GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

Psychic Physics กฎแห่งกรรม

เช่นกันนั้น การทำกรรม ก็เพียงการส่งสังขารตัวเล็กๆตัวเดียว พุ่งไปในทิศทางที่สังขารมุ่งหมาย คือ กำหนดหมายให้สำเร็จ. แล้วก็เกิดปฏิกิริยาตามนั้น เป็นไปโดยลำดับ นานแสนนาน กว่าที่มันจะระเบิดออกมาใหญ่โตพอที่จะเกิดผลในบางปฏิกิริยา และบางปฏิกิริยาก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นผลทางกายภาพอย่างทันตา

Psychic Physics กฎแห่งกรรม

“ กฎแห่งกรรมถูกตีความไว้ 2 ความหมาย แล้วแต่ความเชื่อของแต่ละบุคคลคือ

(1) คิดว่าอยู่ที่ใจ พวกนี้คิดว่า ทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว หมายความว่า ทำดีแล้วจะรู้สึกจิตใจสบาย (ได้ดี)ทำชั่วแล้วจิตใจจะเศร้าหมอง เกิดความทุกข์ (ได้ชั่ว) พวกนี้คิดว่าเรื่องทั้งหมดจบลงที่ใจ คือรู้สึกสุขทุกข์ตามกรรมที่ตัวทำ

(2) พวกที่คิดว่าทำดีได้ดี ทำชั่วได้ชั่ว มีความหมายในแง่กายภาพนั่นคือ คนที่ทำดีจะได้รับผล (ทางกายภาพ)ที่ดีเป็นการตอบแทน เช่นคนที่ชอบทำบุญ ในที่สุดก็จะกลายเป็นคนมั่งมีศรีสุข ส่วนคนที่ทำชั่วในที่สุดก็จะได้รับผล(ทางกายภาพ)ในทางที่ไม่ดีเป็นการตอบแทน เช่นคนที่ด่าพ่อแม่ ในที่สุดก็จะเป็นมะเร็งในช่องปากเป็นต้น ”

จากข้อที่คุณใคร่รู้ให้แจ้งชัดยิ่งขึ้น เกี่ยวกับลักษณะกรรมและผลแห่งกรรมทั้งสองแบบนั้นคือ ในระดับสังขารโลก และอภิสังขารโลก.

ในระดับสังขารคือ ปฏิกิริยาภายในนามขันธ์ของใครของมัน ซึ่งก็คือข้อ๑ ตามที่อ้างถึงนั้น

ในระดับอภิสังขาร เป็นปฏิกิริยาสอบกลับของสังขาร เข้ามาสู่อภิสังขาร แล้วแล่นกระทบสิ่งต่างๆในโลก เกิดปฏิกิริยาตอบสนองกลับไปกลับมา มีตัวเร่งปฏิกิริยา มีตัวหน่วงปฏิกิริยาในแต่ละกรรม เป็นไปต่างๆกัน ทำให้กรรมแต่ละอย่างส่งผลช้า บางอย่างส่งผลเร็วในแง่กายภาพ หรืออภิสังขารโลกนั้น.

ทั้งสองอย่าง มีผลเชื่อมโยงกัน.

เหมือนอย่างว่า นิวตรอนตัวเดียว ที่เขายิงเข้ากระทบอะตอมของยูเรเนียม แล้วเกิดปฏิกิริยาลูกโซ่ เกิดระเบิดนิวเคลียร์ฟิชชั่น. ถามว่า ระเบิดรูปทรงดอกเห็ดนั้น เกิดขึ้นจากสิ่งใด ?

ก็ตอบได้ว่า เกิดจากการทำปฏิกิริยากันเป็นทอดๆ โดย เริ่มแรก นิวตรอนตัวเดียว ถูกยิงเข้ากระทบอะตอมๆเดียวของยูเรเนียม. นั่นคือจุดเริ่มต้น

เทียบเคียงได้กับความว่า การทำกรรม.

แล้วผลของการกระทบนั้น เกิดอะไรขึ้น ? ก็ตอบว่า อะตอมยูเรเนียมนั้น แตกตัวออก เปลี่ยนสภาพไป ทำให้เกิดนิวตรอนอิสระ2ตัว. นี่คือผลระดับแรก ก็เทียบกับที่เขากล่าวถึงกรรมและผลกรรมตามที่อ้างอิงในข้อแรกนั้น.

