ข้าฯขอสัญญาด้วยเกียรติของลูกเสือสำรองว่า ข้าฯจะสรุปประมวลผลความคิดเห็นเกี่ยวกับสังคมชาวบล็อกเดือนละครั้ง ว่ามีความคิดความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ช่วยขีดเส้นใต้คำว่าความเห็นส่วนตัวด้วย  โดยจะเริ่มในเดือนนี้เป็นปฐม  แอ่นแอ๊นกันเลยไหมครับ ..  

มีคนถามมาว่า ในการเขียนบล็อกผมมีแนวทางหรือตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร ก็ขอตอบว่า ผมไม่มีกรอบ ไม่มีแบบแผนอะไร เพียงแต่ต้องการจะถ่ายทอดความคิดตนเองในแบบที่เรียบง่าย แทนที่จะแต่งตัวผูกเน็กไทใส่เสื้อนอก ผมก็จะเป็นประมาณว่า ..นุ่งโสร่งมีผ้าขาวม้าผูกเอว อาบน้ำประแป้งให้ลายพร้อม นั่งอยู่ใต้ร่มลำดวน มีน้ำฝนต้มเย็นๆ มีหนังสือที่ค้างอ่าน มีโน้ตบุกค์ไว้สื่อสารกับญาติที่รักและลูกสาวที่หนีเที่ยว ว่างเมื่อไหร่ก็ทำการบ้าน บันทึกบล็อกอย่างน้อยวันละ1เรื่อง ตามที่ท่านอาจารย์ใหญ่กำหนดไว้เป็นไฟล์บังคับเมื่อปีที่แล้ว แต่เพิ่งจะมาทำ จำกัดจำเขี่ยอุปสรรคออกไป แล้วไล่ล่าตัวอักษรจับมาเรียงกันนอนเป็นข้อความ เพื่อสื่อสารออกไปจากป่าแห่งนี้ โดยมีข้อกำหนดในใจดังนี้  

1.    ปีนี้เป็นปีทองของผองไทยทั้งมวล ที่จะสนองพ่อหลวงของแผ่นดิน ผมทำอะไรเกี่ยวกับพระราชดำริของพระองค์ ก็จะลงแทรกไว้ในเรื่องของวินัยชีวิต เศรษฐกิจวิถีไท เพียงแต่ซ่อนไว้เป็นสิ่งละอันพันละน้อย เช่น ลงภาพหม้อดินหุงข้าว การปิ้งปลาสดๆร้อนๆ ชวนกินข้าวป่าของชาวบ้าน ในบล็อกที่แล้ว เพื่อจะสื่อให้เห็นว่า ความเรียบง่าย อยู่ง่าย กินง่าย เป็นพื้นฐานด้านเศรษฐกิจพอเพียงส่วนหนึ่งในครัวเรือนของชาวบ้าน  

2.    ปีนี้สังคมไทยเครียด เต็มไปด้วยปัญหาใหม่ๆ วิกฤติที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ความไม่ชอบมาพากลที่ทยอยมาปั่นศีรษะคนไทยเหมือนจิ้งหรีด ไม่ทราบว่าผมจะเข้าใจผิดหรือเปล่า ถึงผมจะเขียนเนื้อหาสาระให้ดีเพียงใดก็จะมาคนตั้งใจอ่านแบบเอาใจความประมาณ 5-10คน จึงคิดว่าไม่เหมาะที่จะเขียนอะไรทื่อๆหนักๆในรูปแบบวิชาการ จึงหาทางออกแบบพบกันครึ่งทาง จะสังเกตเห็นว่า วิชาการก็ไม่ใช่ วิชาเกินก็ไม่เชิง กล้ำกึ่งกันคลุกคลิกเหมือนน้ำกลิ้งอยู่บนใบบอน จึงมีเรื่องลักษณะนี้วับๆแวมๆให้ท่านเห็นลับๆล่อๆพอยั่วให้หันมาสนใจอ่านบ้าง  

