สรุปรายงานประจำเดือนกุมภาพันธ์ 2550

  ต้องขออภัยที่ไม่สามารถเขียนบทสรุปให้หวานชื่นได้ ยังไงก็ขอให้ถือว่า “หวานเป็นลม ขมเป็นยา” ก็แล้วกัน อามิตรพุทธ..  

 

ข้าฯขอสัญญาด้วยเกียรติของลูกเสือสำรองว่า ข้าฯจะสรุปประมวลผลความคิดเห็นเกี่ยวกับสังคมชาวบล็อกเดือนละครั้ง ว่ามีความคิดความเห็นส่วนตัวเกี่ยวกับเรื่องนี้อย่างไร ช่วยขีดเส้นใต้คำว่าความเห็นส่วนตัวด้วย  โดยจะเริ่มในเดือนนี้เป็นปฐม  แอ่นแอ๊นกันเลยไหมครับ ..  

มีคนถามมาว่า ในการเขียนบล็อกผมมีแนวทางหรือตั้งเป้าหมายไว้อย่างไร ก็ขอตอบว่า ผมไม่มีกรอบ ไม่มีแบบแผนอะไร เพียงแต่ต้องการจะถ่ายทอดความคิดตนเองในแบบที่เรียบง่าย แทนที่จะแต่งตัวผูกเน็กไทใส่เสื้อนอก ผมก็จะเป็นประมาณว่า ..นุ่งโสร่งมีผ้าขาวม้าผูกเอว อาบน้ำประแป้งให้ลายพร้อม นั่งอยู่ใต้ร่มลำดวน มีน้ำฝนต้มเย็นๆ มีหนังสือที่ค้างอ่าน มีโน้ตบุกค์ไว้สื่อสารกับญาติที่รักและลูกสาวที่หนีเที่ยว ว่างเมื่อไหร่ก็ทำการบ้าน บันทึกบล็อกอย่างน้อยวันละ1เรื่อง ตามที่ท่านอาจารย์ใหญ่กำหนดไว้เป็นไฟล์บังคับเมื่อปีที่แล้ว แต่เพิ่งจะมาทำ จำกัดจำเขี่ยอุปสรรคออกไป แล้วไล่ล่าตัวอักษรจับมาเรียงกันนอนเป็นข้อความ เพื่อสื่อสารออกไปจากป่าแห่งนี้ โดยมีข้อกำหนดในใจดังนี้  

1.    ปีนี้เป็นปีทองของผองไทยทั้งมวล ที่จะสนองพ่อหลวงของแผ่นดิน ผมทำอะไรเกี่ยวกับพระราชดำริของพระองค์ ก็จะลงแทรกไว้ในเรื่องของวินัยชีวิต เศรษฐกิจวิถีไท เพียงแต่ซ่อนไว้เป็นสิ่งละอันพันละน้อย เช่น ลงภาพหม้อดินหุงข้าว การปิ้งปลาสดๆร้อนๆ ชวนกินข้าวป่าของชาวบ้าน ในบล็อกที่แล้ว เพื่อจะสื่อให้เห็นว่า ความเรียบง่าย อยู่ง่าย กินง่าย เป็นพื้นฐานด้านเศรษฐกิจพอเพียงส่วนหนึ่งในครัวเรือนของชาวบ้าน  

2.    ปีนี้สังคมไทยเครียด เต็มไปด้วยปัญหาใหม่ๆ วิกฤติที่ยังหาข้อยุติไม่ได้ ความไม่ชอบมาพากลที่ทยอยมาปั่นศีรษะคนไทยเหมือนจิ้งหรีด ไม่ทราบว่าผมจะเข้าใจผิดหรือเปล่า ถึงผมจะเขียนเนื้อหาสาระให้ดีเพียงใดก็จะมาคนตั้งใจอ่านแบบเอาใจความประมาณ 5-10คน จึงคิดว่าไม่เหมาะที่จะเขียนอะไรทื่อๆหนักๆในรูปแบบวิชาการ จึงหาทางออกแบบพบกันครึ่งทาง จะสังเกตเห็นว่า วิชาการก็ไม่ใช่ วิชาเกินก็ไม่เชิง กล้ำกึ่งกันคลุกคลิกเหมือนน้ำกลิ้งอยู่บนใบบอน จึงมีเรื่องลักษณะนี้วับๆแวมๆให้ท่านเห็นลับๆล่อๆพอยั่วให้หันมาสนใจอ่านบ้าง  

