ในช่วงปลายปีการศึกษาเช่นนี้  ผมได้มีการตั้งโจทย์เพื่อทบทวนการทำงานทั้งในส่วนตัวเองและการทำงานทั้งระบบ ซึ่งภาพใหญ่ในกระบวนงานการบริหารจัดการศึกษาจะเห็นความเชื่อมโยงถึงสิ่งอื่นอย่างมากมาย ด้วยแนวคิดการจัดการศึกษาเราไม่ได้ผูกขาตัวเองให้ติดกับความคับแคบ  ที่จะก่อให้เกิดทั้งความคับและความแคบ ในแวดวงการศึกษา                      

โจทย์หนึ่งที่ผมตั้งขึ้นและกำลังหาคำตอบเพื่อการสานต่อ คือสิ่งที่หลายท่านช่วยกันเรียกว่า กระบวนการเรียนรู้โดยยึดเด็กเป็นศูนย์กลาง    การยึดเด็กเป็นสำคัญ  การบูรณาการ และหรืออีกหลายชื่อที่สรรหามากล่าว  สำหรับผมใช้ฐานคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่าจะด้วยกระบวนการที่เรียกว่าอย่างไรก็ตาม สำคัญที่สุดคือคุณภาพของเด็กๆ  ที่พวกเราต้องช่วยกันเสริมและสร้างความเป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ให้กับเขาเหล่านั้น 
                   

การศึกษาไทยมีแนวทางไว้ว่า การศึกษาต้องเป็นไปเพื่อพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์  คำถามจึงมีว่า ทั้งครูและนักเรียนต่างก็เป็นคนเหมือนกัน  การศึกษาจะพัฒนาใครให้เป็นมนุษย์ก่อนกันหรือจะพัฒนาพร้อมกันหรือจะทำอย่างไร    ในแวดวงการศึกษาไทยน่าจะต้องขบคิดเรื่องนี้ให้หนักขึ้นพร้อมๆกับหาทางทำให้เป็นจริงโดยเร็ว   
                 

ผมอยู่กับการจัดการศึกษาขั้นพื้นฐานมานานพอสมควร  นานพอที่จะแลกเปลี่ยนได้อย่างมั่นใจว่า  การเรียนแบบเด็กๆเป็นหัวใจสำคัญของกระบวนการพัฒนาคนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์  ด้วยเหตุผลเบื้องต้น  ดังนี้
  1. การเรียนแบบเด็กๆเป็นการใช้ความเป็นธรรมชาติในตัวคนเป็นสื่อสู่การพัฒนาให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์
  2. เด็กๆมีจริตเป็นของตนเอง เป็นจริตที่มีแต่ความใสซื่อ  สิ่งสำคัญก็คือกระบวนการทางการศึกษาใน      ปัจจุบันกำลังทำอะไรกับความใสซื่อนั้น 
        

ดังนั้นการทบทวนสถานการณ์ที่เกี่ยวกับกระบวนงานของโรงเรียนบ้านเม็กดำ  จึงเริ่มต้นที่สองประเด็นดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น   เรากำลังทบทวนอย่างสร้างสรรค์ว่า การเรียนแบบเด็กๆ ที่นักเรียน   ครู   ชุมชน  และพันธมิตรทางวิชาการ  ได้เรียนรู้ร่วมกันมาตลอดปีการศึกษา 
2549   มีข้อดี   ข้อเสีย   อย่างไร
แนวทางใน   ปีการศึกษา    
2550   จะเป็นอย่างไร  
       

โอกาสอันดีเช่นนี้  ขอเรียนเชิญทุกท่านได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้  ในประเด็น 
การเรียนแบบเด็กๆ  ที่เหมาะสมกับความเป็นเด็กไทย   ควรมีรูปแบบและกระบวนการอย่างไร