GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

ความลับ 5 ประการของผมที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน

Blog Tag

               ผมได้รับบล็อกแทคจาก คุณวันเพ็ญ [บันทึกนี้] ความจริงแล้วผมติดตามกิจกรรมบล็อคแทคอยู่เหมือนกัน ตั้งใจว่าถ้าผมโดนแทค คุณวันเพ็ญจะเป็นคนแรกๆ ที่ผมตั้งใจไว้ว่าจะแทคต่อ แต่ปรากฏว่ากลายเป็นโดนคุณวันเพ็ญเป็นฝ่ายแทคเสียเอง

                  ความจริงผมโดนแทคหลายวันแล้ว แต่ด้วยช่วงนี้สำนักหอสมุดกำลังจะประเมินตรวจสอบตนเองภายในวันที่ 23 กุมภาพันธ์นี้ ผมเลยขอเฉลยความลับของตัวเอง 5 ข้อดังนี้ครับ

ความลับที่ 1 ชอบแกล้งน้อง

               ความลับเรื่องนี้คือ ผมเป็นพี่คนโตครับ น้องคนรองเป็นผู้หญิง ห่างกันไปสองปี ส่วนน้องคนสุดท้องเป็นผู้ชายห่างกับคนผู้หญิงอีกสองปี แม่เคยบอกว่า มีลูกสามคนเวลาสองคนทะเลาะกันจะได้มีกรรมการ แต่ปรากฏว่าไม่ใช่อย่างนั้น กลายเป็นว่า อีกสองคนสุมหัวกันรุมอีกคนหนึ่ง ผมเป็นคนที่ชอบแกล้งชอบแหย่น้องมากโดยเฉพาะน้องชาย เวลาโดนแกล้ง เค้าจะส่งเสียงร้องเพื่อบอกให้แม่รู้ว่า อย่าเห้! อย่าเห้! ซึ่งผมก็มักจะล้อเลียนเค้าว่า เป็นพม่าเหรอถึงร้องว่าอย่าเห้ แต่ปัจจุบันนี้แกล้งไม่ได้แล้ว ครับเพราะน้องคนนี้ เค้าเป็นตำรวจ ย้ายไปเป็นปลัด และสุดท้ายพ่อจับย้ายมาเป็นสรรพสามิตเหมือนพ่อครับ

ความลับที่ 2 ถ้าโมโหหรือโกรธจะอารมณ์ร้ายมากๆ

                  หลายๆคนที่ได้ใกล้ชิด หรือทำงานกับผมจะรู้ว่าผมเป็นคนใจดีมากๆ ไม่ค่อยดุใคร (ไม่รู้จริงหรือเปล่าหรือว่าคิดเอาเอง) ผมจะค่อนข้างพยายามมองโลกในแง่ดี เพราะจะทำให้เราทำงานแล้วสบายใจ ไม่เอาเรื่องที่เครียดๆ หรือมุมมองที่ไม่ดี มาคิด แต่ถ้าผมได้โมโห หรือโกรธขึ้นมาแล้วผมจะเป็นอีกคนหนึ่งเลย บางทีหยุดตัวเองไม่อยู่ เรียกว่าสามารถทำร้ายคนได้ถ้าโมโห ดังนั้นถ้าผมโมโหหรือโกรธใครผมจะเลี่ยงหนีไปซะ อยู่นิ่งๆ เงียบ ไม่โต้ตอบ ปล่อยเวลาให้ผ่านไปสักพัก เมื่ออารมณ์เย็นขึ้น เหตุการณ์ก็จะคลี่คลาย ผมจำได้ครั้งหนึ่งผมเคยพาเพื่อนไปเที่ยวบ้าน แล้วสุนัขที่บ้านผมเกิดไม่ยอมกันกัดกันอย่างบ้าเลือด ผมนำน้ำไปสาดเพื่อให้แยกยังไงก็ไม่หยุด ความโมโหของผมทำให้ผมคว้าไม้ไล่ตีสุนัขทั้งสองตัวแบบไม้ยั้ง จนเพื่อนที่ไปด้วยตกใจในความโมโหของผม แล้วเค้าพูดว่าผมดูน่ากลัวมากเวลาโกรธ

