GotoKnow
  • เข้าระบบ
  • สมัครสมาชิก
  • แผงจัดการ
  • ออกจากระบบ
GotoKnow

น่าอายจริง...ความลับที่ถูกเผยของอาจารย์พิชัย

รู้ว่าต้องไขปริศนาความลับห้าประการของตนเอง ที่เม้มเก็บไว้ตั้งนานนม จะต้องมาเปิดเผยเอาตอนอายุปานนี้ แต่เอาก็เอา เพื่อความสนุกสนานของสมาชิก Go2 Know ว่าแต่...อ่านแล้วเหยียบไว้นะครับ

อยู่ๆก็โดน Blog-tag จากคุณหมอมาโนชซะแล้ว เลยต้องไปเปิดดูกติกาว่าจะต้องทำอย่างไรมั่ง จึงรู้ว่าต้องไขปริศนาความลับห้าประการของตนเอง ที่เม้มเก็บไว้ตั้งนานนม จะต้องมาเปิดเผยเอาตอนอายุปานนี้ แต่เอาก็เอา เพื่อความสนุกสนานของสมาชิก Go2 Know ว่าแต่...อ่านแล้วเหยียบไว้นะครับ

ความลับที่หนึ่ง  

ผมเป็นคนถนัดซ้ายครับ ที่เรียกว่าสิงห์อีซ้าย เป็นมาตั้งแต่เด็กๆ พอรู้ความก็ใช้แต่อีซ้ายหยิบข้าวของทุกอย่างใส่ปาก แม่เล่าว่าพอสังเกตเห็นพยายามล่อให้เปลี่ยนไปใช้มือขวา โดยเอาของมาใส่ แต่ผมก็ปาทิ้งแล้วใช้อีซ้ายต่อ จนแม่หมดปัญญา ต่อมาเข้าโรงเรียนก็ถูกคุณครูประจำห้องมาวุ่นวายกับอีซ้ายของผมอีก เคี่ยวเข็นให้ใช้มือขวา ทั้งๆที่ตอนส่งคัดลายมือของผมงามเป็นที่หนึ่งของห้อง แต่ครูไม่ยอมบอกว่าให้ใช้มือข้างขวา พอใช้ข้างขวากลับได้ที่ห่วยสุดอันดับบ้วยของห้อง จึงไม่ยอมเปลี่ยน

 

เคยประสบอุบัติเหตุแขนซ้ายหักสองครั้งตอนอยู่มัธยม จนต้องหัดเขียนมือขวาแทน พาให้สอบวิชาเขียนภาษาอังกฤษตกเพราะเขียนไม่ทันเพื่อน เลยพาลหมางใจกับมือข้างขวาไม่คุยกันมาจนทุกวันนี้

 

ท้ายสุดอีซ้ายก็ทำให้ได้ดี เขียนรูปเก่งจนรางวัลเหรียญทอง ชนะเลิศอันดับหนึ่งงานจิตรกรรมไทยประเพณี  งานประกวดจิตรกรรมบัวหลวง และรางวัลในงานศิลปกรรมแห่งชาติหลายครั้ง จนสำนึกในบุญคุณของความเป็นสิงห์อีซ้ายและสาบานตนว่าจะใช้มือข้างซ้ายต่อไปจนชีวิตจะหาไม่ ส่วนมือข้างขวาก็ไม่ปล่อยให้อยู่เฉยๆ นอกจากจะเป็นผู้ช่วยมือซ้ายแล้ว ก็ให้รับหน้าที่เป็นวิเทศสัมพันธ์ผูกมิตรตอนเช็คแฮนด์กับชาวต่างชาติเท่านั้น

   ความลับที่สอง

          ผมเป็นคนติดอ่าง...ห้ามคิดเป็นอ่างอย่างอื่น คือพูดติดอ่างตั้งแต่เด็กๆ จึงพาลไม่ยอมพูดหรือทำกิจกรรมหน้าห้องเรียน เวลาถูกครูเรียกมา present หน้าชั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมทนทุกข์และขายหน้าที่สุด

 

          อยู่มาวันหนึ่ง คุณครูเรียกชื่อผมอีก ผมไปยืนขาสั่นอยู่หน้าห้องนานสองนาน แล้วไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับขาที่สั่นเป็นเจ้าเข้านั้น ฉับพลันเกิด Intuition แว่บขึ้นมาจึงแก้ปัญหาด้วยการร้องเพลง Jail House Rock ของ Evis Presley พร้อมใช้ขาที่สั่นนั้นเป็นประโยชน์ด้วยการทำท่าเต้นสวิงกิ้งแบบที่เห็นในหนัง ได้ผลแฮะ! เพื่อนๆฮาลั่นห้องพร้อมปรบมือเชียร์เต้นไปกับผมด้วย  ผมจึงมีเรตติ้งพุ่งกระจูด จู่ๆผมก็หายติดอ่างเพราะ มีความมั่นใจขึ้นมาเยอะ  ตอนหลังไม่ต้องรอครูเรียก ผมก็ออกไปเต้น...ออกไปเต้น ตามเสียงเชียร์ของพรรคพวก ในที่สุดการพูดติดอ่างของผมก็หายไปอย่างถาวร

