หากนิยามอย่างเรียบง่ายว่า ความฝัน การวาดภาพในใจ การนึกคิด เป็นสาระแห่งความหมายของคำว่า จินตนาการ สิ่งเหล่านี้น่าจะเป็นฐานของการต่อยอดไปสู่การออกแบบในหลากหลายสาระ ทั้งสาระทางวิชาการ สาระทางการดำรงชีวิต สาระทางการปฏิบัติงานในหน้าที่ ซึ่งที่กล่าวมานี้ยังไม่ลงลึกถึงการนิยามแบบวิชาการว่าจินตนาการมีความหมายครอบคลุมไปถึงมิติใดบ้าง
แต่สิ่งที่เป็นประจักษ์กับทุกท่านก็คือหากผู้คนไม่มีจินตนาการหรือมีน้อยในการปฏิบัติการใดๆ เราค่อนข้างเชื่อได้ว่าความสำเร็จของงานนั้นๆมีข้อจำกัดในทันที อย่างไรก็ดีจินตนาการกับการออกแบบเรื่องใดๆ จึงเป็นสิ่งที่เกิดและมีควบคู่กันเสมอ
กระบวนการจัดการศึกษาทุกระดับ มุ่งเน้นผลลัพธ์ไปที่คุณภาพคน และด้วยเหตุผลสำคัญอันนี้ การวาดภาพในใจ การนึกคิด ความฝัน ของครูและเด็กๆ จึงกลายเป็นปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งที่จะนำไปสู่การออกแบบการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ
จินตนาการในด้านการจัดการศึกษา ย่อมมีหลากหลายรูปแบบเป็นไปตามจังหวะและลีลาของวิชา เมื่อพิจารณาแบบวางใจให้เป็นกลางแล้ว เราจะเห็นว่าในบางวิชา บางเนื้อหา เอื้อต่อการจินตนาการที่ก่อรูปสู่การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างลงตัว แต่บางเนื้อหา บางวิชา ดูเหมือนมีความเป็นนามธรรมสูงมาก มากจนเป็นเหตุให้ครูและเด็กๆบางส่วนจินตนาการไปไม่ถึง ยกตัวอย่างเช่น ในสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม ได้กล่าวถึงสาระที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐศาสตร์ในหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2544 ซึ่งในบางตอนกล่าวไว้ว่า
“ … เข้าใจระบบและสถาบันทางเศรษฐกิจ ต่างๆ รวมถึงความสัมพันธ์ ของระบบเศรษฐกิจ และความจำเป็นของการร่วมมือกันทางเศรษฐกิจในสังคมโลก…”
หากท่านเป็นครูที่จัดกิจกรรมการเรียนการสอนเศรษฐศาสตร์ให้เด็กๆระดับชั้นประถมศึกษา ท่านจะมีจินตนาการที่เป็นฐานสู่การออกแบบการเรียนรู้ อย่างไร สิ่งนี้ในฐานะที่ผมเป็นครูบ้านนอกคนหนึ่ง มีความเห็นว่า จินตนาการของบรรดาท่านผู้รู้ในส่วนกลางที่วางแนวทางการศึกษาเช่นนี้ มีความคาดหวังต่อสิ่งใด ซึ่งด้วยความเป็นไปแล้ว เศรษฐศาสตร์เป็นสิ่งใกล้ตัว แต่สิ่งใกล้ตัวครูคือหลักสูตรได้ทำให้ครูและเด็กๆจำเป็นต้องอยู่ห่างไกลเศรษฐศาสตร์
ณ วันนี้เราคงต้องจินตนาการร่วมกันแล้วว่า ทำอย่างไรครูและเด็กๆจะไม่ละเลยศาสตร์ที่ใกล้ตัว อย่างวิชาเศรษฐศาสตร์ และวิชาอื่นๆในทำนองเดียวกัน
จินตนาการกับการออกแบบ
จินตนาการในด้านการจัดการศึกษา ย่อมมีหลากหลายรูปแบบเป็นไปตามจังหวะและลีลาของวิชา เมื่อพิจารณาแบบวางใจให้เป็นกลางแล้ว เราจะเห็นว่าในบางวิชา บางเนื้อหา เอื้อต่อการจินตนาการที่ก่อรูปสู่การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้อย่างลงตัว แต่บางเนื้อหา บางวิชา ดูเหมือนมีความเป็นนามธรรมสูงมาก มากจนเป็นเหตุให้ครูและเด็กๆบางส่วนจินตนาการไปไม่ถึง
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
คนขับช้า · 12 ก.พ. 2550
ศุภลักษณ์ วิรัชพินทุ · 12 ก.พ. 2550
บอย สหเวช · 12 ก.พ. 2550
บรรจง ผอ.ไอซีที · 12 ก.พ. 2550
EmoTion · 12 ก.พ. 2550
น้าอึ่งอ๊อบ คนสวย แซ่เฮ · 12 ก.พ. 2550
ท่าน ผอ.
บันทึกนี้ น่าสนใจมากครับ...
พวกหอคอยงาช้าง บางทีก็ไม่เคยย้ำดิน เค้าจินตนาการไม่ถูกหรอกครับ...
เมื่อ ๑๐ กว่าปีก่อน อาตมาอยู่กรุงเทพฯ ก็มีโรงเรียนประถมภายในวัด ทางโรงเรียนได้จัดเข้าค่ายลูกเสือ (แต่อยู่ที่ตึกอาคารเรียนภายในวัด) ใช้เครื่องขยายเสียง มีเสียงดังตามปรกติ และกุฏิอาตมาได้ยินชัดเจน...
ตอนเย็นวันนั้น ครูก็ให้ลูกเสือทำเสียงสัตว์ต่างๆ เช่น หมาก็ บ๊อกๆ โฮ่งๆ ..แมว ก็เมี้ยวๆ ...ซึ่งท่านผอ.คงพอจะจินตนาการได้...
น่าขำที่สุดก็ตอนครูบอกให้ ทำเสียงวัว นี้แหละครับ...ลูกเสือบอกว่า วัวๆ (..........) ครูถึงกับหัวเราะออกมาทางเครื่องขยายเสียงเลยครับ...
สรุปว่า เด็กประถมกรุงเทพฯ ไม่รู้ว่า วัว ร้องยังไง...นี้คือเรื่องจริงครับ...
การสอนพื้นฐานเพื่อติดตัวเด็กไป และให้เด็กสามารถนำไปต่อยอดพัฒนาต่อเมื่อเค้าเติบโตขึ้น สำคัญที่สุด ครับ...
เจริญพร
มาเยี่ยม...
อ่านแล้วทำให้นึกถึงโลกแห่งแบบของนักปรัชญาที่ชื่อว่า พลาโต้ นะครับ