3.    ปี้นี้คนไทยมีปัญหาด้านจิตใจ ต้องการคนรับรู้ คนเข้าใจ คนยอมรับ โดยเฉพาะท่านที่อยู่ในวัฒนธรรมราชการ ที่เต็มไปด้วยกฎเกณฑ์และระเบียบปฏิบัติ บางท่านอาจจะได้รับผลจากความอำเภอใจของระบบ CEO. ทำให้เกิดความทดท้อ วิตกกังวล ตึงเครียด ไม่รู้ที่จะหันหน้าไปหาใคร จึงอาศัยบล็อกสร้างพื้นที่ความคิดความชอบส่วนตัว ตบแต่งห้องรับแขกอย่างสวยงาม เชิญเพื่อนมาจิบน้ำชาคุยกัน ชวนคิด ชวนแต่งกลอน ชวนๆๆ..นานเข้าก็มีเพื่อนเข้าๆออกๆมากขึ้น ที่จริตตรงกันก็ผูกสัมพันธ์เป็นเพื่อน เป็นพี่เป็นน้อง  เป็นเครือญาติที่ยิ่งกว่าญาติ ลูกสาวผมบางคนสารภาพว่าคุยกับพ่อบุญธรรมมากกว่าพ่อตัวเองเสียอีก ผมคิดว่าคนที่เปิดโลกส่วนตัวได้แล้ว เธอจะมีความสุข สบายใจ ได้พักใจ คุยกับคนที่รู้ใจ สร้างรูปแบบภาษาแซวกันขึ้นมาเป็นการเฉพาะ เช่น อิอิๆ ก๊ากๆๆ แฮ่ๆๆ เฮะๆๆ เน๊อะๆๆ ฯลฯ บางคนมีการตูนน่ารักสร้างสีสันให้กับห้องรับแขก มีเพลงไฟเพราะประจำตัว มีภาพสวยๆมาอวดกัน ส่งถึงกัน ส่งให้กัน ผมกำลังมองว่า เรากำลังสร้างวัตธรรมICT.สายพันธุ์ไทยขึ้นมา ที่นอกเหนือไปกว่านั้น พื้นที่สาธารณะตรงนี้เป็นพื้นที่ความดี ผมได้ตั้งตู้ATM.  รับฝากความดี ความสุข รอยยิ้ม เบิกถอนความดีได้ไม่อั้น    

4.    ปีนี้ผมทำอะไร วันไหน เรื่องอะไร แทนที่จะบันทึกไว้เหมือนไดอารีสมัยก่อน ผมก็มาเขียนไว้ที่นี่ เปิดให้ใครก็ได้มาอ่าน สนใจก็คุยต่อ ยังไม่โดนใจก็เปิดแว๊บๆผ่านไป ที่สนใจมากก็นั่งลงคุยกัน แทนที่จะแลกนามบัตรก็แลกความรู้ แลกความเห็น แลกไมตรีจิตมิตรภาพ ที่สามารถกำหนดได้ตามศักยภาพของแต่ละคน ว่าจะเข้ามาลึกตื้นขนาดไหน เรียกว่าสะดวกคิด สะดวกทำ กำหนดอย่างใจชอบได้ 100%    

เท่าที่แอบไปอ่าน หลายท่านยังไม่บันทึกประจำ ทำแบบนานครั้งตามสะดวก เพราะมีภารกิจเยอะก็ไม่ว่ากัน แต่ส่วนใหญ่มักจะอ้างว่าไม่รู้จะเขียนอะไร ผมจึงทำให้เห็นว่า ในโลกนี้ไม่มีสิ่งใดที่เราเขียนถึงไม่ได้ จึงยั่วยุให้หลายๆท่านมาสะท้อนความเห็น ทำไปทำมาเกิดความสนุกความเคยชิน กล้าที่จะเขียนตอบโต้ได้มากขึ้น สุดท้ายแรงบันดานใจจะนำไปสู่การเขียนบันทึกบล็อกของตนเองได้อย่างมีสีสาร เพราะมันผุดพรายขึ้นมาตามความสุขงอมภายในห้วงคำนึง  

5.    ปีนี้มีงานขับเคลื่อนภาคสังคมชนบทเกิดขึ้นมากมาย ถนนทุกสายมุ่งสู่ภูมิภาค แผนงานโครงงานต่างๆดาหน้าเข้าหาองค์กรและผู้นำชุมชน เกิดกิจกรรมขึ้นหลายรูปแบบหลายกรณี ทั้งการพัฒนา การศึกษา การวิจัย เรียกว่าคึกคักครึกครื้นกว่าที่ผ่านมา เรื่องเหล่านี้จะเป็นร่องรอยให้เห็นความเปลี่ยนแปลงในการนำวิธีการสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ในแต่ละพื้นถิ่น ออกมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันผ่านการรายงานในรูปของการบันทึกบอกเล่าแบบไม่เป็นทางการ ทำให้น่าอ่าน สะดวกรับ และสะดวกต่อการติดตามสาระการดำเนินงาน จะช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องไม่ต้องดำดินทำความเข้าใจต่อไป ประเด็นนี้ผมแทรกไว้สม่ำเสมอให้แล้ว  