 

ตอนหนุ่มขึ้นมา พรรคพวกชวนผมติด อ่าง อีกประเภทหนึ่ง แต่ผมไม่ค่อยสันทัดเรื่องอย่างว่า และกลัวโรคติดอ่างจะกลับอีกพร้อมพาลแถมโรคที่ไม่พึงปรารถนาให้ด้วย ผมจึงไกลอ่างทุกชนิดมาตั้งแต่บัดนั้น

   ความลับที่สาม

          ผมเป็นคนใจเย็นมาก เย็นขนาดน้ำแข็งเรียกปู่ ไม่เคยนึกจะโกรธเกลียดใครเลย หากใครทำอะไรไม่ดีให้ อย่างเก่งผมก็เจริญพรแผ่เมตตาให้เขาไปไกลๆจากชีวิตผม เวลาขับรถให้คุณแม่นั่ง ผมก็ตั้งใจขับสุดฤทธิ์ระวังไม่ขับรถเร็ว จนคุณแม่ต้องสะกิดบอกว่าเร็วๆหน่อยก็ได้ลูก หอยทากแซงหน้าไปหลายคันแล้ว

 

          ความใจเย็นของผม จึงเป็นที่รู้จักดีในหมู่พี่น้องและเพื่อนฝูง จึงมีคนมานั่งปรับทุกข์ให้ฟังอยู่บ่อยๆ กลายเป็นศิราณีแก้ไขปัญหาหัวใจสารพัดเรื่องให้คนอื่นโดยไม่ตั้งใจอยากจะเป็นเลยอยู่เสมอๆ แม้กระทั่งตอนบวช กำลังเดินจงกรมอยู่ในกุฏิ ก็มีคนไม่รู้จักกันเลย มาเคาะประตูเรียกแล้วบอกว่าผมอยากตาย ต้องนั่งฟังเขาปรับทุกข์ในชีวิตให้ฟังตั้งแต่เช้าจนเลยเพล ตกลงวันนั้นงดข้าวหนึ่งวันเพราะเลยเพลแล้ว ฉันมื้อเดียวด้วย

 

          ความใจเย็นทำให้ผมเป็นคนพูดช้าและคิดช้าแต่เดินเร็วมาก เวลาเดินผมมักคิดอะไรไปด้วยและมักคิดอะไรออกดีดีตอนเดินเสมอๆ จึงเป็นคนชอบเดินไปมาบ่อยๆ ไม่ชอบนั่งเฉยๆ

         ด้วยเหตุของความใจเย็นของผมจึงพาให้ได้ภรรยาอารมณ์ร้อน เพราะเธอชอบมาดับไฟอารมณ์ของเธอที่ผมเสมอ จนผมต้องเป็นที่พึ่งถาวรทางอารมณ์ของเธอ จนใครๆพากันกล่าวหาว่า ผมเป็นชนเผ่า  "เกลียมัว" ...แต่หารู้ไม่ว่าเวลาเธอพูดเสียงดังใส่ผมนั้น ผมตวาดกลับว่า "ครับ"เพียงคำเดียวเธอก็เงียบแล้ว แฮ่ะๆ...

  ความลับที่สี่

          ตอนเด็กๆฉี่รดที่นอนเป็นประจำ เพราะเป็นคนขี้กลัวผี ผมเป็นคนมีจินตนาการสูงปริ๊ดได้ยินได้ฟังได้เห็นอะไรก็ตาม ต้องมาจินตนาการเพิ่มเติมจนกลัวความคิดฝันของตนเองบ่อยๆ สมัยเด็กพี่พาไปดูหนังแม่นาคพระโขนง กลับมานอนไม่หลับทั้งคืน พอง่วงจัดๆเคลิ้มๆหลับฝันว่าปวดท้องฉี่ และลุกจากที่นอนออกไปฉี่ที่ห้องน้ำก็ตาม ในฝันเอาเท้ากระทืบที่พื้นด้วยเพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในห้องน้ำแล้ว แต่พอฉี่จึงรู้ว่า ฉี่รดที่นอนอีกแล้ว จึงมีหน้าที่ประจำอีกอย่างหนึ่งคือ ต้องรีบตื่นเช้ามาซักผ้าปูที่นอนและยกที่นอนออกผึ่งแดด จนคนละแวกแถวบ้านชมเปาะว่าผมเป็นคนขยัน

 

          มาหายกลัวผีตอนปฏิบัติธรรม พระที่วัดอุโมงค์ชวนไปนอนที่ป่าช้า ผูกกลดคนละหลังแล้วท่านก็เดินจงกรมนั่งสมาธิ ปล่อยผมนอนอยู่ในกลด นอนตาเบิกโพลงในความมืดทั้งๆไม่เห็นอะไรเลย แต่ไม่กล้าปิดตาลง มันกลัวผีอย่างบอกไม่ถูก หูได้ยินเสียงสารพัดก็คิดเป็นผีทั้งนั้นยกมาทั้งป่าช้า ในที่สุดได้ยินเสียงกุกกักใกล้ตัวมาก เหมือนใครมานั่งทำอะไรอยู่ในกลด กลัวจนตัวสั่นผมหัวตั้งลุกชูชัน ใจคิดว่าผมตายแน่เพราะผีมาหลอกถึงในกลด กลัวจนต้องเบิกตาดูว่าอะไรที่มาทำเสียงอยู่ใกล้ๆ ที่แท้เป็นหนูตัวเบ้อเริ่มมาคุ้ยกินเศษข้าวเหลือในบาตร เลยทำให้หายกลัวเพราะรู้ความจริงว่าอะไรเป็นอะไร ที่แท้จิตเรานั้นเองที่หลอกตัวเองตลอดมา

