ข้อความต่อไปนี้เป็นการเขียน Blog ครั้งแรกของชีวิต

แต่ไปฝากไว้ใน Blog beyound KM ของท่านอาจารย์ ประพนธ์

 เป็นความโชคดีของชีวิตที่ได้พบ แล้วติดใจblogแรก และทำให้ติดตามอ่าน gotoknowต่อเนื่อง กลายเป็นแฟนพันธ์แท้อีกหลายๆ Blog  ขอบคุณ อ ประพนธ์มาณ ที่นี้ค่ะ

รวิวรรณ เป็นแม่ลูก 3 ค่ะ  มีหลายครั้งที่มีโอกาสและเวลาคุยกันตอนสบายๆและต่างไม่คาดหวังซึ่งกันและกันกับลูก ทั้ง 3 คน ได้อะไรเยอะ นอกจากความเป็นแม่ที่ได้ฝึกวินัยให้เขาได้รู้จักรับผิดชอบตัวเองและทำตามกฎเกณฑ์ซึ่งบางครั้งหย่อนยานไปบ้างด้วยความรัก 

ยังได้เรียนรู้การมีอุเบกขาระวังไม่ให้เกิดผลข้างเคียงของการเลี้ยงดูที่เกิดจากความเมตตา กรุณา  มุทิตามากเกินไป

 การเลี้ยงลูกเป็นสิ่งดีๆที่เกิดขึ้นในชีวิตจริงๆ  ลูกๆ  ตอนก่อนเข้าวัยรุ่นและวัยรุ่น  บางทีเขาต่อว่าแม่ ว่าไม่รักเขา บางทีก็เป็นว่าแม่รักลูกไม่เท่ากันหลายครั้ง ส่วนใหญ่เราจะสวนว่าไม่จริง 

แต่กลับมาคิดแล้วชักไม่แน่ใจ โดนทักหลายครั้งก็ชักสงสัย ว่า เอถ้าจะใช่  พอคุยกันกับพ่อเขาบ้าง กับลูก  และย้อนอดีตตอนที่รอ ว่าเมื่อไรจะท้องสักที ผิดหวังทุกเดือนอยู่เป็นปี หรือตอน คลอดแต่ละคนนั้นเราดีใจกันอย่างไร

 สรุปในใจเราได้ว่ารักไม่มีทางเท่ากัน ในบางโอกาสและเวลารักบางคนมากกว่าจริงๆ การแสดงออกของเราไม่สามารถแสดงให้ลูกได้ทราบในตอนนั้น แล้วเล่าให้เขาฟัง  เขาชอบฟังค่ะ  ทีหลังมาก็ ไม่ต่อว่า เรื่องรักไม่เท่ากันแล้ว

โดยเฉพาะตอนนี้   เขาชอบฟังว่าตอนพ่อแม่จีบกันทำอย่างไร เปิ่นก็เล่า ตลกก็เอาไว้เผา หัวเราะกันกิ๊กกั๊ก และก็ชอบเล่าอะไรที่เป็นส่วนตั๊ว ส่วนตัวของเขาให้เราฟังบ้าง  

เราก็อยากรู้นะคะ คอยถามเขาเรื่อยว่านายชัดเจน(แฟนลูกสาว)เป็นไง แป้ง(แฟนลูกชาย)เป็นไง ( ที่บ้านดูบางรักซอย 9 ซึ่งแป้งเป็นนางเอก และชัดเจนเป็นพระเอก ) เขาก็เขินนะคะ แต่ก็เล่านิดหน่อย

บางทีเราก็เขินเองนะที่ซอกแซกถาม ก็ต้องบอกว่าพ่อและแม่ก็อยากติดตาม เหมือนดูหนังดูละคอน จบตอน ก็อยากทราบตอนต่อไป สนุกดี ขอผู้กำกับคัดตัดตอนมาเล่าหน่อย

             

   วันหนึ่งนานมาแล้ว  ลูกสาวคนเล็กกลับจากรร มารอแม่ที่รพ เพื่อกลับบ้านพร้อมกัน หน้าตาไม่ค่อยดี ก็ถามว่ามีอะไรหรือเปล่า  เขาก็ไม่พูด

 เราก็ตั้งสติว่าวันนี้จะต้องฟังเขา ฟังอย่างตั้งใจ เรื่องเรา งานเราทีหลัง

ตอนไปถึงรถก็ถามเขาอีกที เขาเริ่มร้องไห้ และร้องตลอดขณะที่เล่าซึ่งก็จำไม่ได้แล้วว่าเขาทุกข์เรื่องอะไร แต่ส่งกระดาษ เช็ดหน้า ให้ซับน้ำตาและนั่งฟังอย่างตั้งใจ

จนเขาเล่าจบแล้วหยุดร้องไห้ และพูดประโยคเด็ดมาก(ที่ทำให้แม่มีความสุขไปอีกนาน )ว่า

เวลาหนูมีอะไรไม่สบายใจ หนูชอบเล่าให้แม่ฟัง เพราะเล่าแล้วสบายใจดี  

 Win ทั้งคู่เลยค่ะ กลับบ้านอารมณ์ดี Win ต่อถึงลูกคนอื่นๆ และสามีด้วย

ได้บทเรียนว่า

การเป็นผู้ฟังที่ดี  นั่งฟังอย่างตั้งใจ  แก้ทุกข์ให้เขาได้

               เอาลูกไว้ปรึกษาเวลาพบทางตันของเราเอง ก็มักจะได้คำตอบดีๆหลายครั้งค่ะเขาไม่ Bias เพราะอยู่นอกวงการ งานเรา

เล่าให้คนอื่นฟัง   เพื่อนๆมักบอกว่าเขาไม่เคยคิดว่าจะปรึกษาลูกได้ 

บอกได้แต่ว่า   

ลองทำดูซิ

 
คำหลัก:
โดย พญ รวิวรรณ หาญสุทธิเวชกุล   บล็อก (สมุด) เวทีสัญจร รพเชียงรายฯ Moving theater Chiang Rai hospital
ลิงค์ที่อยู่ถาวร   ข้อคิดเห็น (2)   อ่าน: 102
สร้าง: ศ. 04 ส.ค. 2549 @ 05:18   แก้ไข: ศ. 04 ส.ค. 2549 @ 13:31
ข้อคิดเห็น
ไม่มีรูป
kannikar เมื่อ อ. 08 ส.ค. 2549 @ 14:09 (58949)
อ่านแล้วรู้สึกอยากมีลูกน่ารักๆ บ้างจัง
P
พญ รวิวรรณ หาญสุทธิเวชกุล เมื่อ อ. 18 ก.พ. 2550 @ 07:12 (167137)

ต้องน่ารักเหมือนคุณแม่ ใจเย็น เหมือนคุณพ่อแน่เลยค่ะ  ของคุณหมอแหม่มเนี่ย

ขอบคุณเป็นลายลักษณ์ อักษร อีกครั้งค่ะ  คุณหมอแหม่ม