คนเรานอกจากจะคิดเข้าใจแบบแปลความหมาย ดังที่ได้บันทึกไว้ในบล็อกก่อน แล้ว   ยังมี"ความคิดเข้าใจแบบตีความ" ด้วย

ความคืดเข้าใจแบบตีความ(Interpretation)นี้  เป็นความสามารถในการ "ลงความเห็น" อย่างหนึ่ง  เช่น "เขาเป็นนักเรียนเข้าใหม่  ตัวโตกว่าใครๆ เขามักจะบอกให้เพื่อนๆฟังเสมอว่า พ่อของเขาเป็นกำนันชื่อดัง"  ถ้า "เรา"  "คิด"ว่า  "เขาต้องการหาปมเด่น"   "เขามีปมด้อยมั้ง"  หรือ "เขาคงบูชาพ่อของเขามาก" ฯลฯ  ก็เรียกว่า "เรากำลังคิดตีความ"

หรือตัวอย่างอื่น เช่น

น้ำตาลแพง   "ตีความว่า"  น้ำตาลน้อยลง  แต่คนต้องการมาก

รัฐตั้งงบเพิ่มตำรวจมากกว่าปีใดๆ  "ตีความ"ว่า  มีโจรมากขึ้น

รัฐให้พลเมืองคุมกำเนิด  "ตีความว่า" ขณะนี้มีพลเมืองมากเกินต้องการ

เขาขยันอ่านหนังสือมากขึ้น "ตีความ"ว่า เขาอยากได้เกรดเอ,กลัวอี

เราทุกคน "มี" ความสามารถนี้ครับ  จะมีมากมีน้อยก็อีกเรื่องหนึ่ง  ยกเว้นคนที่โง่มากๆจนแม้แต่ชื่อตัวเองก็ไม่รู้จัก  ตัวเองเป็นหญิงหรือชายก็ไม่รู้  แต่ --- แปลกนะ  หมาที่มันกำลังเห่าเรา  มันจะวิ่งหนีถ้าเรายกมือจะตีมัน ?!  มัน "คิดตีความหรือเปล่า" คือ "ตีความว่าคนที่มันเห่าใส่อยู่นั้นโกรธมันแล้ว"  ถ้ามี  ก็แสดงว่ามันมีปัญญาเหนือกว่าความจำของมันเสียอีก  ใครช่วยลองค้นคว้าวิจัยดูที !

ความสามารถด้านคิดตีความนี้ทุกคน "มีอยู่แล้ว"ดังกล่าว  ครู"เพียงแต่ช่วยให้เขาได้คิดให้มากๆ"เท่านั้นแหละครับ   ไม่ใช่ว่าเด็กไม่มีความสามารถนี้ แล้วครูทำให้มันมีขึ้นมา   ถ้าครูไม่รู้จักความสามารถนี้  ก็แน่นอนว่าลูกหลานของเราพัฒนากันเองตามยะถากรรม  แต่ถ้าครูรู้จักความสามารถนี้  และรู้วิธีพัฒนา  ก็เป็นยอดครูนะซีครับ 

นี่ไงละ  ที่บ่นกันว่า  ให้สอนคิดกันบ้าง  อย่าเอาแต่สอนจำอย่างเดียว !