หมึกแท้ & หมึกเทียบเท่า (หมึกเทียม)            

หมึกที่อั้มกล่าวถึงวันนี้คือ หมึกสำหรับเปลี่ยนหรือเติมให้กับปริ้นเตอร์นะคะ ทุกชนิด ทุกยี่ห้อปัจจุบันจะพบได้ว่ามีหมึกเทียบเท่า ซึ่งมีราคาถูกกว่าหมึกแท้มาก ทำให้เราสามารถประหยัดค่าใช้จ่ายได้เยอะเชียวละคะ โดยเฉพาะสำหรับท่านที่จำเป็นต้องใช้เครื่องปริ้นเตอร์ที่บ้าน หรือสำหรับคุณลูกที่ปัจจุบันต้องทำรายงาน พิมพ์กับคอมพิวเตอร์ และปริ้นงานจากอินเตอร์เนตแทบจะทุกบ้านทีเดียว             

     ถ้าพูดถึงคุณภาพของหมึกแล้ว หมึกเทียบเท่าก็คือหมึกเทียม ซึ่งคุณภาพคงเทียบไม่ได้กับหมึกแท้คะ ซึ่งก็ต้องคำนึงถึงการใช้งานด้วยว่า เราจำเป็นต้องปริ้นรูปหรือลายเส้นที่เรียบสวย และสม่ำเสมอแค่ไหน  เช่น

·               หากคุณเป็นช่างศิลป์ และเลือกใช้ปริ้นเตอร์เลเซอร์ในการทำงานวาดลายเส้น อันนี้ขอให้ใช้หมึกแท้อย่างเดียวคะ เพราะลายเส้นที่ได้จะสวย และไม่มีปัญหาเมื่อคุณต้องการตัดแบบที่ปริ้นออกมา

   

แต่ถ้าคุณใช้ปริ้นเตอร์ INK JET ทั้งหลายในตลาดทั้ง CANON, EPSON, HP, LEXMARK

      ขนาดเล็กเหมาะสำหรับปริ้นรายงาน, Text, รูปที่ไม่ละเอียดมากนัก อั้มอยากให้คุณลองใช้หมึกเทียบเท่าดูคะ อาจจะเป็นทางเลือกหนึ่งในการประหยัดหมึกป และไม่ต้องหลีกเลี่ยงการพิมพ์รายงานที่มีสีมากกว่าสีดำ หรือสั่งปริ้นเฉพาะเฉดสีเทาเท่านั้น (อั้มก็เคยทำคะ)           

     สำหรับการเติมหมึกปริ้นเตอร์ INK JET ที่ได้เราพูดถึงกันอยู่นี้ คุณอาจจะเลือกที่จะนำตลับหมึกออกจากเครื่องไปให้ร้านที่รับเติม ซึ่งราคาการเติมหมึกก็จะถูก และสะดวกมากกว่า แต่ถ้าหากคุณคิดว่าจะเติมเอง (สำหรับการเติมหมึกด้วยตัวเองนี้ง่ายมากคะ สำหรับ CANON,HP,LEXMARK แต่ปริ้นเตอร์ EPSON คุณต้องมีตัวรีเซทซิปจึงขอแนะนำว่าให้ที่ร้านเติมง่ายกว่าคะ)

<p style="text-align: center"></p> <p style="text-align: center" align="center">หน้าตาของ Chip Resetter สำหรับตลับหมึก Epson   </p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">ทำไม? จึงต้องใช้ Chip Resetter กับตลับหมึก Epson</p><p>     เพราะตลับหมึก Epson มีชิพที่เก็บข้อมูลการใช้เครื่องพิมพ์ เมื่อหมึกหมดจะไม่สามารถเติมหมึกได้ เพราะชิพจะเก็บข้อมูลการใช้งานไว้ แม้เติมหมึกแล้ว ข้อมูลหมึกหมดก็ยังเก็บไว้ในชิพ Chip Resetter จึงมีหน้าที่ในการล้างข้อมูลเก่า ให้เหมือนชิพที่ยังไม่ถูกใช้งาน จึงจะสามารถเติมหมึกในตลับเดิมได้เรื่อย ๆ ซึ่งเป็นการประหยัดเงินได้มาก เพราะการซื้อหมึกเป็นตลับ โดยเฉพาะหมึกของแท้จะราคาแพงมาก            </p><p>เติมหมึกแล้วหัวพิมพ์ตัน ?     </p><p>     มีความเข้าใจผิดกันเป็นจำนวนมากเกี่ยวกับการเติมหมึกด้วยตนเอง แล้วหัวพิมพ์ตัน
หลังจากเอาตลับหมึกออกมาจากเครื่องพิมพ์ และเติมหมึกจนเติมแล้ว เมื่อเราเอาตลับใส่คืนเข้าไปในเครื่องพิมพ์ น้ำหมึกยังไม่ไหลเข้าไปในท่อหมึกทันที ดังนั้นเมื่อเราสั่งทดลองพิมพ์จึงมักปรากฎว่า บางสีหมึกไม่ออก ส่วนใหญ่มักจะตกใจ สั่งล้างหัวพิมพ์ทันที พอสั่งลองพิมพ์อีก หมึกก็ไม่ออกอีก จึงนึกว่าหัวพิมพ์ตันแน่แล้ว เลยสั่งล้างหัวพิมพ์อีก ก็ยังพิมพ์ไม่ออกอีก จนท้อใจเลิกเติมหมึก
</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">     </p><p>     เมื่อเราดึงตลับหมึกออกจากเครื่องพิมพ์น้ำหมึกในท่อก็จะขาดไป และมีอากาศเข้าไปแทรก คำแนะนำมีดังนี้

