สุเมธ ฉายศิริกุล, รัชจณา สิงห์ทอง, สุภากรณ์ ผิรังคะเปาระ, ไมตรี ราชานาค, จามรี วัดแพ
โรงพยาบาลสุราษฎร์ธานี

- เพื่อศึกษาเหตุผลที่เกี่ยวข้องกับผู้ต้องขังที่ผ่านโปรแกรมปรับเปลี่ยน พฤติกรรมเพื่อเลิกบุหรี่ ที่เลิกบุหรี่แล้วและยังไม่เลิกสูบ เพื่อเปรียบเทียบความแตกต่างของพฤติกรรมป้องกันสูบบุหรี่ของผู้ต้องขัง จำแนกตามผลการติดตามการสูบ ช่วงอายุ และระยะเวลาที่สูบ
- เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างตัวแปร ได้แก่ ความรู้เกี่ยวกับบุหรี่ ทัศนคติการไม่สูบบุหรี่ และพฤติกรรมป้องกันการสูบบุหรี่

ผลการศึกษา
- กลุ่มตัวอย่างที่เลิกสูปบุหรี่มีร้อยละ 59.2 ให้เหตุผลในการเลิกสูบบุหรี่ คือ ทำให้สุขภาพทรุดโทรม ร้อยละ 87.8 ต้องการทำเพื่อคนรอบข้าง ร้อยละ 84.8 ได้รับความรู้เกี่ยวกับโทษและพิษภัยของบุหรี่จากโปรแกรม ร้อยละ 88.9 แบะมีเป้าหมายในจิตใจชัดเจน ร้อยละ 61.9 กลุ่มตัวอย่าง ร้อยละ 40.8 ที่ไม่สามารถเลิกได้ มีเหตุผลจากปัจจัยด้านร่างกายเมื่อไม่ได้สูบมีอาการอยากสูบบุหรี่อย่าง รุนแรง ด้านจิตใจ มีปัญหาไม่สบายใจร้อยละ 72.2 ด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมพบว่า มีคนรอบข้างสูบบุหรี่ ร้อยละ 78.8 กลุ่มตัวอย่างที่มีผลติดตามการสูบและช่วงอายุแตกต่างกัน มีพฤติกรรมการป้องกันการสูบบุหรี่แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ ระดับ 0.001 และ 0.05 ตามลำดับ ส่วนระยะเวลาที่สูบแตกต่างกัน มีพฤติกรรมป้องกันการสูบบุหรี่ไม่แตกต่างกัน ความรู้เกี่ยวกับบุหรี่ ทัศนคติต่อการไม่สูบบุหรี่ และพฤติกรรมป้องกันการสูบบุหรี่ มีความสัมพันธ์กันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 (r= 0.356 และ 0.422 ตามลำดับ )

จาก บทคัดย่อผลงานวิชาการนำเสนอ
ในการประชุมวิชาการกระทรวงสาธารณสุข ประจำปี ๒๕๔๙
วันที่ ๔-๖ กันยายน ๒๕๔๙ ณ โรงแรมปรินซ์ พาเลซ กรุงเทพมหานคร