   ความลับที่ห้า

          ผมเป็นคนโรแมนติก Sensitive ซาบซึ้งอะไรง่ายๆและมีอารมณ์อ่อนไหวต่อสุนทรีรมย์ทั้งปวง กระทบอารมณ์ลึกซึ้งหน่อย ใจมันแปลบ ตื้อขึ้นมา คอจะเหมือนมีก้อนอะไรมาจุก น้ำตาจะพาลไหลออกมา ผมเห็นคนทำความดีก็จะซาบซึ้งไปด้วย เห็นคนเขารักกันหรือแสดงความกตัญญู แม่ลูกกอดกันน้ำตาปริ่มทุกครั้ง

 

ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ดูหนังเจอฉากซึ้ง คำพูดกินใจ น้ำตาก็ไหลออกมา อ่านหนังสือที่มีฉากหรือบรรยายอารมณ์ซาบซึ้งกินใจ น้ำตาก็ไหลออกมาแล้ว จนเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอยู่เพียงแต่ดีกรีลดลงมากกว่าตอนเด็กๆ

 

คงเคยเห็นหนังโฆษณาบริษัทประกันชีวิต ที่มีเรื่องพ่อกับลูกสาวสนิทกันมากตั้งแต่เด็กๆ พอโตขึ้นมารู้ว่าลูกสาวมีท้อง ใจพ่อแหลกสลายแต่ก็ให้อภัย เห็นทีไรน้ำตาไหลทุกทีซีน่า ตอนนี้มีตอนใหม่แล้ว เป็นเรื่องสองคนรักกัน แต่ผู้หญิงเป็นลูเคียเมียรู้วันตาย ผู้ชายก็แสนดีแม้นถูกผู้หญิงบอกเลิกรัก ก็กลับมาขอแต่งงานด้วย และอยู่เพื่อสร้างความรู้สึกดีๆให้กันจนยามสุดท้ายของชีวิต โอ้ย ! ดูไปร้องไปจนขี้มูกโป่ง

   

จบความลับทั้งห้าของผมแล้ว คุณหมอมาโนชครับเป็นอย่างไรบ้าง ผมเองรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวเหมือนปลงอาบัติเสร็จ  เฮ้อ !

           

          เอาล่ะ แก้แค้นต่อมั่ง อีกห้ารายตามกติกาใช่ไหมครับ เอ ! คงห้ามซ้ำกับที่คนอื่นถูก tag ไปด้วย เอาละ ผมขอ blog – tag ห้าคนต่อไปนี้

            หนึ่ง.คุณพัชรา

           สอง.คุณจันทรรัตน์          

           สาม.คุณเอ๋

          สี่ คุณดอกแก้ว

          ห้าคุณศักราช ฟ้าขาว

          ทั้งห้าท่าน ทราบแล้วเปลี่ยน

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 77759
เขียน:
แก้ไข:
ความเห็น: 49
อ่าน:
สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ

ความเห็น (49)

อ่านความลับอาจารย์แล้ว รู้สึกใจเย็นตามอาจารย์ไปด้วยเลยค่ะ....แต่ได้อารมณ์ทุกอย่างตามที่อ่านบรรยาย ขำๆ น่ารัก เย็นๆ โรแมนติค ซาบซึ้งน้ำตาซึม.....ติดตามเรื่องศิลปะจาก blog อาจารย์ ค่ะ แต่บางที ไม่ได้ทิ้งรอยไว้ค่ะ....ชอบภาพเขียน ภาพถ่ายมากค่ะ...ถ่ายภาพเป็นแต่วาดไม่เป็นค่ะ...

ขอบคุณ คุณ paew มากครับ ผมเองก็ติดตามอ่านและเก็บไว้ใน แพลนเน็ตของผม วันหลังทิ้งรอยไว้บ้างซิครับ

ครั้งแรกที่เห็นบันทึกของคุณ ผมสะดุ้งนึกว่าลูกสาวมาเปิดบล็อก เพราะเขียนชื่อคล้ายกันมากครับ

ความลับที่ 4 คงกระทบใครหลายคนแน่เลยค่ะ  ส่วนความลับที่ 5คงเหมือนกันคะ

  • เย้ มีคน sentative เหมือนกันด้วย
  • ยิ้ม ยิ้ม

สวัสดีค่ะอาจารย์

อ่านไปยิ้มไปเลยค่ะ

 

ได้รู้ความลับของสิงห์อีซ้ายอีกคน ดูจะมีหลายคนเลยนะคะใน G2K นี้

 

