เจ้าคอมพิวเตอร์นี่นะครับมันชักจะมีอิทธิพลกับชีวิตเรามากขึ้นทุกที หลายครั้งที่มันทำท่าจะเป็นนายเราเสียอีก สั่งให้เราต้องทำนั่นทำนี่ มันทำได้กระทั่งให้เราคิดถึงคนโน้นคนนี้

 

แทนที่จะมานั่งหงุดหงิดเปิดปิดโปรแกรมง่วนเหมือนลิงแกะแห เราก็อาจจะหันไปทำงานอย่างอื่น หรือไม่ก็ล้มตัวนอนฝันหวาน หรือจะฝัน3รส เปรี้ยว-หวาน-เค็มก็แล้วแต่ถนัด บางคนก็อาจจะไปอ่านหนังสือ หรือไม่ก็สะสางขยะในคอมพิวเตอร์ สะแกนไวรัส สะแกนทำความสะอาดโปรแกรมต่างเตรียมพร้อมไว้ สำหรับผมรึครับ..ถ้าเจอสถานการณ์อย่างนี้ ผมก็จะนั่งเฉยๆเงียบๆสบายๆ หายใจเบาๆ เบาที่สุดเพื่อที่จะได้ยินเสียงหัวใจเต้น 

เจ้าคอมพิวเตอร์นี่นะครับมันชักจะมีอิทธิพลกับชีวิตเรามากขึ้นทุกที หลายครั้งที่มันทำหน้าจะเป็นนายเราเสียอีก สั่งให้เราต้องทำนั่นทำนี่ มันทำได้กระทั่งให้เราคิดถึงคนโน้นคนนี้ เอ๊ะ!..เขาเข้ามาอ่านมาเขียนอะไรมาหาเราหรือยังหนอ  พอเปิดไปดูเงียบฉี่ไม่มีอะไรปรากฏ ความรู้สึกก็เว้นวรรค ทำอะไรไม่ได้ต้องมานั่งทำใจ ..ทำไมถึงทำกับฉันด๊ายยยย 

โลกแห่งการเรียนรู้ที่สนองความต้องการได้อย่างไม่จำกัดเช่นนี้ เป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน เราสามารถมีจินตนาการที่สามารถจับต้องได้มากขึ้น มีภาพ มีเสียง มีความรู้สึกที่ปรากฏสัญลักษณ์ออกมาให้เห็น มันเปลี่ยนจากความรู้สึกเดิม ฝันลมๆแล้งๆ มาเป็น ทุ่งกว้างที่เขียวขจี มีสายลมเย็น แสงแดดอุ่น เสียงนกร้อง รอยยิ้มที่ร่าเริง ให้เลือกได้ตามใจปรารถนา  

เรากำลังก้าวไปอยู่ในโลกใหม่ ควรเรียนรู้ที่จะอยู่ในสังคมที่ไร้ขอบเขต จำเป็นที่จะต้องมาเตรียมตัวเตรียมใจเตรียมความคิดและความรู้สึกใหม่ด้วย ไม่อย่างนั้นความครุ่นคิดคำนึงของเราก็จะเที่ยวไล่ตะโกนถาม ว่าทำไมคนพวกนั้นพวกนี้ถึงไม่คิดและทำอย่างนั้นอย่างนี้ เอกสิทธิ์ส่วนบุคคลเปิดกว้างจนยากจะยั้งใจ จริตใครจริตมัน หลายคนพอใจที่จะพูดคุยเรื่องกุ๊กกิ๊กกระเซ้าเหย้าแหย่เป็นการลดช่องว่างความตรึงเครียด ในที่ทำงานได้อย่างวิเศษสุด  

ในโลกหน้าจอส่วนตัว ไม่มีใครมาคอยชี้นิ้ว สั่งงานแบบไร้น้ำใจ เป็นที่ๆมีเพื่อนที่แคร์ความรู้สึกของกันและกัน ช่วยให้สังคมจอสี่เหลี่ยมมีทางออก หงุดหงิดเรื่องอะไรก็จะมีใครๆต่อใครมาโอ๋มาปลอบให้กำลังใจ โรคขาดกำลังใจ ที่ไร้หนทางเหยี่ยวยามานาน จนความรู้สึกที่เหี่ยวเฉา ก็เริ่มชุ่มชื่นเบิกบานมองเห็นฟ้าสีทองผ่องอำไพ ไปมาหาสู่กันเป็นสังคมเครือญาติขึ้นมา คนที่อาวุโสอย่างผมก็จะมีลูกเต็มบ้านหลานเต็มเมือง วันไหนลูกสาวหายก็จะกู่หาหน้าจอสี่เหลี่ยม ให้พวกหนุ่มรุ่นกระเต๊าะแอบหัวเราะ ก็ไม่ว่าอกัน กลับดีเสียอีกที่ทำให้ใครๆได้มีความสุขวันละเล็กละน้อยก็ยังดี 

ถามว่า ผมคิดอย่างไรกับเรื่องสังคมชาวบล็อก gotoknow มีนิดเดียวครับ ถ้าท่านที่เข้ามาอ่านบล็อกแล้วลงชื่อแซ่ว่าไว้ว่าเป็นใคร ท่านจะให้ความเห็นหรือไม่ก็ไม่เป็นไร แต่ควรจะมีน้ำใจไมตรีต่อกันบ้าง ไม่ใช่ตีหัวเข้าบ้านไปนั่งยิ้มเผล่ แบบนี้การใช้บล็อกเป็นเครื่องมือของมนุษย์ มันก็จะด้านๆ ส่งเสริมความมักง่าย ไม่สร้างเสริมอาณาจักรของสิ่งที่ไม่มีชีวิตจิตใจให้นักข้อเข้าไปอีก ไม่ทราบ ดร.จันทรวรรณ น้อยวัน จะให้เจ้าโปรแกรมของเราทำในสิ่งที่ร้องขอนี้ได้หรือเปล่านะ

เมื่อมิตรภาพส่วนบุคคลเกิดขึ้น  ก็จะพัฒนาไต่ระดับไปเป็นมิตรไมตรีที่มีให้สังคม เกิดเป็นสังคมแห่งสันติสุข แล้วจะนำไปสู่สันติภาพของมวลมนุษย์ได้ ยิ่งในสังคมไทยที่มีพื้นฐานจิตใจ ที่ศาสนาปูทางไว้ให้มีความเมตตาต่อเพื่อมนุษย์ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ข้าวบ้านเหนือ เกลือบ้านใต้

ตรงจุดนี้คนไทยนำมาสอดแทรกไว้ในวัฒนธรรมICT.ได้อย่างกลมกลืน  ดังนั้นถ้ามีใครถามว่า 

·        เวลาเน๊ตล้มผมทำอะไร 

·        จะตอบดีไหมหน๊า..

·        อยากรู้แล้วใช่ไหมละ

·        ผมจะทำอะไรได้

·        นอกจากรักและคิดถึงคนที่กำลังอ่านอยู่ตอนนี้แหละ

·        อิ อิ ๆ ๆ..