ก็ต่อแต่นั้น ปฏิกิริยาหยุดไหม ? ก็ตอบว่า ไม่หยุดนะ มันแตกตัวต่อไป จนหมดก้อนยูเรเนียมโน่นแน่ะ สุดท้าย เกิดเป็นระเบิดรูปดอกเห็ด มีอำนาจการทำลายล้างสูง. นั่นคือจุดpeak ของปฏิกิริยานิวเคลียร์ ซึ่ง มีจุดเริ่มต้นมาจากการยิงนิวตรอนอิสระตัวเดียว เข้ากระทบอะตอมของยูเรเนียมเพียงอะตอมเดียว. และเมื่อเทียบเคียงกับเรื่องของกรรมคือ จุดที่กรรมส่งผลสูงสุด เป็นจุดpeak ของกรรม เป็นที่สุดแห่งความมุ่งหมายของกรรมนั้น เขาก็เรียกผลในระดับนั้นว่า เป็นผลของกรรมในที่สุดแห่งกรรมนั้น. แม้จะมีผลกระทบสืบเนื่องต่อไปอีกก็ตาม.

เมื่อถามว่า ผลคือระเบิดนิวเคลียร์นั้น เกิดจากเหตุแรกเริ่มคือกรรมใด ? เขาก็กล่าวกันว่า เกิดจากการยิงนิวตรอนตัวเดียวเข้ากระทบอะตอมยูเรเนียม.

แล้วทำไมมันยิ่งใหญ่ขนาดนั้น ? ก็เพราะมันมีธรรมดาเป็นอย่างนั้น. ที่แท้แล้ว มันจะเล็กกว่านั้นก็ได้ ใหญ่กว่านั้นก็ได้ ขึ้นอยู่กับปริมาณหรือขนาดของก้อนยูเรเนียมนั้น ซึ่ง หากก้อนโต ก็ระเบิดใหญ่ และหากก้อนเล็ก ก็ระเบิดเล็กไปตามส่วน.

ก็ระเบิดรูปดอกเห็ดนั้นล่ะ คือ ผลระดับใหญ่ของการยิงนิวตรอน เทียบเคียงอธิบายได้ถึงเรื่องผลของกรรมที่มันส่งผลในระดับอภิสังขาร. ที่ว่า ส่งผลออกในระดับกายภาพ คือ คนอื่นๆมองเห็นได้.

ซึ่ง ตอนแรกที่เกิดปฏิกิริยา ที่อะตอมแตกในระดับแรก ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรู้ นอกจากคนที่ทำระเบิดนั้นเอง. ต่อเมื่อมันขยายใหญ่โต หยาบพอที่เขาจะรู้ได้ เขาจึงรู้กันว่า นี่คือผลกรรม. ก็แต่ว่า เหมือนระเบิดนิวเคลียร์นั้น หากเกิดระเบิดขึ้นมา แล้วไม่มีใครรู้ว่า มันเกิดจากอะไร ใครจะตอบได้ว่า มันคือผลที่เกิดจากการยิงนิวตรอนตัวเล็กๆตัวเดียวเท่านั้น.

เช่นกันนั้น การทำกรรม ก็เพียงการส่งสังขารตัวเล็กๆตัวเดียว พุ่งไปในทิศทางที่สังขารมุ่งหมาย คือ กำหนดหมายให้สำเร็จ. แล้วก็เกิดปฏิกิริยาตามนั้น เป็นไปโดยลำดับ นานแสนนาน กว่าที่มันจะระเบิดออกมาใหญ่โตพอที่จะเกิดผลในบางปฏิกิริยา และบางปฏิกิริยาก็เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว เห็นผลทางกายภาพอย่างทันตา.

อะไรเป็นตัวควบคุมปฏิกิริยา ? ก็คือ ความแรงแห่งสังขาร และความยิ่งใหญ่แห่งเป้าหมายนั่นเอง. หากเป้าหมายใหญ่ แต่แรงสังขารน้อย ปฏิกิริยาก็เกิดช้า นอกจากนั้นก็ยังมีตัวยับยั้งปฏิกิริยาซึ่งเกิดจากสังขารจากแหล่งอื่น ในระหว่างการดำเนินของปฏิกิริยาด้วย ซึ่ง หากว่าไม่เติมสังขารเข้าไปเนืองๆ ความสำเร็จตามระดับที่ปราถนาก็จะไม่เกิด. แต่ส่วนที่สำเร็จไปแล้วก็สำเร็จไปแล้ว.