^____^

อาจารย์ช่วยติดป้าย ว่า Blog Tag และตามด้วยชื่ออีกห้าท่านที่อาจารย์ Tag ด้วยนะคะ

ขอบคุณ คุณราณีครับ ยินดีที่ร่วมมีความลับเหมือนกัน โดยเฉพาะความลับที่ห้านะครับ

ขอบคุณ คุณขจิต ยิ้ม ยิ้มและเร็ว เร็ว

เย้ เย้ เย้ ด้วยคนครับ รู้สึกมีบรรยากาศเหมือนคณะสี่เต่าทอง

คุณ is ครับ

รู้สึกยิ้มคราวนี้จะกว้างกว่างทุกที ผมกำลังติดตามความลับของทุกท่านอยู่ตอนนี้ รู้สึกเหนื่อยจนยิ้มไม่ออก แฮ่กๆๆๆๆ

ขอบคุณที่แนะนำครับเรื่องติดป้ายtag แต่พอเขียนไปแล้ว พบว่ามีคน tag แล้ว ทำยังไงดีครับ

แวะมาสวัสดี อาจารย์สิงห์อีซ้าย ด้วยกันครับผม

ผมคงต้องขอเรียนรู้จากอาจารย์แล้วละครับว่า เวลาวาดรูปด้วยมือซ้าย หรือเขียนตัวหนึงสือด้วยพู่กัน อาจารย์ทำยังไงไม่ให้มันเลอะครับ ผมวาดรูปพอได้ แต่ติดตอนครูบอกให้เขียนตัวอักษรด้วยพู่กัน มันออกมาเหมือน เขียนไปลบไป ครับ 

ผมชอบคาถาสะกดภรรยาคำนั้นจังครับ คำเดียวอยู่  

 

น้องชายและคุณแม่ของหนูก็ถนัดซ้ายค่ะ

หนูว่าคนถนัดซ้ายมักมีความสามารถพิเศษในตัว

น้องชายลายมือสวยมากตอนเด็กๆคัดลายมือชนะพวกเราพี่น้องทุกคนเลย

ตอนโตมาก็เป็นนักแบดมินตันทีมชาติไปแข่งขันได้เป็นแชมป์หลายรายการด้วยมือข้างซ้าย

กระทั่งมีอยู่ช่วงแพ้แค่มือวางอันดับหนึ่งของประเทศไทยคนเดียวเองค่ะ

ได้เป็นแชมป์เยาวชนที่อายุน้อยที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลย  จำได้ว่าตอนนั้นเวลาถือไม้แบดยังลากกับพื้นอยู่เลยค่ะแถมใช้มือซ้ายจับด้วยแปลกกว่าใครเพราะมีอยู่คนเดียว   เป็นที่รู้จักในกลุ่มนักแบดว่า

นักแบดมือซ้าย

  • อาจารย์พิชัยคะ...ข้อที่ 5 เหมือนกันสุดๆ หว้าดูโฆษณานี้หว้าก็ร้องไห้ทุกครั้งเลยค่ะ    เวลาใครพูดอะไรซึ้งๆก็เป็นแล้ว  ดูหนังก็ต้องแอบไปดูคนเดียวอายเขาค่ะ  โดนแซวเป็นประจำเลยค่ะ
  • ขนาดหนังบู๊  แต่มีคำพูดซึ้งๆหว้าก็ร้องไห้ค่ะ อายจัง....

อาจารย์คะ ขอบพระคุณที่ให้โอกาส(อีกรอบ..อิอิ) เขียนไปแล้วส่วนหนึ่ง ที่ Blog Tag ของจันทรรัตน์ ค่ะ แต่อยากเขียนอีก ...ขอไปกลั่นความลับก่อนนะคะ...

เดาๆ แล้วว่าอาจารย์เป็นคนใจเย็น..แม่นขนาด...แต่ข้ออื่นเข็มขัดสั้นค่ะ (คาดไม่ถึง)

 

สวัสดีค่ะ อาจารย์

  • ได้อ่านความลับของอาจารย์แล้ว ทำให้ได้รู้จักอาจารย์มากขึ้น ยิ่งรู้สึกรักเคารพและเลื่อมใสมากขึ้นจริงๆเลยค่ะ
  • ต้องขอขอบคุณ G2K ที่ทำให้ได้รู้จักอาจารย์นะคะ
  • จึงไม่แปลกใจเลย ว่าทำไมอาจารย์ถึงเป็นอาจารย์ด้านนี้  เคยได้ยินคนกล่าวว่า ศิลปินจะมีจิตใจละเอียดอ่อน มีจิตนาการสูง เพราะศิลปะช่วยปรับพื้นฐานจิตใจมาตั้งแต่เด็กๆนี่เอง

 