6.    ปีนี้มีการยกระดับงานด้านการพัฒนาวิชาความรู้ในเชิงของการทำงานพัฒนาที่เจาะจงให้เห็นผลของการเอาวิชาการ เข้าไปสู่วิชาชีพ การสร้างแผนงานที่จะไปกระตุ้นให้เกิดการปรับเปลี่ยนการรับรู้ ให้เป็นการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม เรื่องการเตรียมความพร้อมด้านชุดความรู้หลักและความรู้รองเพื่อสนองการฝึกอบรมกลุ่มผู้สนใจต่างๆทั้งด้านภาคเอกชน ราชการ และกลุ่มเครือข่ายองค์กรชุมชน ผมได้บันทึกแทรกไว้ในรูปของการร่ายเรียงเนื้อหาแบบภาษาที่ชาวบ้านอ่านรู้เรื่อง ไม่ต้องไต่บันไดขึ้นแปลไทยให้เป็นไทย    

7.    ปีนี้ผมเข้ามาเป็นแม่บ้าน โครงการพัฒนบูรณาการศาสตร์เต็มตัว จะเห็นว่าในชั้นแรกงานนี้อืดเป็นเรือเกลือ เพราะฝ่ายพื้นที่รวมทั้งผมด้วยติดปัญหาเรื่องสังขารเรื่องจิปาถะภายใน รวมทั้งเรื่องประสานงานระดับนโยบายเบื้องบน และเรื่องศักยภาพของนักศึกษาโข่งแต่ละคน ที่เคยคุยกับ ศ .อภิชัย พันธเสน และ ดร.แสวง รวยสูงเนิน ว่าเราจะได้อาศัยพลังนักศึกษาพวกนี้มาช่วยงานมหาชีวาลัยอีสาน แต่เอาจริงจากความไม่พร้อมของแต่ละคน ทำให้คนที่ชื่อครูบาแบกปัญหาจนหลังแทบหัก บางวันเหนื่อยจนสายตัวแทบขาด ให้แม่บ้านทำอาหารเลี้ยงดู ล้างจงล้างจาน บริการสารพัด แต่นักศึกษาติดนิสัยมักง่ายตาบอดสี มองไม่เห็นความเหนื่อยยากขององค์กร ดีแต่เรียกร้องให้ช่วยอย่างนั้นอย่างนี้ บางคนไม่โทรเรียกไม่มา เป็นนักเรียนแต่ไม่เข้าห้องเรียน สำนวนเล่าฮูแสวง ผมคงสอบตกภาวะผู้นำและการบริหารองค์กร   

บางคนยังไม่ทิ้งนิสัยกะลิ้มกะเหลี่ยทำให้เมียไม่ไว้ใจ จะไปไหนก็ผลุบๆโผล่ๆ มีปัญหาเรื่องการนัดหมาย เอ้อระเหยลอยชายไม่ร้อนไม่หนาว ฉันจะมาเมื่อฉันพอใจ ฉันจะไปเมื่อฉันไม่ต้องการ บางคนจะเป็นจะตายนั่งฟังการประชุมหารือไม่ได้ประสาทจะแด- มองซ้ายมองขวาแล้วก็หลุกหลิกหลบฉากกลับบ้าน จะหวังพึ่งพาเล็กๆน้อยๆอะไรไม่ได้เลย เป็นพวกดินพอกหางหมู ยังคิดเล่นๆ เรียนเล่นๆ ยกเอาเรื่องขี้ปะติ๋วส่วนตัวมาต่อรอง เป็นเงื่อนไขที่จะชะลอความโง่เขลาของตัวให้เนิ่นนานออกไป ปัญหายังอยู่ที่ขาดน้ำใจ ขาดมิติทางสังคม ซึ่งจะต้องมีการปรับปรุงต่อไป ถ้าคนที่เรียกว่าครูบาไม่สิ้นชื่อเสียก่อนในเร็ววันนี้ ปัญหาทั้งมวลเหล่านี้ได้เขียนไว้ในคำสารภาพสรุปงาน KM.ชุมชนไว้แล้ว     

สรุป

1.    มีเรื่องรายงานความเคลื่อนไหวทั่วไปประจำวัน

2.    มีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับพันธหน้าที่ประจำ

3.    มีเรื่องที่เกี่ยวของกับภาคสังคมเชิงรุก และเชิงรับ

4.    มีเรื่องเกี่ยวกับการทำงานอิงระบบ

5.    มีเรื่องเกี่ยวกับพันธมิตรวิชาการ

6.    มีเรื่อง KM.ธรรมชาติ

7.    มีเรื่องการออกแบบรูปแบบการเขียนบล็อก

8.    มีเรื่องความคืบหน้าในการแสวงหาญาติสายพันธุ์ ICT.  

