วิทยุชุมชนขณะนี้มีจำนวนมากกว่า 6,000 สถานีทั่วประเทศ แค่จังหวัดขอนแก่นจังหวัดเดียวปาเข้าไปกว่า 100 สถานีแล้ว เพื่อความเข้าใจร่วมกันเราแบ่งวิทยุกระจายเสียงออกเป็น 3 ส่วน 1.สถานีวิทยุกระแสหลัก ที่กำลังส่งแรงๆเช่นของสวท. มหาวิทยาลัย รด.มก.อสมท.ทหารอากาศ ตำรวจ ที่เป็นคลื่นธุรกิจบนกิจการของภาครัฐขายเวลาให้เช่าเวลาราคาแพงแล้วแต่กำหนดช่วงเวลาที่คาดว่าผู้ฟังแยะ 2.สถานีวิทยุท้องถิ่นไทย สถานีเหล่านี้เกิดขึ้นมาเป็นวิทยุชุมชน แต่พอกรมประชาสัมพันธ์ปล่อยให้มีการโฆษณา 6 นาทีต่อชั่วโมงสถานีเหล่านี้ก็ปรับกำลังส่ง ขยายคลื่น บางสถานีกำลังส่งถึง 800-900 วัตต์ก็มีสถานีเหล่านี้ขายโฆษณา เป็นสถานีเพื่อบันเทิง ไม่ค่อยมีเนื้อหาสาระ และในทุกจังหวัดก็มีสถานีวิทยุท้องถิ่นไทยมากมาย3.สถานีวิทยุชุมชนของแท้ๆไม่มีโฆษณาไม่ขายเวลา เน้นเนื้อหาสาระ กำลังส่งไม่เกิน 30 วัตต์ มีอยู่เป็นจำนวนน้อย อาทิในจังหวัดขอนแก่นเหลือวิทยุชุมชนแท้ๆเยง 8 สถานีเท่านั้น ที่นี้มันจะมีผลต่อร่างรัฐธรรมนูญ เพราะเขาใช้ร่าง รธน.ปี40มาเป็นตัวตั้ง และมาตรา 40 ที่พูดถึงการจัดสรรคลื่นความถี่สาธารณะ โดย กล่าวต้องมีองค์กรหนึ่งมาจัดสรรคลื่นความถี่นั้น เราให้ตัดออก และเปลี่ยนคำว่าสื่อภาครัฐ เป็นสื่อสาธารณะ ห้ามสื่อสาธารณะแปรรูป ก่อนหน้านี้ สวท.จะแปรรูปก็โดนวิทยุชุมชนขอนแก่นเดินขบวนคัดค้านก็หยุดไป สื่อแลกเปลี่ยนกันให้มีการกำหนดสัดส่วนให้ภาคประชาชนเข้าไปใช้สื่อสาธารณะ และให้ยกร่างว่าด้วยวิทยุชุมชนที่ชัดเจนและต้องให้ความสำคัญกับวิทยุชุมชนในฐานะสื่อขององค์กรภาคประชาชน ซึ่งต่อไปสื่อศาธารณะจะต้องไม่ใช้คำว่า สถานีวิทยุเถื่อน กับสถานีวิทยุชุมชนอีกต่อไป เครือข่ายสถานีวิทยุชุมชนจะเชื่อมประสานกันในระดับจังหวัด และจะออนไลย์เสียงออกอากาศในรายการที่เห็นว่าสำคัญ รายการที่มีเนื้อหาสาระดีดี ในระดับจังหวัดและในระดับภาคจะมีสมาพันธ์วิทยุชุมชนขับเคลื่อนงานเคลื่อนข่ายอย่างเป็นรูปธรรม " สิทธิ เสรีภาพของสื่อคือประชาธิปไตยของประชาชน"