  • k-jira ก็รักในศิลปะ และ จินตนาการ แต่ยอมรับว่าเสียดาย..ที่ไร้วาสนาจะได้กราบกรานยอดคนเป็นอาจารย์ เวลาที่ผ่านมา.. จึงได้แต่วางสิ่งที่ตนเองชอบ..แล้วใช้ชีวิตไปทางแขนงอื่น เพียงอาศัยศิลปะในจิตใจที่เหลืออยู่เจือจาง  เข้ามาเป็นส่วนประกอบในงานที่ทำ  กับเอามาแต่งเติมชีวิตในงานอดิเรกเท่านั้น
  • การเดินทางเข้ามาที่นี่ นับว่าโชคดีได้พานพบยอดคนหลายท่าน ถ้าเปรียบดินแดนนี้คือยุทธภพ อาจารย์พิชัย ก็ถือเป็นยอดคนปรมาจารย์อีกท่านหนึ่ง ที่ k-jira  เลื่อมใสจริงๆค่ะ  แม้ว่าการได้พบครั้งนี้จะช้าเกินไป ก็ยังไม่นับว่าสาย ใช่ไหม ? 
  • ขอบคุณสำหรับคำ comment หลายต่อหลายครั้ง ที่ให้ความเอ็นดูต่อ k-jira อ่านแล้ว เหมือนได้มาเจอพี่ชายที่อบอุ่นคนหนึ่งเลย  แล้วยิ่งมาอ่านความลับของอาจารย์ ก็ยิ่งทำให้ k-jira ต้องยิ้มด้วยความรู้สึกขำ และอบอุ่น ในสำนวนน่ารักๆแต่จริงใจ ที่ซ่อนอยู่ในตัวอักษรทุกประโยคทีเดียวเลยค่ะ

สรุปว่า...ขอคารวะด้วยความเลื่อมใสค่ะ   m^_^m

 

  • คึคึ
  • ใกล้เคียงๆ ในที่สุด....ตะติ้งโหน่งครับ ท่านอาจารย์ครับ
  • อย่างน้อยผมก็พบว่า คนน่ากราบน่าไหว้ ในโลกภายนอกมีอยู่ครับ ซึ่งไม่ใช่ยศตำแหน่ง :-) <<<สมทบความเห็นของ K-jira
ความลับห้าข้อของอาจารย์อ่านแล้วให้ข้อคิดและนิยมในนิสัยใจคอของอาจารย์มากยิ่งขึ้น..เป็นความลับที่น่าเอ็นดูมากกว่าน่าอายค่ะ

"เขียนรูปเก่งจนรางวัลเหรียญทอง ชนะเลิศอันดับหนึ่งงานจิตรกรรมไทยประเพณี  งานประกวดจิตรกรรมบัวหลวง และรางวัลในงานศิลปกรรมแห่งชาติหลายครั้ง"

นับถือครับ นับถือ  เอ แต่ดูอาจารย์ไม่ค่อยเซอร์เลยนะครับ ที่ผมเห็นเด็กศิลปากรเขาจะเซอร์ๆ กัน ยิ่งเก่งยิ่งเซอร์ หรือว่าตอนหนุ่มๆ ก็เป็นอย่างนั้น แต่เพิ่งมาแปลงโฉมเมื่อไม่นานครับ??

ข้อสุดท้ายเหมือนผมเลยครับ เอ รู้สึกที่นี่จะเป็นกันหลายคนนะ

(กระซิบ) ... ข้อสามก็คล้ายๆ กับผมเหมือนกันครับ ...

 

แวะเข้ามาอ่านอีกรอบ....

5555 แล้วอาจารย์หมอมาโนช ก็เผยความลับข้อที่ 6 ออกมาจนได้

^________^

ความจริงร้องไห้ขณะดูหนัง (อ่านหนังสือ คิด ฯลฯ) ตอนแรกผมนึกว่าเป็นเรื่องธรรมดาซะอีก เลยไม่ได้จัดเป้นความลับ

ตอนเด็กๆดูละครหลังข่าว เรื่องไหนเรื่องนั้นก็ร้องทุกที สงสารนางเอก (ที่ดีเหลือเกิน ซวยเหลือเกิน เหมือนตกนรกทั้งเป็นทุกเรื่อง จะสุขก็ตอนจบเท่านั้น) โข้นมานึกว่าจะหาย ก็ยังไม่หาย ดู braveheart ก็ร้องไห้เช็ดน้ำตาออกจากโรง (เพราะฉากที่น้ำตาออกมาก็ตอนพระเอกตะโกน freedom ใกล้จะจบพอดี)  โชคดีตอนหลังไม่ค่อยได้ดูทีวี เพราะแค่ฟังเรื่องโฆษณาที่ว่า ก็สงสัยจะหนีไม่พ้น

อืม... เป็น artist อีซ้าย พวกเดียวกับพี่เต็มศักดิ์ล่ะซิ

ยินดีที่ได้รู้จักอาจารย์เพิ่มขึ้นครับ

โอ้ย! อินเตอร์เน็ตที่บ้านเสีย เลยเปิดไม่ได้วันเต็มๆ มาอ่านดูใหม่ต้องสะดุ้งสามตลบ เพราะเสียมรรยาทไม่ได้ตอบหลายท่าน ขออภัยด้วยครับ