ความลับที่ 3 ผมกลัวเมีย

               เรื่องนี้อาจกลายเป็นเรื่องตลกในวงเหล้าของผู้ชายแล้วมั้งครับ "เอ้า ! ใครไม่กลัวเมียบ้างยกมือขึ้น" ผมจำได้ว่า ศาสตราจารย์ ดร.พนัส หันนาคินทร์ เคยปาฐกถาให้พวกเราฟังว่า ใครที่กลัวเมียแล้วจะเจริญก้าวหน้า ผมเป็น ลูกศิษย์ที่ดี ก็เลยปฏิบัติตามคำสอนของท่านอาจารย์พนัส ผมว่าเมียผมเค้าดุ จริงๆ ครับ ผมไม่ทานเหล้า ก็เพราะเมียสั่งไว้ว่าเหล้าไม่ดี เวลาไปอยู่ในวงเหล้าแล้วผมปฏิเสธไม่ได้ ผมก็จะอ้างอยู่สองอย่างครับ คือไม่สบาย กับเมียสั่งไว้ (555) อีกอย่างหนึ่งก็คือถ้าได้เงินได้ทองมาให้เอามาส่งให้เมียก่อน แล้วถ้าอยากได้อะไร ก็ให้มาเบิก ผมว่าอันนี้ก็เป็นกุศโลบายที่ดีสำหรับผู้ชายครับ (แต่บางทีผมก็เม้มๆ ไว้บ้างครับ จุ๊...จุ๊...จุ๊ อย่าไปบอกเมียผมนะคร๊า....บ)

ความลับที่ 4 ผมนิสัยขี้เหนียว

                    อันนี้เป็นนิสัยอันฝังลึกที่ผมแก้ไม่หายสักที เรื่องนี้ต้องเล่ากันยาวเป็นนิยายปุรัมปุรา เลยครับ เพราะการที่ครอบครัวผมถูกปลูกฝังมาแต่เล็กๆ ครับ ครอบครัวเราเป็นครอบครัวยากจน ยายทวดผมได้รับฉายาว่าขี้เหนียวมาก (อันนี้พ่อพูด) พ่อผมเป็นคนที่ค่อนข้างใช้จ่ายสุรุ่ยสุร่าย ทั้งๆ ที่มาจากครอบครัวยากจนเหมือนกัน แต่ฝั่งแม่นั้นเป็นคนตระหนี่ และชีวิตผมค่อนชีวิตได้รับการอบรมเลี้ยงดูโดยแม่ ดังนั้นไม่ว่าจะเป็นเรื่องเทคนิคการใช้ยาสีฟัน ที่บีบยาวแค่เม็ดถั่วเขียวก็พอแล้ว แค่นี้ก็ฟองฟอด(แม่บอก) และเมื่อใช้หมดก็ต้องไล่บีบจากก้นหลอดให้หมดจดจริงๆ การใช้สบู่ก้อน เมื่อใช้จนบางแล้วก็ต้องนำไปรวมกับสบู่ก้อนใหม่ ไม่ทิ้ง ถุงพลาสติกใส่ของเมื่อใช้แล้วก็ต้องนำมาตากเก็บไว้ใช้ใส่ของได้อีก จนเมื่อเก่ามากๆ แล้วจึงนำไปห่อฝรั่งต่อไป ส่วนแป้งทาตัวเราก็จะเททาแต่พอตัว ไม่เททิ้งมากๆ จวบจนผมแต่งงานมีครอบครัว เมียผมจะเป็นคนใจสปอตมากๆ ซื้อของอะไรก็จะซื้อครั้งละมากๆ ที่บ้านผมตอนนี้ยาสีฟันที่วางอยู่บนอ่างล้างหน้ามีเป็น สิบๆ หลอด แต่ละคนมียาสีฟันประจำตามความชอบของตนเอง สบู่ที่ใช้ก็เป็นสบู่เหลว เรียกว่าเวลาอาบน้ำจะใช้ครึ่งหนึ่งทิ้งซะครึ่งหนึ่ง แป้งทาตัวใช้ไม่ทันหมดกระป๋องก็หยิบกระป๋องใหม่มาใช้แล้ว น้ำหอมมีเป็นสิบๆ ขวด ใช้ไม่หมดต้องนำไปฉีดแทนยาดับกลิ่นรองเท้าบ้างก็มี จะเห็นว่าสองคนที่มาจากสองครอบครัวที่แตกต่างกัน ต้องมาปรับตัวเข้าหากัน ความสปอตจ่ายง่าย กับความตระหนี่ถี่เหนียว ก็มีทั้งด้านดีและด้านเสีย แต่ทั้งนี้มันมาจากการเลี้ยงดูที่แตกต่างกันนี่เอง ที่ปลูกฝั่งนิสัยของคนให้แตกต่างกัน

