GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

สมาธิ: เดินจงกรม จง..กลม

ผมเดินเป็นวงกลม ไม่มีจุดสิ้นสุด ไม่ต้องหมุนตัว ไม่ต้องชะงักงัน

ผมเป็นพวกสมาธิสั้น ถ้าให้นั่งสมาธิเฉยๆ จะทำไม่ได้ ความคิดจะค่อนข้างกระเจิดกระเจิงเร็ว ตามลมหายใจก็แล้ว เพียวชั่วครู่ก็จะคิดไปถึงเรื่องอื่น เปลี่ยนไปเรื่อย จนจับไม่ได้ว่าคิดเรื่องอะไรบ้าง 

ผมจึงชอบและถนัดกับการทำสมาธิโดยการเคลื่อนไหวร่างกาย ที่ชอบมากที่สุดคือ ระหว่างว่ายน้ำ
โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ไม่มีคนอื่นในสระ ผิวน้ำเรียบสนิท แล้วตัวของเราค่อยๆแทรกลงไป สัมผัสกับสายน้ำท่ีค่อยๆไหลผ่านเรา ขณะเราว่ายไปอย่างช้าๆ ไม่รีบ มันจะสงบ ใจเราจะนิ่ง เป็นสมาธิได้ง่าย หลายครั้งความคิดดีๆก็จะผุดขึ้นมาในระหว่างนั้น

พอต้องมาทำหน้าที่บริหาร โอกาสจังหวะจะไปว่ายน้ำลดลง บางเดือนเป็นศูนย์ ทำให้รู้สึกว่าจะต้องหาวิธีทำสมาธิอย่างอื่นบ้าง ผมจึงคิดถึง..การเดินจงกรม เพราะเป็นการเคลื่อนไหวเหมือนกัน ซึ่งก็ได้ผลดี 

ต่อมาก็ถึงกับเตรียมสถานที่ ซื้อกรวดก้อนกลมมาโรยเป็นทางอยู่ใต้ซุ้มหิรัญญิการ์ที่บ้าน เอาไว้เดินจงกรมพร้อมกับนวดเท้าไปในตัว ระยะหลังเริ่มสัมผัสกับใจตัวเองว่า มันจะไม่ต่อเนื่องโดยเฉพาะเวลาที่เดินไปจนถึงสุดทางแล้วต้องหันตัวกลับ ช่วงนั้นจะวอกแวก..หลุดง่าย 

เช้านี้ ถึงจะเป็นวันหยุด แต่ต้องไปอยู่เวรที่โรงพยาบาล จึงตื่นแต่เช้าเหมือนวันธรรมดา ลองเดินจงกรมในห้อง ไม่ได้ลงไปเดินกับพื้นดิน เพราะฟ้ายังมืดอยู่  
แล้วก็ค้นพบเรื่องเล็กๆเรื่องหนึ่ง ผมเดินเป็นวงกลม ไม่มีจุดสิ้นสุด ไม่ต้องหมุนตัว ไม่ต้องชะงักงัน  

ต่อเนื่อง..เหมือนสายน้ำ

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 77764
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 10
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (10)

อาจารย์หมอเต็มศักดิ์

เข้ามาอ่านนะครับ...

การเดินจงกรมเป็นการฝึกสมาธิที่ดี พระพุทธเจ้าตรัสว่าสมาธิที่เกิดจากการเดินจงกรมจะตั้งอยู่ได้นาน...จึงขออนุโทนาด้วย

ประเด็นแย้ง เรื่องการเดินจง..กลมในห้อง คือเดินไปเป็นวงกลมว่ามี ความต่อเนื่อง...เหมือนสายน้ำ ...

เดินจงกรมปรกติ เมื่อถึงจุดที่ต้องกลับตัว ทำให้เราระลึกได้ ความคิดที่เริ่มจะไหลออกไป จะหยุดกลับมาสู่ที่เดิมอีกครั้ง เพื่อจะได้กลับตัว...พอเดินกลับไป เมื่อความคิดจะไหลออกไปก็ถึงจุดกลับตัว ทำให้ความคิดกลับมาอีกครั้....จะเป็นอย่างนี้ตลอด คือ ความคิดไม่ไหลไปต่อเนื่อง จะถูกเรียกกลับเมื่อถึงจุดกลับตัว