  • สวัสดี อาจารย์หมอเติมศักดิ์ครับ ตามประสาสิงห์อีซ้ายเหมือนกัน ชอบแนวคิดรวบรวมพลพรรครักซ้ายมากครับ เวลาเขียนรูปหรือตัวหนังสือ ผมก็เขียนแบบธรรมดาๆนี่แหละครับ เคยไปเห็นคนเขียนมือซ้ายแล้วแปลกใจว่า ทำไมต้องทำมืองอๆ อย่างนั้นด้วย มันก็เลอะซิครับ เพราะเขียนจากซ้ายไปขวา ผมจึงเขียนแบบเอามืออยู่ใต้บรรทัดที่เขียน เขียนหรือวาดได้สบายปรื้อครับ
  • ชอบใจ ฝากให้อีกคาถาหนึ่ง เรียกว่าคาถาเมียรักเมียหลงครับ คือ ไม่ว่าเขาจะพูดอะไรก็ตาม "จ๊ะ" ลูกเดียว รับรองอยู่หมัด
อาจารย์ราณี หายไปนานนะครับ คิดถึง เพิ่งรู้ว่าเป็นสมาชิกสมาคมบ่อน้ำตาตื้นเหมือนกัน

คุณสุกฤตาครับ

คนมือซ้ายทำดีได้หลายอย่าง แต่คิดว่าที่ชั่วก็มีครับ เขาว่าเป็นเพราะใช้สมองซีกข้างขวาเยอะ จึงหนักไปทางอารมณ์มากกว่าเหตุผล เป็นเหตุให้เรียนทางศิลป์ดี แต่ตกเลขครับ

เป็นคนมือซ้ายอาภัพอยู่อย่าง ต้องใช้ข้างของที่ออกแบบมาให้คนมือขวาหมดครับ เช่นกรรไกร มีด ทำให้ลำบากพอควร

ผมเยไปเจอร้านคนมือซ้ายที่ซานฟรานซิสโก ซื้อสะสมมาหลายอย่าง

อาจารย์ลูกหว้าครับ

วันหลังไปดูหนังเกาหลีด้วยกัน ผมจะเตรียมทิชชูไปซักสองม้วน หวังว่าคงพอนะครับ

คุณจันทรัตน์ครับ เสียใจที่มือซ้ายช้าไป จึง tag ไม่ทัน ว่าแต่ผมไปอ่านดูแล้วยังขาดอีก 20 ข้อครับรวมของผมด้วย

อ้อ!เวลาใส่บาตรพระ จึงมีพระวินัยกำกับให้พระมองเฉพาะฝาบาตร มิให้มองตามแขนสวยๆไปเห็นหน้าใสๆ มิน่า...สงสัยพระรูปนั้นกลับวัดไปนอนครางฮือ เหมือนเรื่องนางสิริมา แน่ๆ เพียงแต่ไม่ครางว่าสิริมาๆๆๆ เปลี่ยนเป็น จันทรรัตน์ๆๆๆแทน

ช่วยด้วยยย...คุณ k-jira คร้าบ

ช่วยดึงผมลงจากฟากฟ้าที เล่นถวายลูกยออย่างนี้ผมไม่ต้องกินข้าวเหนียวพริกหนุ่มหมูทอดเป็นอาหารเช้าแล้วครับ

ผมแวะไปเยี่ยมที่บล็อกของคุณ ตกแต่งมีศิลปะสวยงามกว่าผมอีก

ยินดีรับเป็นน้องสาวครับ ...

คุณ k-jira คับบัดนี้มีปี๋ชายแล้วคับ จำอ้ายจายคนนี้ได้ก่ จำได๋บ่ได๋ก็บอกมา ฮื้อฮือ...(โปรดฮัมเป็นเพลงจรัล มโนเพชร)

คุณนมินทร์(นม.) คึ คึ นี่แปลว่าหัวเราะแบบขบกรามไว้ใช่ไหมครับ ผมลองทดลองออกเสียงหัวเราะแบบนี้ แทน หึ หึ ก็ได้อารมณ์ไปอีกแบบ

ขอบพระคุณที่ชมครับ

ยินดีต้อนรับคุณ seangja ครับ

แอบตามไปดูที่บล็อกของคุณแล้ว ทราบว่าเป็นนักจิตวิทยา ผมเองก็สนใจเรื่องนี้ จนต้องค้นคว้าพระอภิธรรมมาอ่าน

ขอบคุณที่เอ็นดูครับ

หมอโนชครับ

แฮ่ะๆ เวลาพบคนชนเผ่าเดียวกันมักจะรู้สึกเข้าอกเข้าใจกันดี วันหลังจะได้ปรับทุกข์กันได้

ครับผมก็รู้สึกว่า คนที่ gotoknow นี่ส่วนใหญ่บ่อน้ำตาตื้นนะครับ เห็นถ้าต้องจัดประกวดเล่าเรื่องเศร้าแห่งปีเสียแล้ว

ยินดีต้อนรับอาจารย์หมอ Phonenix ครับ

ผมว่ามาดของอาจารย์หมอดูมาดเซอร์เป็นศิลปินยิ่งกว่าผมอีก วันหลังจะแวะไปทักทายครับ ผมอ่านประวัติดูพบว่าเป็นคอเดียวกันหลายเรื่อง

สวัสดีค่ะอาจารย์พิชัย

 