3.    ปี้นี้คนไทยมีปัญหาด้านจิตใจ ต้องการคนรับรู้ คนเข้าใจ คนยอมรับ โดยเฉพาะท่านที่อยู่ในวัฒนธรรมราชการ ที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์และระเบียบปฏิบัติ บางท่านอาจจะได้รับผลจากความอำเภอใจของระบบ CEO. ทำให้เกิดความทดท้อ วิตกกังวล ตึงเครียด ไม่รู้ที่จะหันหน้าไปหาใคร จึงอาศัยบล็อกสร้างพื้นที่ความคิดความชอบส่วนตัว ตบแต่งห้องรับแขกอย่างสวยงาม เชิญเพื่อนมาจิบน้ำชาคุยกัน ชวนคิด ชวนแต่งกลอน ชวนๆๆ..นานเข้าก็มีเพื่อนเข้าๆออกๆมากขึ้น ที่จริตตรงกันก็ผูกสัมพันธ์เป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้อง  เป็นเครือญาติที่ยิ่งกว่าญาติ ลูกสาวผมบางคนสารภาพว่าคุยกับพ่อบุญธรรมมากกว่าพ่อตัวเองเสียอีก ผมคิดว่าคนที่เปิดโลกส่วนตัวได้แล้ว เธอจะมีความสุข สบายใจ ได้พักใจ คุยกับคนที่รู้ใจ สร้างรูปแบบภาษาแซวกันขึ้นมาเป็นการเฉพาะ เช่น อิอิๆ ก๊ากๆๆ แฮ่ๆๆ เฮะๆๆ เน๊อะๆๆ ฯลฯ บางคนมีการตูนน่ารักสร้างสีสันให้กับห้องรับแขก มีเพลงไฟเพราะประจำตัว มีภาพสวยๆมาอวดกัน ส่งถึงกัน ส่งให้กัน ผมกำลังมองว่า เรากำลังสร้างวัตธรรมICT.สายพันธุ์ไทยขึ้นมา ที่นอกเหนือไปกว่านั้น พื้นที่สาธารณะตรงนี้เป็นพื้นที่ความดี ผมได้ตั้งตู้ATM.  รับฝากความดี ความสุข รอยยิ้ม เบิกถอนความดีได้ไม่อั้น    

4.    ปีนี้ผมทำอะไร วันไหน เรื่องอะไร แทนที่จะบันทึกไว้เหมือนไดอารีสมัยก่อน ผมก็มาเขียนไว้ที่นี่ เปิดให้ใครก็ได้มาอ่าน สนใจก็คุยต่อ ยังไม่โดนใจก็เปิดแว๊บๆผ่านไป ที่สนใจมากก็นั่งลงคุยกัน แทนที่จะแลกนามบัตรก็แลกความรู้ แลกความเห็น แลกไมตรีจิตมิตรภาพ ที่สามารถกำหนดได้ตามศักยภาพของแต่ละคน ว่าจะเข้ามาลึกตื้นขนาดไหน เรียกว่าสะดวกคิด สะดวกทำ กำหนดอย่างใจชอบได้ 100%    

เท่าที่แอบไปอ่าน หลายท่านยังไม่บันทึกประจำ ทำแบบนานครั้งตามสะดวก เพราะมีภารกิจเยอะก็ไม่ว่ากัน แต่ส่วนใหญ่มักจะอ้างว่าไม่รู้จะเขียนอะไร ผมจึงทำให้เห็นว่า ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่เราเขียนถึงไม่ได้ จึงยั่วยุให้หลายๆท่านมาสะท้อนความเห็น ทำไปทำมาเกิดความสนุกความเคยชิน กล้าที่จะเขียนตอบโต้ได้มากขึ้น สุดท้ายแรงบันดานใจจะนำไปสู่การเขียนบันทึกบล็อกของตนเองได้อย่างมีสีสาร เพราะมันผุดพรายขึ้นมาตามความสุขงอมภายในห้วงคำนึง  

5.    ปีนี้มีงานขับเคลื่อนภาคสังคมชนบทเกิดขึ้นมากมาย ถนนทุกสายมุ่งสู่ภูมิภาค แผนงานโครงงานต่างๆดาหน้าเข้าหาองค์กรและผู้นำชุมชน เกิดกิจกรรมขึ้นหลายรูปแบบหลายกรณี ทั้งการพัฒนา การศึกษา การวิจัย เรียกว่าคึกคักครึกครื้นกว่าที่ผ่านมา เรื่องเหล่านี้จะเป็นร่องรอยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในการนำวิธีการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในแต่ละพื้นถิ่น ออกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันผ่านการรายงานในรูปของการบันทึกบอกเล่าแบบไม่เป็นทางการ ทำให้น่าอ่าน สะดวกรับ และสะดวกต่อการติดตามสาระการดำเนินงาน จะช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ต้องดำดินทำความเข้าใจต่อไป ประเด็นนี้ผมแทรกไว้สม่ำเสมอให้แล้ว  

6.    ปีนี้มีการยกระดับงานด้านการพัฒนาวิชาความรู้ในเชิงของการทำงานพัฒนาที่เจาะจงให้เห็นผลของการเอาวิชาการ เข้าไปสู่วิชาชีพ การสร้างแผนงานที่จะไปกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนการรับรู้ ให้เป็นการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม เรื่องการเตรียมความพร้อมด้านชุดความรู้หลักและความรู้รองเพื่อสนองการฝึกอบรมกลุ่มผู้สนใจต่างๆทั้งด้านภาคเอกชน ราชการ และกลุ่มเครือข่ายองค์กรชุมชน ผมได้บันทึกแทรกไว้ในรูปของการร่ายเรียงเนื้อหาแบบภาษาที่ชาวบ้านอ่านรู้เรื่อง ไม่ต้องไต่บันไดขึ้นแปลไทยให้เป็นไทย    