นอกจาก 8 ข้อนี้ก็คงมีแทรกอยู่ที่ละนิดละหน่อย ถ้าว่างก็ค่อยๆแคะๆแง้มๆหาดูเผื่อเจอที่ไหนช่วยบอกด้วย และละเลยจุดไหนก็ช่วยเตือนด้วย มีความเห็นแย้งอะไรก็ช่วยเติมลงมาด้วย   ต้องขออภัยที่ไม่สามารถเขียนบทสรุปให้หวานชื่นได้ ยังไงก็ขอให้ถือว่า หวานเป็นลม ขมเป็นยา ก็แล้วกัน อามิตรพุทธ ..

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน KM ในมหาชีวาลัยอีสาน

คำสำคัญ (Tags)#พัฒนบูรณาการศาสตร์#ครูบาสุทธินันท์#มหาชีวาลัยอีสาน

หมายเลขบันทึก: 81307, เขียน: 01 Mar 2007 @ 10:40, แก้ไข, 17 Jun 2012 @ 19:01, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 32, อ่าน: คลิก
บันทึกล่าสุด


ความเห็น (32)

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 01 Mar 2007 @ 10:53
  • กำลังจะไปทำงานเห็นบันทึกพ่อขึ้น
  • เพิ่งครบเดือนแรกหลังจากที่อยู่ก๊วนพ่อครับ
  • แบบว่าอายพ่อครูบาครับผม
  • ฮ่าๆๆๆๆ
JJ
เขียนเมื่อ 01 Mar 2007 @ 10:55
กราบเรียนท่านพี่สุทธินันท์ ตามมาให้กำลังใจครับ จะได้ตอบคำถามท่าน อ.ดร.แสง เรา Blog กัน เรื่องอันใด "มีสาระ หรือ เพื่อระบาย"
P

อายครู ไม่รู้วิชา

อายพ่อตา ไม่ได้มรดก

พ่อครูขา...ข้อ 8 นี่  8.1 แสวงหาลูกสะใภ้ ใช่มั๊ยคะ  ^__* ไม่งั้นลูกชายพ่อเหมงแน่ๆเลยค่ะ  อิอิ  แซวน้องแล้วเผ่นค๊า...
P
JJ เมื่อ

จะเข้าไปดูให้ครับ ยังไม่ได้อ่านของคนอื่น

มัวแต่นั่งแกะหยากใย้ในใจตัวเองอยู่ครับอาจารย์

P

 เลี้ยงหมู ก็หวังให้มันออกลูก

เลี้ยงไก่ ก็หวังให้มันไข่เยอะๆ

ไม่ยังงั้นเราก็ขาดทุนอยู่ไม่ได้ ใช่ไหมละหนิง

มีอะไรพิเศษจะให้ช่วยไหม

ใช้บริการพ่อได้นะ บอกมาเลยไอ้หนุ่มคนไหน? อิๆๆๆ

พ่อครูขา หนิงอ่ะ เหมงแล้วค๊า...

พ่อครูขา หนิงอ่ะ เหมงแล้วค๊า...

ตามศัพท์ แสงไม่ทัน

ตกรุ่น ตีความหมาย เหมง บ่ได้

โอ้ย ปึกหลายเด้!!

  • อ่านบันทึกพ่อครูแล้วมีพลังในการทำงานค่ะ
  • ว่าแต่เป็นลูกเสือสำรองจริงเหรอค่ะ.......พ่อครูขา  (น่าจะเป็นพ่อเสือนะคะ เพราะเฝ้าถ้ำอยู่ให้ลูก ๆ เข้าไปศึกษา) เป็นถ้ำการศึกษางัยคะ
  • ขอหยิกอาจารย์ขจิต มิน่า!....  เล่า มัวอายพ่อตาละซิ.....จึงไม่ได้มรดก (แอบยิ้ม....ยิ้ม)

P

อาจารย์ครับ เป็นเสือสำรองนะดีแล้ว

เดี๋ยวพวกผู้บ่าวกินแมวจะมาหาว่าเขียนเสือให้วัวกลัว

อาจารย์สบายดีนะครับ

ขอให้มีความสุขในการอ่าน-เขียน-บล็อกครับ

 

