ความนึกคิดวันนี้ จักต้องมิหยุดนิ่ง และต้องมิได้เพียงคิด ต้องกระทำ ต้องบันทึก ต้องทบทวน ต้องปรับปรุง เพื่อการเปลี่ยนแปลงในจุดหมายที่รออยู่ข้างหน้า พี่น้องปกาเกอญอ
บันทึกประจำวันเสาร์ที่  17  กุมภาพันธ์  2550

  <ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="background: #ccffcc; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">สางงานเขียนข้อเสนอมูลนิธิกระจกเงา</li></ul> เขียนสรุปต่อจากเมื่อวานได้อย่างย่อๆเรียบร้อย  และได้ส่งเมล์ให้กับพี่หริ่ง ประธานมูลนิธิกระจกเงา  หวั่นๆนิดๆเพราะกลัวจะสื่อได้ไม่ดีเท่าที่ควร  ระหว่างเขียนได้พยายามทบทวนสิ่งที่คิดที่จะทำ และพยายามตอบคำถามภายในใจของเราเองไปด้วย  <ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="background: #ccffcc; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">เขียนงบประมาณโครงการ</li></ul> เขียนได้ไม่เท่าไร  เพราะสมองบรรเจิดไปเรื่องกิจกรรมในโครงการฯ บรรเจิดมากไปหน่อย เพราะอยากทำมากมายเสียเหลือเกิน  จึงขอตั้งนิ่ง..ก่อนโดยการไปเปิดทีวีผ่านอินเตอร์เน็ท  จนเลยเวลาผ่านไปบ่ายสาม  สภาพร่างกายเราเมื่อยล้าเหลือเกิน  ออกเดินทางไปธรรมศาสตร์ดีกว่า  <ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="background: #ccffcc; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">โมงเย็น   ขอไปกินข้าวฟรี  กับ  อ.แหวว  ที่เขานัดคุยกันเรื่องหนังสือแต่เราอยากเจออาจารย์  แก้ว และชล   จึงขอเสนอหน้าไปแบบไม่ได้เชื้อเชิญ  และเพื่อแอบเรียนรู้การทำหนังสือกับอาจารย์ด้วย</li></ul><p>  ปิ่นแก้ว อุ่นแก้ว  บรรณาธิการ หนังสือ ลำนำแห่งตัวตนเป็นหนังสือที่รวมบทความเกี่ยวกับคนไร้สัญชาติ ที่มุ่งไปที่ ความเป็นตัวตน แต่ไร้ตัวตน  ถึงความเป็นตัวตนที่เลือนลาง ในบริบทแห่งความเป็นคน  (อาจนิยามไม่ได้ดั่งใจ บรรณาธิการเท่าใดนัก)  เพราะเราดันไปเอะใจบอกแก้วว่า  เราไม่โดนนะ  กับคำว่า  ลำนำแห่งตัวตน  (แอบคิดว่าถ้าเป็นคนที่ไม่เคยรับรู้เรื่องราวเกี่ยวกับคนไร้สัญชาติมาก่อนเลย  หนังสือเล่มนี้คงอาจจะเป็นสารคดีเกี่ยวกับคนที่ใช้ชี้วิตที่เลื่อนลอยไม่มีตัวตน อาจไม่อยากซื้อไปอ่านได้   55 แอบคิดนะ  )  </p><p>โดยสนทนากันเพื่อปรับปรุงก่อนจะตีพิมพ์  ในสำนักพิมพ์วิญญูชน  ก็ได้คำแนะนำจาก อ.แหวว  รศ.ดร.พันธุ์ทิพย์  กาญจนจิตรา  สายสุนทร  บุคคลหนึ่งที่ได้เขียนบันทึกเรื่องราวของคนไร้รัฐ ไร้สัญชาติ ในหนังสือลำนำแห่งตัวตน  เป็นบุคคลที่อาจเรียกได้ว่าเป็นคนที่ คิด  ทำ แก้ไขปัญหาความไร้รัฐ ไร้สัญชาติ แบบบูรณาการเพียงคนเดียวในประเทศไทย  ก็อาจได้  .. วันนี้  อ.แหวว  ดูเหน็ดเหนื่อยมากเพราะพึ่งกลับมาจากการสอนนิสิตเมื่อครู่นี้            </p><p>ระหว่างการสนทนา  เราก็แอบแฝงแนวปรึกษาโครงการฯของเราไปด้วย  ..... แม้เพียงยังไม่ได้เอ่ยถ้อยคำใด  อาจารย์เอ่ยขึ้นว่า  ไอ้นุชนะ  งานของเอ็งนะมันยังชัดเจนในความฝัน  โดน...