ความลับที่ 5 ผายลมดัง

                  ความลับนี้ดูเหมือนไม่ค่อยน่าจะภิรมณ์นัก แต่ต้องบอกว่าด้วยการถ่ายทอดมาจากบรรพบุรุษครับ คือในบ้านผม พ่อจะเป็นคนผายลมดัง แต่ในบ้านก็จะเห็นเป็นเรื่องตลกครับ แม่และน้องสาวก็จะไม่รับสืบทอด เรื่องนี้ แต่ผมกับน้องชายจะได้รับสืบทอดกันมา และเมื่อเหตุการณ์เกิดขึ้นหลายๆ ครั้งความตลก และเรื่องที่น่าอายก็กลายเป็นเรื่องธรรมดาไปในครอบครัว บางครั้งแม่ผมก็นึกสนุก ทำเรื่องธรรมชาตินี้ออกมาผสมโรงบ้าง เราก็จะแกล้งแหย่แม่กัน ด้วยการทำเสียง ว่า อานแน๊! แม่ก็จะยิ้มๆ เราก็สนุกกัน และเมื่อผมต้องมามีครอบครัว สิ่งที่เคยทำมาเมื่อต้องมาอยู่กับครอบครัวพ่อตาแม่ยาย ก็ต้องกระมิดกระเมี๊ยนกันบ้าง แต่เมื่อแยกครอบครัวออกมา และอยู่ที่บ้าน (เฉพาะที่บ้านเท่านั้นจริงๆ) เราก็จะปล่อยเรื่องนี้ให้เป็นเรื่องธรรมชาติของครอบครัว (คนภายนอกไม่เกี่ยว) สำหรับคนที่ผมอยากรู้จักกับเขามากขึ้นก็คือ

  1. ยุพา สุวรรณมณี http://gotoknow.org/blog/acadamic 
  2. สุนิสา พรหมมณี http://gotoknow.org/blog/sunisaphom
  3. ศศิธร http://gotoknow.org/blog/information
  4. พิษณุ http://learners.in.th/blog/negative
  5. ดรีม http://gotoknow.org/blog/suikadream

 

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

คำสำคัญ (keywords): ความลับ blog tag
หมายเลขบันทึก: 79844
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 20
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (20)

         เฮ้อ .. โล่งอก .. โชคดีจริงๆ ที่ตูนเป็นลูกสาวคนเดียวแต่ไม่ได้รับมรดกชิ้นเดียวกับอาจารย์มาจากคุณพ่อน่ะค่ะไม่งั้นคงดูกันไม่จืดแน่ๆ เลยค่ะ

  • โห นึกว่ามาคนแรก น้องตูนมาก่อนซะแล้ว
  • คราวหน้าต้องระวังให้อยู่ห่างๆ อ. หนึ่งไว้
  • น้องปืนมาอ่านรึยังน้อ
^__
  • มาทิ้งรอยไว้เป็นคนที่ ๔ ครับ
  • เขียนความลับได้ละเอียดมากครับ
  • ผมมีเพื่อน..อยู่ข้อหนึ่ง..ไม่บอกว่าข้อไหน
  • ส่วนข้อที่เหลือส่วนมากตรงกันข้าม
ผมทายว่าข้อ 4 แล้วกันนะครับ เพราะดูแล้วอาจารย์ไม่น่าจะกลัวเมีย

โอ้โฮ ! อ.หนึ่งใจถึงจัง 
     เป็นประโยชน์มากครับ  โดยเฉพาะข้อ 5 เวลาอยู่ใกล้ อ.หนึ่ง จะได้ระวังตัว .. กลัวท่านปฏิบัติการเสร็จแล้วหันมาจ้องหน้าผม แล้วกล่าวหาว่าทำไม ตรด ดังจัง

    ความจริงว่าจะ Tag อ.หนึ่งอยู่แล้ว  ขึ้นบัญชี 5 คนเอาไว้แล้ว แต่คืนนั้น เขียนความลับตัวเอง  ทำลง Notepad  และนำมาวางใน Blog พลาดก็ Copy จาก Notepad มาวางใหม่ ทำอยู่หลายครั้ง  เขียนไว้ค่อนข้างยาว  และแล้ว ใกล้ตี 4  คอมฯเจ้ากรรมก็ Restart เข้า Windows ใหม่โดยอัตโนมัติ  และผมไม่ได้สั่ง Save เจ้า Notepad ไว้เลย .. สรุปก็คือ ทุกอย่างหายเกลี้ยง เลยเข้านอนด้วยความแค้น .. และยังไม่ได้เขียน 5 ความลับของตัวเองเลยจนบัดนี้ครับ

    เขียนความลับได้ละเอียดและชัดเจนมากครับ..