          1. หลังจากเติมหมึกและเอาตลับหมึกใส่กลับเข้าไปแล้ว ให้ทิ้งไว้ 30 นาที (ทิ้งไว้นานเท่าไหร่ยิ่งดีเท่านั้น เพื่อให้หมึกไหลเข้าไปแทนที่อากาศอย่างสมบูรณ์) จึงค่อยสั่งทดลองพิมพ์ ถ้าโชคดีอาจไม่ต้องล้างหัวพิมพ์
          2. ถ้าสั่งทดลองพิมพ์แล้ว สีหมึกออกมาเป็นแถบ ๆ แบบหมึกออกบ้างไม่ออกบ้าง อันนี้สั่งล้างหัวพิมพ์เลย แต่สั่งล้างหัวพิมพ์แล้วก็อย่าเพิ่งสั่งพิมพ์ทันที ทิ้งไว้อีกสักครึ่งชั่วโมงแล้วค่อยสั่งพิมพ์
          3. เติมหมึกแล้วควรทิ้งไว้ 6 ชั่วโมงเลยนะคะ หลังจากเติมหมึกเสร็จทิ้งไว้ข้ามคืนหรือไม่ก็ข้ามวันแล้วค่อยมาพิมพ์ แม้กระทั่งสั่งล้างหัวพิมพ์ก็เหมือนกัน กลับมาพิมพ์รับรองใช้การได้
          4. ถ้าพิมพ์อยู่ดี ๆ แล้วหมึกสีใดสีหนึ่งหายไป แสดงว่าหมึกสีนั้นหมดแล้ว ถอดตลับหมึกออกมาเติมได้เลย อย่าคิดว่าหัวพิมพ์ตันนะคะ อย่าไปเชื่อซอฟต์แวร์ของเครื่องพิมพ์ว่าหมึกคุณยังเหลืออยู่ เพราะหมึกแต่ละสีใช้ไม่เท่ากัน ยิ่งเครื่องพิมพ์รุ่นราคาถูก ๆ คุณพิมพ์แบบโฟโต้ได้ไม่เกิน 10 รูปหมึกก็หมดแล้วละคะ เพราะตลับหนึ่ง แต่ละสีจุหมึกน้อยมาก
          5. การล้างหัวพิมพ์บ่อย ๆ จะเปลืองหมึกมาก ผู้ขายหมึกเติมบางรายแนะนำให้ล้างหัวพิมพ์ 2 ครั้ง ไม่จำเป็นเลยนะคะ สั่งล้างครั้งเดียวแล้วทิ้งไว้คืนหนึ่ง รับรองใช้ได้ กรณีล้างหัวพิมพ์บ่อย ๆ นอกจากเปลืองหมึกแล้ว จะเปลืองแผ่นซับหมึกด้วย(เครื่องพิมพ์เอปสันใช้ไประยะหนึ่งคุณต้องเปลี่ยนแผ่นซับหมึก)
          6. กรณีมีงานด่วนรอเป็นชั่วโมงไม่ได้ คุณต้องมีหมึก 2 ตลับไว้สลับกัน พอถอดอันเก่าออก ให้รีบใส่ตลับใหม่เข้าไปเลย ก็จะไม่ค่อยมีปัญหาเรื่องมีอากาศแทรกในท่อหมึก
 </p><p>           การดูแลรักษาเครื่องปริ้นเตอร์มีความจำเป็นเพราะจะสามารถถนอมหัวหมึกพิมพ์ให้มีระยะเวลาการใช้ให้ยาวนานขึ้น และคุณภาพงานปริ้นก็ดียิ่งขึ้นคะ คงต้องเป็นคราวหน้าที่อั้มจะขอกล่าวถึงการดูแลรักษาเครื่องปริ้นเตอร์นะคะ</p>