ส่วนการเดินเป็นวงกลม อาจรู้สึกว่า ต่อเนื่อง... เหมือนสายน้ำ แต่อันที่จริงแล้ว ความคิดจะไหลไปด้วย คล้ายๆกับเรากำลังขับรถ  ต่อเนื่อง.. เหมือนสายน้ำ ...แต่ความคิดเราก็ไหลออกไปสม่ำเสมอเช่นกัน...ลองระลึกดูก็ได้ครับ เมื่อกำลังขับรถไปพลาง แต่เราก็คิดเรื่องบางอย่างไปพลาง...ประมาณนี้

นั่นคือ การเดินเป็นวงกลมจึงมีสมาธิพอๆ กับระดับเมื่อเราขับรถเท่านั้น..สมาธิจะไม่ลงดิ่งกว่านี้ ครับ...

แต่ ถ้าทำไปแล้วเกิดความสบายใจ เป็นการออกกำลังกาย..ก็อนุโมทนา..

เจริญพร

 

กราบนมัสการหลวงพี่่ครับ สำหรับคำแนะนำที่ทำให้ตาสว่างขึ้น 

ต่อไปผมจะระลึกไว้ครับว่า จุดหมุนตัว คือ จุดเตือนสติ

ผมชอบคิดเรื่องงานเวลาเดิน ก็เลย ติด ความต่อเนื่องครับ 

  • ผมก็เป็นคนหนึ่งนะครับอาจารย์ที่เจริญสมาธิ ด้วยการนั่งสมาธิ ส่วนการเดินจงกรมนั้นไม่เคย ว่างๆจะลองครับ
  • เดินเป็นวงกลมระวังเวียนหัวนะครับอาจารย์
  • ขอบคุณครับ

ขออนุญาตแนะนำนะครับ ตามแนวทางการเจริญสติปัฏฐานสี่

  • การเดินจงกรม คือการเดินด้วยการเจริญสติ  จัดเป็นกายานุปัสสนาสติปัฏฐานหนึ่งในสี่อย่าง ในหมวดอิริยาบถบรรพะ
  • วิธีการเดินให้สำรวมกายนิ่ง เก็บแขนมาประสานอยู่บริเวณหน้าท้องหรือไขว้หลัง เพื่อมิให้จิตรู้การเคลื่อนไหวหลายทาง เก็บสายตา เพื่อไม่ให้อารมณ์ภายนอกเข้าสู่ใจ โดยหลุบลงต่ำแต่หน้าตั้งตรง ไม่งั้นเมื่อยคอครับ
  • เดินเป็นเส้นตรง ไปประมาณ 8-9 ก้าว แล้วกลับ
  • เวลากลับให้กลับช้าๆ
  • เวลาเดินสติจะอยู่ที่อาการเคลื่อนของเท้าครับ เป็นความเคลื่อนไหวเดียวที่จิตรับรู้ทางกาย คือเอาจิตไปรับรู้ทุกอาการของเท้าที่ทำอาการยกย่างเหยียบอย่างจดจ่อและต่อเนื่อง
  • หากมีความคิดแทรกเข้ามา ให้หยุดนิ่ง ยืนกำหนดความคิดนั้นจนคลายหายไปแล้ว ค่อยเริ่มเดินใหม่ ไม่งั้นจะกลายเป็นเดินไปคิดไปครับ
  • ใช้เวลาเดินอย่างน้อย 30 นาที ขึ้นไป จึงจะได้ผลดี
  • เวลาเดินห้ามหลับตา จะเดินเซและสมาธิจะมากไป ไม่ได้ดุลกับสติ
  • ไม่ควรเดินเป็นวงกลมครับ เพราะจะทำให้เวียนหัวและฟุ้งคิดง่าย
  • เมื่อเดินจงกรมเสร็จแล้ว ควรนั่งสมาธิโดยใช้เวลาเท่าๆกัน เช่น เดิน 30 นั่ง 30 นาที
  • เดินจงกรมได้สตินำ สมาธิตาม นั่งสมาธิ ได้สมาธินำ สติกำกับตาม ฝึกให้เกิด ศรัทธา สติวิริยะ สมาธิและปัญญา ให้สมดุลกันครับ
คุณหมอคะเคยได้ยินผู้รู้บอกหนิงว่า เดินเป็นวงกลมไม่เป็นไร อย่าให้ความคิดเป็นวงกลมเพราะจะหาทางออกไม่เจอค่ะ