ย่องเข้ามาดูความลับทีนึงแล้ว แต่เน็ต hang วันนี้เข้ามาดูใหม่ โห ผู้คนคึกคักเลยนะคะ

พออ่านความลับแล้วถึงได้เข้าใจว่าทำไมอาจารย์ชอบศิลปะจัง จะว่าไป เวลาไปอ่านความลับของแต่ละท่าน อย่างน้อยๆ จะมีที่ตรงๆ กับตัวเองอยู่บ้าง (เอ...อย่างงี้จะเป็นความลับมั้ยนะ เพราะดูจะมี และเป็นกัน)

ยินดีที่ได้รู้จักเพิ่มขึ้นนะคะ ชอบศิลปะเหมือนกันค่ะ กะว่าจะซื้ออุปกรณ์มานั่งเขียนเล่น แล้วเอาไปแปะผนังบ้าน ประมาณเขียนเสือให้วัวกลัว เฮ้ย..ไม่ใช่ ประมาณ ไปซื้อมาจากศิลปินชื่อดังไรงี้ล่ะ ฮิฮิ

ขอบคุณค่ะ

^___^

ไม่อยู่2วันไปพักผ่อนที่กาญจนบุรี แวะไหว้พระบรมสารีริกธาตุที่วัดถ้ำเสือด้วยค่ะ  เอาบุญมาฝากค่ะ

นึกว่าจะแคล้วคลาด Blog Tag จากซะแล้ว แต่ก็โดนจนได้ ขอเวลานึกหน่อยนะคะ ว่ามีความลับอะไรบ้าง แต่ที่แน่ๆ ความลับของอ.ข้อ 4 และข้อ5 เหมือนกันเลยค่ะ แต่ข้อ4 ฉี่รดที่นอนเป็นประจำ เป็นจนถึงวัยรุ่นเลยค่ะ

สวัสดีค่ะอาจารย์พิชัย

หนูถูกอาจารย์ tag ไว้ ทำเอางงๆไปหนึ่งวัน สงสัยว่าtag คืออะไร เปิดไปเปิดมาเพิ่งรู้นี่หล่ะค่ะ ท่าทางสนุกดี

เดี๋ยวจะค่อยๆเขียนความลับ ๕ ข้อของหนูค่ะ

หนู is ขออนุญาตเรียกหนูนะครับ

  • ผมเองก็ย่องเข้าไปดูความลับของหนูแล้ว ที่บล็อกหนูคึกคักมากกว่าผมอีกและมีลูกเล่นแพรวพราว แสดงหัวทางศิลป์
  • ผมชอบรูปหนูตอนโพสท่ายืนหันหลังนะครับ อาร์ตมาก ศิลปินดังๆชอบเขียนภาพด้านหลังให้ความรู้สึกพิศวงงงงวยดี คือต้องเดานะครับ เอ!? หน้าตาจะเป็นยังไง หูกางหรือปล่าว มีสิวหัวช้างไหมหนอ? ทำนองนี้
  • ลูกสาวผมก็เรียนอยู่ที่ Perth ครับ หนูเข้ามาเยี่ยมทำให้หายคิดถึงลูกไปหลายกอง
  • ว่าแต่...ผู้ชายอ้วนนั่นนะ big man big stomuk...big knowledge

หนูเอ๋

อาจารย์รออ่านอยู่นะครับ

คุณพัชราด้วยครับ อยากรู้ว่าคนชอบธรรมะ จะมีความลับอะไรบ้าง

โอ้ยโย๋! รู้ความลับของอาจารย์แล้วตั้งห้าอย่าง

  • อ่านแล้วต้องอมยิ้มไปทุกความลับค่ะ บางความลับเช่นประการที่สาม หนูนึกหน้าอ.ศิริพรแล้ว ออกจะเห็นชัดเจนค่ะว่าคาถาอาจารย์ต้องศักดิ์สิทธิ์แน่นอน
  • ความลับติดอ่างนั้น...น่ารักมากค่ะ
  • ส่วนมือซ้าย ไม่อยากบอกเลยว่าหนูก็สิงห์อีซ้ายตัวจริงเสียงจริงค่ะ แต่ลายมือแย่มากค่ะ

อ้อ! คุณหมอมาโนชครับ

            เมื่อก่อนผมเซอร์มากครับ เพราะเป็นเซอร์รุ่นเดอะ ไว้ผมยาวประบ่า นุ่งกางเกงชาวเล นั่งอยู่แถวต้นมะขามหน้ามหาวิทยาลัย คอยวิพากย์วิจารณ์คนที่เคราะห์ร้ายเดินผ่าน หรือไม่ก็เขียนรูปล้อเขา จนถูกเรียกว่า "พวกตาผี มือผี" เพราะสามารถเขียนรูปล้อได้เหมือนตัวจริงแต่น่าเกลียดมาก

หนูนาครับ

จุ๊ !จุ๊!! อย่าอึงไป เดี๋ยวอ.ศิริพรได้ยิน นอกจากความลับแตกไปแล้ว จะพาอย่างอิ่นแตกไปด้วย

เพิ่งรู้ว่าหนูก็อีซ้ายตัวจริง ไปลงทะเบียนพลพรรคคนรักซ้ายที่อาจารย์

นายเต็มศักดิ์ พึ่งรัศมี เสียดีดี

ว่าแต่...เมื่อไรเขียนบล็อกเสียที

แวะมาอ่านความลับห้าประการของอาจารย์ครับ

อ่านแล้วนึกไม่ถึงคนอย่างอาจารย์จะมีความลับที่สนุกสนานและไม่น่าอายเลยครับ อาจารย์มีวิธีเขียนที่ทำให้เราขำและสนใจติดตาม บางข้อก็คล้ายชีวิตผมครับ ให้อาจารย์เดาเอาว่าข้อใด

อืมส์!?...