  • อาจารย์เล่าได้ in มากครับ
  • อ่านไป อมยิ้มไปครับ

5555  ขำ ๆ อาจารย์หนึ่ง  และยิ่งเห็นด้วยกับข้อ 3 อย่างแรงคะ  อิอิ..อาจารย์จำได้ไหม  หนูเคยเข้ามาพบอาจารย์ (มาปรึกษางานวิจัยตอนป.โท) 

 ตอนนั้น หนูตามหาอาจารย์ไม่เจอ  แล้วหนูมาจากเพชรบูรณ์ด้วยคะ   (มันเป็นครั้งแรกที่หนูนั่งรถเมล์มาพิษณุโลกคนเดียว)  แต่พอมาถึง โทรไปหาอาจารย์แต่อาจารย์ไม่รับโทรศัพท์  ถามใครก็ไม่มีใครรู้ 

อิอิ..และแล้ว ววว ทางเลือกสุดท้ายคือ โทรหาอาจารย์อ้อย....หนูโทรไปฟ้องอาจารย์อ้อยคะ...(ดูดิ เป็นลูกศิษย์มารร้ายมาก ๆ) .... หลังจากนั้นไม่นาน  อาจารย์ก็โทรกลับมาหาหนูทันที ....อิอิ....(ไม่รู้ว่าอาจารย์จะจำได้หรือเปล่าเน๊อะ...แต่หนูหนะ  จำได้ไม่ลืมเลยยยคะ)  อิอิ...

 

น้องนิวตัวป่วน...

  • แต่ละข้อของอาจารย์นี่เป็นเรื่องลับสุดยอดจริงๆครับ
  • น่าจะนำไปเผยแพร่ให้ลูกศิษย์ได้ทราบคงดีไม่น้อย
  • ขอบคุณครับ
  • ความลับแต่ละข้อ ลืมความเป็น อ.รุจโรจน์ที่เคยเห็นเลยนะคะเนี่ย
  • tag พี่สุนิสา ซะแล้วว่าจะ tag พี่เค้าซะหน่อย ต้องหาเหยื่อรายใหม่ซะแล้ว

อาจารย์เก็บความลับไม่เลยอยู่น่ะค่ะ มาเล่าให้ฟังตั้ง 5 ข้อแบบนี้ สุดยอดจริง ๆเลยค่ะ หลาย ๆ ข้ออาจไม่เคยสัมผัส แต่คิดว่าอาจารย์ไม่ขี้เหนียวแน่ค่ะ รับรองแค่รู้จักใช้ดีที่สุดแล้วค่ะ

โอ้โหอาจารย์เป็นคน (พายลมดัง) เอยไม่ใช้ครับ

เปิดเผยมากๆ เลยครับ แต่ 1 ใน5 ผมก็มีเหมือนอาจารย์เหมือนกันครับ แค่คิดก็เสียวแล้วครับอาจารย์(กลัว)

  • ตามมาอ่านครับอาจารย์
  • ชอบข้อนี้
  • ความลับที่ 3 ผมกลัวเมีย

  • แถวบ้านผมเรียกว่าเกรงใจและมีคาถาสยบภรรยาคือคำว่า ครับๆๆๆๆๆ
ตามมาอ่านความลับของอาจารย์จากที่ learners ค่ะ

ขำขำ  อาจารย์ดร.ขจิต  ถ้ามีคุณสมบัติข้อ 3  อาจจะหายเหมง นะคะ 

  • แถวบ้านผมเรียกว่าเกรงใจและมีคาถาสยบภรรยาคือคำว่า ครับๆๆๆๆๆ
  •  

    คุณเป็นคนเปิดเผยดีค่ะ...

    อ.หนึ่งยอดมาก

    ไม่น่าเชื่อนะคะว่าท่านอาจารย์ ดร.รุจโรจน์จะโมโหร้ายดูใจดีม๊ากๆๆๆ

    หนูเห็นด้วยกับท่านอาจารย์ค่ะคนกลัวเมียแล้วจะเจริญ ที่บ้านก็ใช้นโยบายนี้ค่ะ

    เรียนกับอาจารย์มาหลายสัปดาห์แล้ว เพิ่งรู้ความลับ วันนี้นี่เอง