เหมือนอย่างที่เขาใช้ยูเรเนียมผลิตไฟฟ้า ทำให้เกิดปฏิกิริยานิวเคลียร์ แต่เขาก็มีตัวยับยั้งปฏิกิริยา ทำให้ผลของการยิงนิวตรอนนั้น สิ้นสุดเท่านั้น. นี่เป็นลักษณะของกรรมบางประเภท คือ ส่งผลแค่ระยะหนึ่งเท่านั้น.

หรืออย่างระเบิดนิวเคลียร์ เมื่อมันระเบิดเสร็จแล้ว ถามว่า ผลกระทบอื่นๆยังดำเนินต่อไปไหม ? ก็ตอบว่ายังมีต่อไป คือ กัมมันตรังสีกระจายไปทั่ว ทำปฏิกิริยากับธาตุโดยรอบ ทำให้ต้นไม้ตาย สัตว์ตาย ธาตุต่างๆแปรสภาพ เป็นต้น.. ทั้งหมดนั้น เป็นผลมาจากการยิงนิวตรอนตัวเดียวใส่อะตอมยูเรเนียมเท่านั้น.

ทำไมจึงกล่าวอย่างนั้น ก็เพราะว่า หากไม่ยิงนิวตรอนใส่อะตอมยูเรเนียมใน

ระเบิดนิวเคลียร์ ปฏิกิริยาก็จะไม่เกิด การระเบิดก็จะไม่มี ต่อแต่นั้น พืชและสัตว์ก็จะไม่ล้มตาย ดินไม่เสื่อม ธาตุในบริเวณนั้นๆไม่แปรสภาพ ... และผลไม่สืบเนื่องยาวนาน.

เขียนมาถึงตรงนี้ คุณน่าจะพอคาดเดาเอาได้คร่าวๆ อธิบายได้ด้วยตนเองอยู่ ว่า กฎแห่งกรรม มันก็คือปฏิกิริยาของสังขาร และผลของปฏิกิริยา. หากไม่มีสังขารเสีย ปฏิกิริยาก็ไม่เกิด ผลในระดับแรก และในลำดับต่อๆมาก็จะไม่เกิด.

การจะอธิบายเรื่องปฏิกิริยากรรมให้เห็นผลของมันโดยรอบได้นั้น ไม่ใช่สิ่งที่จะทำได้ง่ายๆ ก็ขออธิบายแต่พอให้ได้จินตนาการออกเท่านั้น.

ความจริง เรื่อง Psychic Physics นี้ ยังมีเรื่องราวมากมาย ให้เขียนอธิบายตลอดชีวิตก็ไม่จบ.  จึงเลือกอธิบายแต่เฉพาะที่จะทำให้ได้ใช้เท่านั้น คือ เรื่องกฎของกรรม กรรมและการให้ผลของกรรม ซึ่ง ก็น่าจะพอเพียงแล้ว เท่านี้ สำหรับหลักการ. เพื่อที่เราจะได้สนทนาในเรื่องอื่น อันอำนวยประโยชน์แก่เราตามเป็นจริงต่อไป.

เรื่องเหล่านี้ สนใจไปนานๆ มันก็ทำให้เราหลง และวนเวียน แม้จะมีปัญญาในเรื่องนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นปัญญาเล็กน้อยเท่านั้น.

หลักการพวกนี้ ที่ผมอธิบาย คือ หลักที่พระเจ้าจักรพรรดิจะใช้ในการสร้างจักรรัตนะ. คือ การปกครองบ้านเมือง มีผลในการน้อมนำสังขารจากหลายแหล่งกำเนิด คือ จากหลายๆคน ให้น้อมไปในทิศทางเดียวกัน ปรากฏเป็นปฏิกิริยาส่งเสริมกัน มีสังขารแนวเดียวกัน สัญญาแนวเดียวกัน. ทำให้ดวงจันทร์ดวงอาทิตย์โคจรสม่ำเสมอได้ ทำให้พาดผ่านกันแล้วสังเคราะห์หรือเนรมิตจักรรัตนะขึ้นได้ ทำให้อำนวยผลสำเร็จดังปรารถนาของพระราชาได้โดยพลัน เพราะสังขารที่จะมาทำปฏิกิริยาหักล้าง มันมีน้อย. เนื่องจาก คุณความดีของพระราชานั้น สัตว์ในจักรวาล โดยส่วนใหญ่ ยอมรับนับถือ ทั้งเทวดาและมนุษย์.