อาจารย์พิชัยครับ

  • ขอบพระคุณอาจารย์มากครับ
  • ที่ผมทำคงจะเป็น การเดินไปคิดไป เสียมากกว่า แต่ก็กำลังหัดเดินจงกรมและนั่งสมาธิด้วยครับ
  • สิ่งที่อาจารย์แนะนำมา จึงมีประโยชน์มาก

น้องปีเวอร์และคุณหนิงครับ

  • วงของผมค่อนข้างจะใหญ่ ไม่มึนหัวครับ 

อย่างเดียวที่กลมในตัวผมคงจะเป็น "พุง" ครับ ฮิ ฮิ

 เป็นประเภทถ้าจะมีอะไรที่เคลื่อนที่ในร่างกายล่ะก็ ขอให้เป็นอวัยวะภายในเท่านั้นเป็นดี ฉะนั้น "นั่ง นอน" ถูกจริต; "เดิน วิ่ง" ไม่ถูกจริตครับ

เดี๋ยวนี้สิ่งที่ใกล้เคียงกับสมาธิที่สุด เห็นจะเป็นตอนที่นอนเอกเขนกบน lazyboy chair ที่บ้าน บางทีก็จมดิ่งสมาธิคิดอะไรอยู่ได้หลายชั่วโมงเหมือนกัน (บางทีทั้งคืน) พอขยับตัวเสียงกระดูก เสียงเอ็น ลั่นกรอบแกรบ แล้วจึงเดินไปอาบน้ำนอน (ตอนตีห้า ประมาณนั้น) บางทีก็มหัศจรรย์กับสมองที่ดุกดิก อืม.... ไม่ใช่สมองสิที่ดุกดิก น่าจะเป็น "ความคิด" ซะล่ะมากกว่า ตอนหลังนี่ใช้เทคนิกพี่วิธาน คือพาเข้า "บ้าน" ตัวเองซะเลย ไปเยี่ยมห้องต่างๆที่เก็บไว้ ซ่อนไว้ ทำความรู้จัก ทำความเข้าใจตนเองมากขึ้น

ก็ชอบวิธีนี้ครับ สงสัยเรายังห่างจากการหลุดพ้น ขอจมกับการ "ทำความเข้าใจ" อะไรใกล้ๆไกลๆตัวไปพลางๆก่อน

สกล ครับ

  • ผมว่าแต่ละคนก็จะมีวิธีของตนเองนะครับ
  • แต่ผมไม่ค่อยแน่ใจว่า ไอ้ที่นอนเอกเขนก นั่น มัน สมาธิ หรือ หลับ ครับ

 

นี่ถ้าไม่เป็นเพราะทริกแทก...ผมคงไม่ได้มาดูเคล็ดลับ(แล้วก็ถูกดักคอจนคอเคล็ด...555)ของอาจารย์หมอเต็มเรื่องเดินจงกรม...

 

ช่วงที่ผมบวชเป็นพระ(20 ปีที่แล้ว)...ผมไม่มีครูบาอาจารย์คอยนำทาง(เพราะพระที่นั่นผมไม่เห็นท่านกระทำกิจของสงฆ์ได้ครบเลยซักองค์)...เดินจงกรมของผมเลยอาศัยการเดินรอบโบสถ์ในช่วงก่อนออกบิณฑบาตร...

 

กลายเป็นว่าไม่หันกลับแล้วก็ไม่กลม...แต่มีจุดหักเหเป็นมุมฉาก...

แต่โดยส่วนตัวผม...สมาธิกับสติผมกลับเกิดมากที่สุดในช่วงที่ผมกวาดลานวัดครับ...

คอยังเคล็ดอยู่เลยครับ อาจารย์ขำ

เหมือนกันครับ ตอนกวาดลานวัดใหม่ๆ ผมจะกวาดแบบ แควก ๆ ๆ ๆ ๆ เรียกว่าทั้งขยะ ใบไม้และหน้าดินถูกกวาดเรียบ

จนหลวงพี่ที่เป็นพี่เลี้ยงทนไม่ไหว ต้องมาแสดงวิธีที่ถูกต้องให้ดู

อืมม! มันต้องใช้สมาธิอย่างสูงเลย ที่จะประคองไม้กวาดให้ได้ระดับ กวาดแต่เฉพาะใบไม้อย่างเดียว