ผ้าผืนงามมีรอยด่างตำหนิอยู่จุดหนึ่ง เวลาเรามองผ้าผืนนั้น เราเห็นผ้าผืนงาม หรือรอยตำหนิรอยนั้น

เร็วๆนี้ ผมได้เจอผู้ป่วยมะเร็งเต้านมสองคน ซึ่งมีมุมมองต่อโรคแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ผู้ป่วยคนแรก เป็นมะเร็งเต้านมระยะแรก ผ่าตัดแล้วมาฉายรังสี หลังรักษาครบ เธอถามผมว่า
“คุณหมอ รักษาเสร็จแล้ว ไปตรวจเอกซเรย์คอมพิเตอร์ทั้งตัวดีมั้ย”
ไม่ค่อยบ่อยนักที่ผู้ป่วยเป็นคนถามเรื่องนี้กับหมอ ผมจึงถามเธอว่า อะไรที่ทำให้เธอคิดอย่างนั้น
เธอตอบว่า “จะได้ดูว่า ยังมีเซลล์มะเร็งเหลืออยู่อีกหรือเปล่า” เธอกังวลว่าจะยังมีเซลล์มะเร็งหลงเหลืออยู่ในตัวเธอ
คำตอบของผมคือ “ทำไปก็บอกไม่ได้ว่า ยังมีเซลล์มะเร็งเหลืออยู่หรือเปล่า”
แล้วเธอก็ถามผมอีกหลายคำถาม คำถามของเธอทำให้ผมคิดถึงผู้ป่วยอีกคน เมื่อผมตอบคำถามเธอแล้ว ผมได้เล่าเรื่องผู้ป่วยคนนั้นให้เธอฟัง

ผู้ป่วยคนที่สอง เป็นมะเร็งเต้านมระยะลุกลาม หลังการรักษายังมีรอยโรคเหลืออยู่ แต่สีหน้าท่าทางของเธอดูไม่ทุกข์ไม่ร้อนกับมัน ยังทำงานและมีกิจกรรมช่วยเหลือผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอได้ ผมถามเธอว่า อะไรที่ทำให้เธอเป็นอย่างนั้น
คำตอบของเธอทำให้ผมทึ่ง เธอบอกผมว่า เธอรู้ว่าน่าจะยังมีเซลล์มะเร็งเหลืออยู่ในตัวเธอ แต่มันเป็นส่วนน้อย ยังมีเซลล์ดีๆอยู่ในตัวเธออีกเป็นล้านๆเซลล์ และเซลล์ดีๆเหล่านี้แหละทำให้เธอเป็นอย่างนี้

บางคนหมกมุ่นอยู่กับการกำจัดเซลล์ร้ายๆออกไปให้หมดจากร่างกาย พยายามกำจัดสิ่งที่ไม่ต้องการออกไป แล้วตึง แล้วเครียด เมื่อยังไม่แน่ใจว่ามันหมดไปจริงหรือไม่   ในขณะที่บางคนกลับสนใจแต่เซลล์ปกติเซลล์ดีๆของตนเอง เรียนรู้ที่จะมีชีวิตอยู่กับเซลล์ร้ายหรือสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ต่างๆที่แวะเวียนเข้ามาในชีวิต

ผ้าผืนงามมีรอยด่างตำหนิอยู่จุดหนึ่ง เวลาเรามองผ้าผืนนั้น เราเห็นผ้าผืนงาม หรือรอยตำหนิรอยนั้น ลองถามตัวเองดูนะครับ