โดน...กระเปราะใจ  นิ่งคิดสักครู่  อาจารย์ก็กล่าวต่อว่า  งานนะทำอะไรต้องชัด  อย่าคิดว่าคนเดียวจะทำอะไรได้ทุกอย่างนะ  อึ้งนิ่ง  ไปอีกครู่...อืม...อืม  แก้ไข สิเรา   ได้คำแนะนำแล้ว  กับไปคิดตรอง  ทบทวนและปรับปรุงซะ  และวงสนทนาเรื่องหนังสือก็ดำเนินต่อไป  หลายประเด็นมากกกกกกกกก     </p><p>จนกระทั่งเกือบ 2 ทุ่ม ก็ได้แยกย้ายกันกลับ  เราเดินไปส่งอาจารย์ที่รถและก็ได้สนทนากันต่ออีกหน่อยเรื่องงานโครงการฯ  ก่อนที่จะแยกกัน  พรุ่งนี้อาจารย์ต้องตื่นแต่ยามสาง ตี 4 เพื่อออกเดินทางไปจังหวัดเชียงใหม่  เราเห็นอาจารย์ทำงานหนักขนาดเนี่ย  เราจึงหยุดนิ่งเฉยไม่ได้เป็นแน่        </p><ul style="margin-top: 0cm"><li class="MsoNormal" style="background: #ccffcc; margin: 0cm 0cm 0pt; tab-stops: list 36.0pt">มาะทม  (นางทม สินสุวรรณ)  http://gotoknow.org/blog/sarinya/41063</li></ul><p> รับโทรศัพท์มะทม หญิงมุสลิม  บุคคลสัญชาติไทยแต่มีบุตรที่ยังไม่ได้รับสัญชาติไทย  ซึ่งเป็นตัวแทนคนไทยพลัดถิ่น (ถิ่นพลัด) แห่งจังหวัดระนองในการประกาศให้สังคมได้รับรู้ถึงความเป็นชนชาติของพี่น้องพลัดถิ่นที่มีเชื้อสายไทยโดยแท้   </p><p>นุชรู้จักกับมะทมตอนที่ได้ร่วมทำโครงการศึกษาวิจัยในพื้นที่สึนามิ  ทำให้รู้สึกถึงความผูกพันธ์กับมะทม  และมะทมก็รู้สึกเช่นเดียวกับเรา  เป็นกัลยานิมิตรที่ดีที่ทำให้เรารู้สึกภูมิใจเล็กๆด้วย  ถึงแม้เราจะสนทนากันไม่บ่อยครั้งมากนัก   </p><p>มะทมบอกกับนุชว่า  วันที่ 20 นี้ทางอำเภอสั่งให้กำนันในหมู่บ้าน  (นายอานันท์  ร่มเย็น  กำนันที่ช่วยเหลือลูกบ้านด้วยดีมาตลอด)  สำรวจลูกบ้านที่มีพ่อหรือแม่ที่มีสัญชาติไทย  แต่ลูกยังไม่ได้รับการเพิ่มชื่อในทะเบียนบ้าน  เพื่อสำรวจเตรียมพิสูจน์จัดทำบัตรประชาชน ตามโครงการเฉลิมพระเกียรติ 5 ธันวา ของกรมการปกครอง  โดยกล่าวด้วยว่าทางกรมการปกครองมีงบประมาณตรวจ DNA เพื่อทำการพิสูจน์บุคคลตกหล่นทางทะเบียนราษฎร์ด้วย  มะทมกับลูกๆดีใจ ที่ความหวังที่รอคอยมานานใกล้ถึงความจริงแล้ว     </p><p>และเมื่อเราถามถึง  เจ้าสมปอง สินสุวรรณ  บุตรคนสุดท้องของมะ  สมปองได้รับการจัดทำทะเบียนประวัติและบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนแล้ว  และดีใจที่จะได้มีการพิสูจน์ให้สมปองได้รับสิทธิในสัญชาติตามมารดาเสียที  เราถามถึงความใฝ่ฝันอีกครั้งว่า  โตอยากเป็นอะไร  ครั้งก่อนบอกกับนุชว่า  อยากเป็นตำรวจหลวง  แต่ตอนนี้อยากทำงานด้านศิลปะ  ............ความใฝ่ฝันของเด็กคือพลัง ถึงแม้มีการเปลี่ยนแปลงทางความคิด แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีเพราะ  เด็กชายสมปอง  มีจุดหมายที่จะเปลี่ยนแปลง  </p><div style="border-right: medium none; padding-right: 0cm; border-top: medium none; padding-left: 0cm; padding-bottom: 1pt; border-left: medium none; padding-top: 0cm; border-bottom: windowtext 1pt solid"></div>