคดีแรก
        นอกจากนี้ ไมโครซอฟท์ยังคัดค้านสูตรการคำนวณค่าเสียหายรวม 1,500 ล้านดอลลาร์ของคณะลูกขุนด้วย ซึ่งใช้วิธีการนำเอาจำนวนก๊อบปี้โปรแกรมวินโดว์สจำหน่ายได้ตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2003 มาคูณกับราคาคอมพิวเตอร์ระดับไฮเอนด์ของบริษัท เดลล์และเกตเวย์       
        การพิจารณาคดีครั้งต่อไปซึ่งเกี่ยวข้องกับเทคโนโลยีการเข้ารหัสเสียง มีกำหนดเริ่มต้นขึ้นในซานดิเอโกประมาณเดือนมีนาคม-เมษายน

 

ผมขออนุญาตสรุปสั้นๆ ว่า คดีนี้เป็นข้อพิพาทการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งเกิดขึ้นระหว่างเอกชนกับเอกชน จึงฟ้องร้องต่อศาลทรัพย์สินทางปัญญา ณ ศาลแขวงที่ผู้ฟ้องหรือจำเลยมีภูมิลำเนาอยู่  โดยมีการใช้คณะลูกขุนเพื่อให้เกิดความเป็นกลาง ซึ่งคดียังไม่ถึงสิ้นสุดเพราะยังสามารถขอผ่อนผันโทษต่อศาล หรือหากจำเป็นจะยื่นอุทธรณ์สู้คดีก็ได้   สำหรับวิธีการคำนวณค่าเสียหายอาจมีวิธีการที่แตกต่างกันไปตามแต่กรณี ทั้งนี้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย

ทั้งหมดที่กล่าวเป็นหลักการสากลที่ใช้กันทั่วไป ในประเทศไทยของเราก็ใช้หลักการเดียวกันครับ