- ในหลักการผมเห็นด้วยกับท่านครูบาครับ ที่ระบบ G2K น่าที่จะสามารถรู้ได้ว่าใครเข้ามาบ้าง.งแต่ท่านอาจารย์จันทรวรรณ (นามสกุลอะไรเอ่ย)..ตอบว่าทำได้แต่ต้องเพิ่มความสามารถระบบ
- ผมอ่านบทความอาจารย์จันทรวรรณ ว่าที่เมืองนอกเขาเคยใช้ระบบสมัครเป็นสมาชิกแล้วต่อมาก็เปิดเป็นสาธารณะที่ใครก็เข้าถึงได้
- ต่อมามีผู้แสดงความเห็นว่า หากเปิดเช่นนั้นผู้เข้าไปต้องมี "วุฒิภาวะ" มิเช่นนั้นจะเป็นการเข้าไปหาเรื่องมากกว่าเข้าไปสร้างสรรค์
- อาจารย์จันทรวรรณ กล่าวต่อไปว่าระบบ G2K บ้านเราเป็นระบบเปิดมาตั้งแต่แรก ขณะที่ของฝรั่งเพิ่งเปลี่ยนใจมาเปิด แต่ผมก็เชื่อว่าการเปิดเสรีน่ะดี แต่ต้องมีระบบควบคุม ตรวจสอบได้
- ผมเห็นว่าการเจ๊าะแจ๊ะเป็นเรื่องปกติของคนที่ชอบพอกัน สนิทสนมกัน เป็นกัลยาณมิตรกัน และมันก็เป็นสีสันผสมอยู่ในการสร้างสรรค์แลกเปลี่นยเรียนรู้ ดีออก.. ไม่เช่นนั้นมีแต่สาระล้วนๆ แห้งตายเลย ฝืดคอ..พวกนักวิชาการจึงมักเป็นคนเครียดจัด เส้นโลหิตแตกตายกันมากไป..ใช่ไหมครับท่านครูบาครับ
ครูบาครับ
- เห็นด้วยกับอาจารย์ทุกประการ
- บ้านเรามันไม่มีนักวิชาการวิชาชีพสักเท่าไหร่ จึงปักใจเชื่อตัวเองอย่างเอาเป็นเอาตาย
- ถ้าไปบวชเรียนเสียบ้างก็จะรู้ว่า พระพุทธองค์แสดงธรรมไว้ว่าไม่ให้เชื่ออะไรเลย โดยที่ไม่มีเหตุผลที่ถูกต้องกำกับ
- ผมก็ได้แต่สงสารพวกที่เส้นโลหิตยังไม่แตก น่าจะคิดได้ว่าวันหนึ่งๆ ในโต๊ะอาหาร นอกจากอาหารคาวแล้ว ยังมีขนม ผลไม้ เครื่องดื่ม อยู่ด้วย
- ตรงกับคำที่ว่า "ทางสายกลาง" อย่าไปสุดโต่งด้านหนึ่งด้านใด
- มันน่าตั้งภาควิชาเจ๊าะแจะศาสตร์เสียแล้วสิ