Ranee
เขียนเมื่อ 01 Mar 2007 @ 14:31

เรียนท่านครูบา

        มีราณีอีกคนที่ไม่ค่อยกล้าเขียนค่ะ  กลัวว่ามีคนไม่อ่าน  แต่พอครูบาให้กำลังใจจึงได้เขียนแบบไร้สาระบ้าง 

         แต่มีอยู่บันทึกหนึ่งของคุณครูธเนศ ขำเกิด ที่ตั้งชื่อเรื่องว่าโลกในใจของบุญถึง เข้าไปอ่านตอนที่ 10 แล้วติดใจตามไปอ่านถึงตอนที่ 13  เขียนเรื่อย ๆ แต่น่าอ่านน่าชื่นชมมากค่ะ  ราณีเลยตามไปอ่านตั้งแต่ตอนที่ 1 เลยค่ะ  พอครูบาพูดเรื่องนี้เลยเอามาเล่า  จริง ๆ แล้วของคุณครูธเนศไม่ค่อยมีคนเข้าไปอ่านเลย  แต่เป็นความบังเอิญและโชคดีของราณีได้มีโอกาสได้อ่าน  เลยนำมาเล่าด้วยความชื่นชม

       สุดท้ายอยากเขียนบันทึกเป็นประจำค่ะ  แต่หัวไม่ค่อยแล่น  กลัวว่าทำแล้วจะออกมาไม่ดีพอ 

P
  • เมื่อก่อนผมก็เป็นแบบอาจารย์นี่แหละ
  • ยังไม่ลงมือทำอะไร แต่ๆ ๆ
  • คิดเรื่องข้างหน้าแบบถอยหลัง
  • เกรงว่าหัวจะไม่แล่น (เอาอะไรมาพิสูจน์)
  • เขียนแบบไม่มีสาระบ้าง (เอาอะไรมาตัดสิน)
  • กลัวไม่มีคนอ่าน(คาดการจากอะไร)
  • อยากเขียนบันทึกประจำวัน(จะรอทำไมละ)
  • กลัวทำแล้วไม่ดีพอ(ดูถูกฝีมือตัวเอง)
  • ผมเชื่อ100%ว่าอาจารย์รานีทำได้ดี

 ผมแอบติดตามวิธีคิดวิธีเขียนอาจารย์ก้าวต่อก้าวเลยนะ เห็นว่าในตัวอาจารย์มีพลังภายในสูงมาก ถ้าทำอะไรจะทุ่มเทและมุ่งมั่นแบบพิชิตเอาชัยชนะโดยเร็วไว้ ตอนนี้คาดการได้เท่านี้ ถ้าอาจารย์ขยับอะไรอีก ผมถึงจะมีสาระมาเป็นทุนวิเคราะห์สิ่งที่อาจารย์ทำได้ รีบๆเถอะในขณะซึ่งยังมีโอกาสทำอะไรได้สะดวก จะได้ไม่เสียใจภายหลังว่าอันนั้นก็ไม่ได้ทำ ไอ้นี่ก็ไม่ได้ทำ สุดท้ายก็วกมาถามตัวเองอีกว่า..ทำไมถึงไม่ทำละ..ผมผ่านบทเรียนโง่ๆที่ทำให้ตัวเองเสียดายโอกาสหลายเรื่องที่ไม่ได้ทำ แล้วมันก็ไม่สามารถเรียกกลับคืนมาได้

ผมว่าอาจารย์เป็นคนทำงานละเอียดละเออมากกว่า

แต่สมัยนี้ทำอะไรก็ต้องเร่งเครื่องขึ้นบ้าง

อาจารย์จะตรงกันข้ามกับลูกหว้า ลูกหว้าทำงานบุกแหลก โฉ่งฉ่าง บางทีก็เหนื่อย จุก เพราะลุยจนสุดฤทธิ์สุดเดช 

 ยังดีที่มีคู่หู คนหนึ่งช้า คนหนึ่งไว เลยพอปะทะปะทังไปด้วยกันได้

เรียนพ่อครูบาฯค่ะ

       ก่อนอื่นในฐานะเป็นลูกสาวชาวใต้ ของพ่อครู

 ขอแจ้งแถลงไข  คำว่า "เหมง" ก่อนนะคะ

     เหมง เป็นภาษาถิ่นใต้ หมายถึง "ไม่ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว เช่น พยายามจีบอยู่ตั้งนาน เพื่อนมาไม่กี่วัน พาไปกินข้าวแล้ว สาเหมงหล่าว "

