อิๆๆ ไม่ต้องอิจฉาครับ วันหนึ่งพี่ก็มาได้ครับผม เรื่องตลกที่ว่าจะเล่าคือว่า

วันนั้นผมรู้สึกว่าอยากกินน้ำพริกแมงดาจัง จริงๆ แมงดาที่แม่ให้มาผมก็เอาใส่ไว้ในตู้เย็นมันตายแล้วนะครับ แต่เพื่อให้ดีกลิ่นหอมๆหน่อย ก็ต้องเอามาวางบนกะทะซักหน่อยให้มันอุ่นๆแล้วสุก จริงๆน่าจะสุกมาแล้วแม่คงต้มมาแล้วด้วยครับ ตอนที่ผมคั่วอยู่เพื่อผมเยอรมันก็เห็นแล้วก็ร้องลั่นบ้านเลย ว่าโอ้ว เม้งกินแมลง บั๊ก อินเส็ค อะไรของเค้าไปเรื่อย อิๆ ผมบอกว่า นี่อร่อยสุดๆ เลยนะ ในความคิดของผม

แล้วเค้าก็มาดูใหญ่เลย อิๆๆ แต่เค้าไม่กล้าชิมหรอกครับ เพราะตัวมันคล้ายๆ แมลงสาบแต่ตัวใหญ่กว่าในความเห็นเค้า แมงดานะครับ ไม่ใช่แมลงดา

แมงดา ในภาษาอังกฤษเรียกว่า Giant Water Bug อิๆ ผมเคยศึกษาแมงดามาเหมือนกันครับ น่าสนใจมากครับ แล้วสิ่งที่หลายๆ คนเข้าใจและผมเข้าใจก็มีหลายอย่างที่ผิดๆ เช่นที่เคยบอกว่า แมงดามาจากภูเขา จริงๆ มันมาจากทุ่งนานั่นหล่ะ แต่กลางคืนมันบินอยู่ในอากาศ เพื่อบินหาแหล่งน้ำใหม่ เพราะแมงดาจะหาแหล่งน้ำใหม่เพื่อขยายพันธุ์กันต่อไป

แต่แมงดาจะต้องโดนล่อโดนจับด้วยไฟสีม่วงครับครับ บางคนใช้สังกะสีให้สะท้อนกับแสงไฟสีเหล่านั้น ทำให้แมงดาคิดว่าเป็นแหล่งน้ำใหม่ แล้วก็บินไปตกและโดนจับไปขายตัวละสิบถึงยี่สิบบาท

เรื่องตลกยังไม่จบคือว่า หลายวันต่อมา ผมตำน้ำพริกแมงดาอีกรอบ เพื่อนเค้าออกมาเจอ บอกว่า เม้งๆ รอแปป อย่าเพิ่งตำนะ ฉันขอถ่ายรูปเธอกับแมงดาหน่อย จะเอาไปโชว์เพื่อน ฉันไปเล่าเพื่อน เพื่อนเค้าไม่เชื่อกัน ผมบอกไปว่าพอดีรีบตำครับ ผมยังมีอยู่อีกหลายตัว วันหน้าจะให้ถ่ายครับ อิๆ

ฝรั่งหลายคน ไปเที่ยวเมืองไทย เจอตะกร้าที่ขายๆข้างถนนมีตั๊กแตน และแมลงชนิดต่างๆ วางขาย ฝรั่งมักจะถามว่านั่นเค้าขายแล้วเอาไปทำไร ผมบอกว่ากินได้เลย อิๆๆ กล้ากินไหม

แล้วตอนนี้มีขายกันอยู่เยอะไหมครับ แมงดาในเมืองไทย จริงสามารถเลี้ยงได้ด้วยครับ หากสนใจจะทำธุรกิจเลี้ยงแมงดา ผมมีคู่มืออยู่ครับ เคยค้นหาเอาไว้ครับ ยังไม่เคยลองเลี้ยงเองจริงๆแบบเยอะๆ

เลี้ยงซักสิบรัง เนี่ยก็เล่นเอาหลายพันตัวและนะครับ อิๆ ไม่กล้าเลี้ยงกลัวรวยเดี๋ยวทำใจไม่ได้ครับ

อิๆๆ

ขอบคุณครับผม

เม้ง