7.    ปีนี้ผมเข้ามาเป็นแม่บ้าน โครงการพัฒนบูรณาการศาสตร์เต็มตัว จะเห็นว่าในชั้นแรกงานนี้อืดเป็นเรือเกลือ เพราะฝ่ายพื้นที่รวมทั้งผมด้วยติดปัญหาเรื่องสังขารเรื่องจิปาถะภายใน รวมทั้งเรื่องประสานงานระดับนโยบายเบื้องบน และเรื่องศักยภาพของนักศึกษาโข่งแต่ละคน ที่เคยคุยกับ ศ .อภิชัย พันธเสน และ ดร.แสวง รวยสูงเนิน ว่าเราจะได้อาศัยพลังนักศึกษาพวกนี้มาช่วยงานมหาชีวาลัยอีสาน แต่เอาจริงจากความไม่พร้อมของแต่ละคน ทำให้คนที่ชื่อครูบาแบกปัญหาจนหลังแทบหัก บางวันเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด ให้แม่บ้านทำอาหารเลี้ยงดู ล้างจงล้างจาน บริการสารพัด แต่นักศึกษาติดนิสัยมักง่ายตาบอดสี มองไม่เห็นความเหนื่อยยากขององค์กร ดีแต่เรียกร้องให้ช่วยอย่างนั้นอย่างนี้ บางคนไม่โทรเรียกไม่มา เป็นนักเรียนแต่ไม่เข้าห้องเรียน สำนวนเล่าฮูแสวง ผมคงสอบตกภาวะผู้นำและการบริหารองค์กร   

บางคนยังไม่ทิ้งนิสัยกะลิ้มกะเหลี่ยทำให้เมียไม่ไว้ใจ จะไปไหนก็ผลุบๆโผล่ๆ มีปัญหาเรื่องการนัดหมาย เอ้อระเหยลอยชายไม่ร้อนไม่หนาว ฉันจะมาเมื่อฉันพอใจ ฉันจะไปเมื่อฉันไม่ต้องการ บางคนจะเป็นจะตายนั่งฟังการประชุมหารือไม่ได้ประสาทจะแด- มองซ้ายมองขวาแล้วก็หลุกหลิกหลบฉากกลับบ้าน จะหวังพึ่งพาเล็กๆน้อยๆอะไรไม่ได้เลย เป็นพวกดินพอกหางหมู ยังคิดเล่นๆ เรียนเล่นๆ ยกเอาเรื่องขี้ปะติ๋วส่วนตัวมาต่อรอง เป็นเงื่อนไขที่จะชะลอความโง่เขลาของตัวให้เนิ่นนานออกไป ปัญหายังอยู่ที่ขาดน้ำใจ ขาดมิติทางสังคม ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงต่อไป ถ้าคนที่เรียกว่าครูบาไม่สิ้นชื่อเสียก่อนในเร็ววันนี้ ปัญหาทั้งมวลเหล่านี้ได้เขียนไว้ในคำสารภาพสรุปงาน KM.ชุมชนไว้แล้ว     

สรุป

1.    มีเรื่องรายงานความเคลื่อนไหวทั่วไปประจำวัน

2.    มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพันธหน้าที่ประจำ

3.    มีเรื่องที่เกี่ยวของกับภาคสังคมเชิงรุก และเชิงรับ

4.    มีเรื่องเกี่ยวกับการทำงานอิงระบบ

5.    มีเรื่องเกี่ยวกับพันธมิตรวิชาการ

6.    มีเรื่อง KM.ธรรมชาติ

7.    มีเรื่องการออกแบบรูปแบบการเขียนบล็อก

8.    มีเรื่องความคืบหน้าในการแสวงหาญาติสายพันธุ์ ICT.  

นอกจาก 8 ข้อนี้ก็คงมีแทรกอยู่ที่ละนิดละหน่อย ถ้าว่างก็ค่อยๆแคะๆแง้มๆหาดูเผื่อเจอที่ไหนช่วยบอกด้วย และละเลยจุดไหนก็ช่วยเตือนด้วย มีความเห็นแย้งอะไรก็ช่วยเติมลงมาด้วย   ต้องขออภัยที่ไม่สามารถเขียนบทสรุปให้หวานชื่นได้ ยังไงก็ขอให้ถือว่า หวานเป็นลม ขมเป็นยา ก็แล้วกัน อามิตรพุทธ ..