      ซึ่งอันนี้ เหมาะหรือไม่เหมาะ กับ ลูกชายของพ่อครูฯ ต้องพิจารณากันอีกครั้งหนึ่งค่ะ

     สำหรับตัวหนูเอง  การเขียนบันทึกใน gotoknow ส่วนใหญ่แล้ว จะเขียนเกี่ยวกับงานที่ทำมากกว่า  ยังไม่กล้าแกร่งพอ ที่จะเขียนนำเสนอ ประเด็น หรือเรื่องราว ความนึกคิดของตัวเอง  คงต้องพยายามกันต่อ ๆ ไปค่ะ พ่อครูฯ

 

     สำหรับตัวหนูเอง  การเขียนบันทึกใน gotoknow ส่วนใหญ่แล้ว จะเขียนเกี่ยวกับงานที่ทำมากกว่า  ยังไม่กล้าแกร่งพอ ที่จะเขียนนำเสนอ ประเด็น หรือเรื่องราว ความนึกคิดของตัวเอง  คงต้องพยายามกันต่อ ๆ ไปค่ะ พ่อครูฯ สู้ได้สบายๆอยู่แล้ว แป๋วเสียอย่าง ค่อยคิดค่อยทำสะสมไปเรื่อยๆ
Ranee
เขียนเมื่อ 01 Mar 2007 @ 16:58

กราบเรียนท่านครูบา

  • ขึ้นต้นก็แปลกกว่าทุกวันค่ะ  เพราะเข้ามาเปิดอ่าน ก็บอกได้คำเดียวเลยค่ะ อี้ง ทึ่ง ซาบซึ้ง(แฮะ ๆ มี 3 คำค่ะ )
  • จริง ๆ อยากทำมากค่ะแต่พอกลับบ้านก็นึกได้ว่าจะเขียนเรื่องอะไร  แต่ไม่มี Internet ที่บ้าน จะบอกว่าLow technology ก็ได้ค่ะ  แต่ไม่ค่อยได้อยู่บ้านเลยไม่ได้ใส่ internetไว้ที่บ้าน  มีแต่ที่ทำงานใกล้ ๆ บ้าน ไม่ใช่ที่มหาวิทยาลัยนะค่ะ  เพราะราณีกลับบ้านต้องไปดูธุรกิจด้วยค่ะ
  • จะว่าแก่ก็ยอมค่ะครูบา เพราะเดี๋ยวนี้นึกอะไรได้ก็ต้องจดก่อน  เพราะเดี๋ยวลืม
  • กราบขอบคุณงาม ๆ นะค่ะที่ติดตามวิธีการเขียนของราณีแบบก้าวต่อก้าว   (หัวใจพองคับอกเลยค่ะ)

พ่อครูฯ ขา

         หนูชื่อ "แป๊ด"  คะ  ไม่ใช่ "แป๋ว"

ยิ้ม ๆ ค่ะ

อ.ลูกหว้า
เขียนเมื่อ 01 Mar 2007 @ 17:08
สวัสดีค่ะคุณพ่อ..ราณีบอกว่ามีพาดพิงถึงนิดๆ เลยแวะเข้ามาค่ะ วันนี้สงสัยจะจุกจริงๆค่ะ ปวดหัวเลย...หนูเพิ่งเช็คดวงตัวเองเมื่อคืน ยังมีแรงทำงานต่อไปค่ะ เพราะการงานดี เรื่องเงินก็ดี แต่หนี้เยอะไปหน่อย...กำลังกำจัดอยู่ค่ะ พอก่อนนะคะหนูปวดหัวมากเลย

เรื่องการเขียนบันทึก

เรียน พ่อครูบา ที่เคารพยิ่งครับ

เรื่อง อาจหาญเขียนเรื่องส่วนตัว ของผม ความรู้สึกนึกคิดของกระผมก็เจือลงในบันทึกมาก

บันทึกผม ที่เป็นงานวิชาการ มันเกิดจากความอึดอัด เกิดจากความที่เราได้สัมผัสกับ ความไม่เท่าเทียม หรือเปล่านะครับ ก็ถ่ายทอดออกมาแบบนั้น

บางครั้งก็เกรงใจคนอ่านของเราเหลือเกิน

แต่กระผมก็พยายามแบ่ง Blog ออกเป็น ๔ ภาค ด้วยกัน ทั้ง วิชาการ เรื่องตนเอง และงานวิจัยท่องเที่ยว รวมถึงธรรมะแบบด่วนๆ  ล้วนแล้วแต่เป็นตัวผมนะครับ