สิ่งเหล่านี้ เป็นความรับผิดชอบของผมครับ. ทิฏฐิของใคร คนนั้นต้องได้รับผิดชอบ. การนำทฤษฎี Psychic Physics มาประยุกต์ใช้นี้ เมื่อผมเป็นคนคิดค้น โดยอาศัยนัยจากพระไตรปิฎก ผมก็ต้องเป็นผู้รับผิดชอบ นำมันมาทดลองใช้ดู หากสำเร็จ ผมก็จึงจะเชื่อว่า ผมคิดเห็นได้ตรงแล้ว.

และตลอดมา ผมก็คิดค้นวิธีการที่จะนำมันมาใช้อยู่ ซึ่ง ต้องได้ใช้เงินทุนมหาศาลทีเดียว และ ไม่มีมนุษย์คนใดที่จะให้ทุนทำการทดลองแก่ผมได้มากขนาดนั้น ยกเว้น พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่ง หากท่านเล็งเห็นอัธยาศัยของผมในเรื่องนี้ ก่อนปรินิพพาน พระองค์ก็น่าจะจัดสรรทุนส่วนนั้นไว้ให้ผมใช้สอยเพื่อการงานนี้อยู่ เพราะมันเป็นประโยชน์ใหญ่แก่โลก แก่สัตว์ในจักรวาลนี้ครับ. และผมก็เชื่ออย่างนั้น ทั้งพยายามสอบชิงทุนอยู่ด้วย.

---------------------------------------------------------------------------------

คัดลอกมา :  ครั้งหนึ่งเคยได้รับรู้เรื่องราวเหล่านี้  เห็นว่าเป็นสิ่งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของความรู้สึกนึกคิดค่ะ    ผู้ที่เขียนเรื่องนี้ไม่ได้สงวนลิขสิทธิ์ในความรู้ของเขา  จึงได้ขอคัดลอกมาใส่ในบันทึกของตน

-

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): psychic physics รูปนาม
หมายเลขบันทึก: 80923
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 2
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (2)

สวัสดีค่ะน้องมนต์...หายไปนานเหมือนกันนะคะ เขาประกาศผล e-learning หรือยังคะ เห็นเงียบๆไป พี่กะจะเรียนตัวต่อไปสักหน่อยและมนต์จะมาสอบที่มน.มั้ยคะ ส่งกำลังใจไปให้นะคะ สำหรับพี่เองก็เชื่อ กฏแห่งกรรมค่ะ...

สวัสดีค่ะ พี่ลูกหว้า   ตะกี้มนต์เพิ่งกลับมาจากเวียนเทียน   เนื่องในวันมาฆบูชา  ที่สถาบันฯ จัดโครงการฯ ค่ะ  ก็นำนักศึกษาไปร่วมพิธีมาค่ะ     บุญกุศลจากการระลึกถึงคุณพระรัตนตรัยครั้งนี้  ก็ขอให้ทุกคนได้ร่วมอนุโมทนากันนะคะ

สำหรับผล e-Learning ยังไม่ทราบเช่นกันค่ะ  ตะกี้เข้าเว็บดูก็เข้าไม่ได้ค่ะ

สำหรับเรื่องสอบที่ มน. นั้น  มนต์จะไปสอบวันที่ 7 เมษยายน นี้ค่ะ    มนต์ไม่ได้สมัครที่ไหนไว้เลยค่ะ   ก็เลือกสอบที่เดียว    หากสอบได้ก็คงจะเรียนที่นี่เลย   แต่ทุกอย่างก็ยังไม่แน่นอน    งานที่มนต์ทำก็ยังเยอะเหมือนเดิม    เพราะสภาพที่คนๆ เดียว ทำงานทุกอย่างนี้มันก็ยุ่งพอสมควรค่ะ   ... ตอนนี้เจ้าหน้าที่คอมพิวเตอร์ที่รับสมัครไว้ก็ยังไม่มาทำงานค่ะ   และก็ได้รับข่าวว่า เขาสละสิทธิ์ด้วย   ก็คงต้องประกาศรับสมัครใหม่อีกรอบ

ขอบคุณพี่ลูกหว้านะคะ  ที่แวะมาเยี่ยมเยียน  ทักทายมนต์ค่ะ 

ขอให้พี่ลูกหว้ามีความสุขมากๆ เนื่องในวันมาฆบูชานะคะ  :)