ผมเป็นเด็กยังด้อยประสบการณ์อยู่มากในยุทธภพนี้

ขอพ่อครูช่วยชี้แนะด้วยครับ

P
  • จะว่าแก่ก็ยอมค่ะครูบา
  • ไม่ว่าแก่หรอกนะ
  • ถ้าพรุ่งนี้ต่อ Internet
  • คืนนี้ พรุ่งนี้ มะรืนนี้ เขียน เขียนๆๆๆๆๆๆๆ 
อ.ลูกหว้า
เขียนเมื่อ 01 Mar 2007 @ 17:45
คุณพ่อขา ตอนกลางคืนเวลาคุณนายราณีจะให้ค้นอะไรทางเน็ต ก็โทรหาหนูค่ะ ให้ค้นให้..ธุรกิจเขาเยอะมากค่ะ ขืนมีเน็ตที่บ้านมีหวัง ไม่ต้องหลับต้องนอนแน่ๆ...
P

หนูชื่อ "แป๊ด"  คะ  ไม่ใช่ "แป๋ว"

โทษที่ แป๊ดๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆแป๊ด

 

P

ตอนกลางคืนเวลาคุณนายราณีจะให้ค้นอะไรทางเน็ต ก็โทรหาหนูค่ะ ให้ค้นให้.

นี่แหละ ถึงตั้งให้เป็นคู่หูกันไงละ

ดีนะที่ได้ดูแลกัน

เฮ้อ คนธุระกิจมากก็น่าเห็นใจเหมือนกัน

คนหนี้มากก็เช่นกัน

P

ที่ทำ ที่เขียนมาทั้งหมดนั้นดีมาก

เป็นตัวตนของตัวเองดี มันมีศักดิ์มีศรีนะ

เพราะมันชี้วัดคำว่าฝีมือ

อ.แสวง ยังแอบชมให้ฟังบ่อยๆ

paew
เขียนเมื่อ 01 Mar 2007 @ 22:23

เรียนครูบาที่เคารพ

การเขียนบล็อกแรกๆ ก็ไม่กล้าเขียนค่ะ เพราะไม่ทราบจะเขียนอะไรจริงๆ แต่ก็ได้กำลังใจจากเพื่อนชาวบล็อก โดยเฉพาะอ.ขจิต เป็นท่านแรกที่เข้ามาทักทายค่ะ....ถึงแม้การเขียนที่เขียนอยู่นี้จะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับตัวเองทั้งในแง่ของประสบการณ์ และการทำงาน แต่ก็เขียนในภาษาที่เป็นภาษาของตัวเองไม่สละสลวย เวลาอ่านบันทึกของครูบา คุณจตุพร คุณแผ่นดิน และ อีกหลายๆท่าน ที่ไม่ได้กล่าวนาม ...แล้วก็ได้แต่ชื่นชมว่า ทำไมจึงสามารถหาคำพูดที่เขียนแล้วไพเราะ สละสลวย อ่านแล้วละเมียดละไม .....จึงได้คิดว่า การที่มาเขียน ทำให้เราได้อ่าน บันทึกของหลายๆท่านในบล็อก เกิดการเรียนรู้ เพื่อนำไปพัฒนาการเขียน ความรู้ ความคิด มุมมองในด้านต่างๆ...รวมทั้งเกิดเป็นเครือข่ายทางสังคมด้วยค่ะ......ขอคำแนะนำจากครูบาด้วยค่ะ.....ขอบพระคุณค่ะ

ขจิต ฝอยทอง
เขียนเมื่อ 02 Mar 2007 @ 00:03
  • ขอบคุณพี่รัตติยาและอาจารย์paew มากครับ
  • ไม่ได้ฟังการอธิบายภาษาให้นาน สำเนียงพัทลุง
  • ก่อนอื่นในฐานะเป็นลูกสาวชาวใต้ ของพ่อครู

     ขอแจ้งแถลงไข  คำว่า "เหมง" ก่อนนะคะ

         เหมง เป็นภาษาถิ่นใต้ หมายถึง "ไม่ประสบความสำเร็จ หรือล้มเหลว เช่น พยายามจีบอยู่ตั้งนาน เพื่อนมาไม่กี่วัน พาไปกินข้าวแล้ว สาเหมงหล่าว "

  • ขำๆๆๆ ผมชอบอ่านมากกว่าครับ อ่านแล้วเขียน สนุกดี ไม่รู้ใครเบื่อหรือยัง

อ.ลูกหว้า
เขียนเมื่อ 02 Mar 2007 @ 00:21
  • คุณพ่อขา...หว้าก็เขียนตามที่ใจอยากเขียนค่ะ   บางครั้งนึกไม่ออกว่าจะเขียนอะไร  คิดเหมือนพี่แป๋วว่าทำไมหลายๆท่านถึงมีภาษาที่สละสลวยอย่างนี้้
  • แต่สุดท้าย....เราก็เขียนอย่างที่ใจเราคิดและแบ่งเป็นหลายบันทึก
  • กลุ่มคนที่เข้ามาก็จะแตกต่างกันไป  คนแรกที่แนะนำเรื่องการเขียนคือ คนด้านบนหนูแหล่ะค่ะ  จำได้ว่าคุณพี่เธอแนะนำให้เขียนเกี่ยวกับเศรษฐศาตร์
  • หว้าเองก็ยังเขียนไม่เก่ง  แต่ก็จะพยายามต่อไปค่ะ เพราะได้รับกำลังใจจากทุกคนใน g2k
บางทราย
เขียนเมื่อ 02 Mar 2007 @ 01:00

ครูบาครับ 

  • ในงานเดือนเมษาน่าที่จะมีหัวข้อนี้เป็นการจัดงานปาร์ตี้ความรู้เรื่องการเขียนนะครับครูบาครับ
  • ผมจะได้เรียนรู้จากท่านครูบาเพิ่มเติม และจากท่านอื่นๆด้วย
  • ทุกท่านที่เขียนถ่อมตนน่ะ ความจริงติดระดับทุกคนเลยครับ  ผมเสียอีกหลุดเรื่อยๆ
P
บางทราย เมื่อ ศ. 02 มี.ค. 2550 @ 01:00 จาก 203.172.72.134 ลบ

ครูบาครับ 

  • ในงานเดือนเมษาน่าที่จะมีหัวข้อนี้เป็นการจัดงานปาร์ตี้ความรู้เรื่องการเขียนนะครับครูบาครับ
  • ผมจะได้เรียนรู้จากท่านครูบาเพิ่มเติม และจากท่านอื่นๆด้วย
  • ทุกท่านที่เขียนถ่อมตนน่ะ ความจริงติดระดับทุกคนเลยครับ  ผมเสียอีกหลุดเรื่อยๆ

นี่ไงละที่เรียกว่าKM.ธรรมชาติ ผมทำให้มันยุ่งๆกระจัดกระจาย เพื่อให้พวกเราเข้ามาจัดระเบียบ

ยกตัวอย่าง เช่น ที่อาจารย์เสนอประเด็นเข้ามา กว่าจะถึงวันงาน ผมคิดว่าคงได้ข้อเสนอแนะที่เป็นการลงขันความคิดของพวกเรา การมีส่วนร่วมจึงเกิดขึ้น เพราะงานนี้ทุกคนร่วมเป็นเจ้าภาพครับ.

P

ไม่มีอะไรแนะนำครับ

เพราะอาจารย์แนะนำตัวเองได้ดีและถูกต้องแล้ว

มีแต่เอาใจช่วย อาจารย์ถ่อมตัว ผมตามอ่านในบล็อกอาจารย์แล้วทึ่ง ชอบ และชื่นชม ตอนที่เขียนถึงถูกจราจรญี่ปุ่นจับใบขับขี่นั่นแหละ ยังนึกตามว่า ตอนนั้นตัวอาจารย์คงลีบเล็กลงเหมือนตุ๊กตาหน้าใส

เดือนเมษาจะให้แต่ละคนเล่าเรื่องเผชิญภัยเด็ดๆอย่างของอาจารย์ คิดว่าสนุกแน่

ย่ามแดง
เขียนเมื่อ 02 Mar 2007 @ 10:22

เรียน  ครูบาครับ

           ผมก็เป็นคนที่เขียน "บล็อก" กระปิดกระปรอย คนหนึ่งครับ ปัญหาไม่ได้อยู่ที่เขียนไม่ได้  แต่มันอยู่ที่ไม่เขียนมากกว่า  แต่ผมชอบอ่านครับ

           เห็นครูบาบ่นเหนื่อย ๆ ก็อย่างเพิ่งท้อนะครับ สู้ สู้ ครับ

P

 แรกๆก็ชอบอ่าน อ่านมากๆอาจจะชอบเขียน

ถ้าทั้งอ่านทั้งเขียนเมื่อไหร่จะสมบูรณ์ด้านทักษะวิทยายุทธ

ไม่ลองกระบี่จะรู้ได้ว่ามันคมในฝัก

ชักออกมาถึงจะรู้

krutoiting
เขียนเมื่อ 16 Oct 2008 @ 18:54

krutoi ไล่ล่า หาอ่าน แก้ข้อกังขาในใจตัว วันนี้จะจะ ได้อ่านแล้วสะท้อนใจ งานอะไรก็มีอุปสรรค์ ขยันมา ดีว่าเราเลือกได้ให้ขยับ แก้สงสัย นัยสำคัญของเรื่องพอมองเห็น ไม่ถนัด ถนี่ไม่เป็นไร ปลอบใจเอง ที่เห็นๆ ครูบาท่านคนตรง

กราบสวัสดีค่ะ พ่อครูบาฯ