             ขอบคุณที่แวะมาและหากให้เดาต้องนั่งสมาธิก่อนแล้วเอานิ้วถูขมับเหมือนอิคิวซัง...ใช้หมอง ใช้หมอง..

             ไชโย..นึกออกแล้วยินดีต้อนรับเข้าชนเผ่าครับ มีคุณหมอมาโนชอีกคนนึง

            เอ? รึว่าเปิด tag สำรวจสมาชิกชนเผ่านี้ดูท่าจะดีแฮะ

 

แวะเข้ามาดูรอบที่ 5 แล้วค่ะ

ถูกต้องนะคร้าบบบ!

สงสัยอาจารย์จะมีญาณหยั่งรู้ ชนเผ่านี้ผมเป็นมานานแล้วเพียงแต่ยังไม่ได้ใช้คาถาของอาจารย์เท่านั้น

อยู่บ้านวันอาทิตย์กำลังนอนดูทีวีเพลินๆแฟนผมมักเรียกให้ไปช่วยซักผ้าและล้างจานเป็นประจำ ผมรำคาญก็ตวาดกลับไปสามคำเหมือนกันว่า...

"เอาแฟ๊บมา!!!.......แฮ่ะๆ

อาจารย์ครับไหนๆอาจารย์เปิดแท็กมือซ้ายไปแล้ว

เรามาเปิดแท็กอีกอันไหมครับเรามาเปิดแท็กอีกอันไหมครับ เป็นแท็กในการอนุรักษ์ชนเผ่า  อืมม แต่จริงๆ ก็คงไม่ต้องอนุรักษ์ก็ได้นะครับ เพราะดูท่าชนเผ่านี้จะไม่สูญพันธ์ง่ายๆ ครับ

เพิ่งนึกขึ้นได้ อาจารย์ครับ เรื่องนี้ถ้าจะเอามาพูเล่นกันไม่ได้เสียแล้วครับ เดี๋ยวคุณ Leeray Costa แกจะเอามารวมในบทวิพากษ์ของแกครับ ในข้อ 24 แกบอกว่า

We believe images like these are linked to the Thai cultural concept of 'klua mia' which literally means 'to be afraid of one's wife.' This concept is commonly used by men in various social contexts as a joke. Yet, the term is ambiguous and therefore open to multiple meanings—is the man who speaks it really afraid of his wife, or is this sarcastic remark simply meant to amuse?

http://wwwsshe.murdoch.edu.au/intersections/issue8/costa.html

อ้าว ผมพูดผิดเรื่องหรือเปล่านี่ เราไม่ได้พูดถึงเรื่องกลัวเมียสักกะหน่อย ขอโทษครับ ขอโทษ นอกเรื่องไปหน่อย

แหะๆ แวะมาอีกรอบค่ะ

เอ..กำลังคุยเรื่องคาถาอะไรกันอยู่เหรอคะ สงสัยคราวนี้ k-jira คงเป็นได้แค่ผู้สังเกตการณ์เสียแล้ว ไม่สามารถเข้าร่วมกลุ่ม ลปรร ได้ T__T

คุณหมอโนชครับ

จริงๆเป็น idea ที่ไม่เลวเลย ที่จะเปิด tag ชนเผ่าที่ว่า ผมว่าอย่างน้อยเกือบครึ่งของสมาชิก go 2 know ต้องตบเท้ามารายงานตัวแน่ๆ

อันที่จริงผมออกจะเห็นว่าคุณ Leeray แกอาจรู้ไม่รอบ ที่จริงไม่ใช่เรื่องที่มาพูดเล่นสนุกๆ แต่เป็นเรื่องสยองขวัญต่างหาก ...แฮ่ะๆ

เพราะคนอื่นอาจพูดสนุกๆว่ากลัว แต่ผมเป็นคนพูดจริงทำจริง การยอมรับว่า 'klua mia'  นั้นเสียศักดิ์ศรีตรงไหน? แต่อันที่จริงเป็นการแสดงออกซึ่งความรักความเคารพอย่างหนึ่งเวลาพูดถึง"คนที่คุณก็รู้ว่าเป็นใคร...คนนั้น"(แฮ่ะๆ ไม่กล้าออกชื่อตรงๆ)

ผมว่าผู้ชายไทย เป็นชนชาติที่กล้าหาญที่สุดในโลก เพราะยอมรับความจริงของชีวิต

สวัสดีครับ คุณ k-jira อีกรอบเช่นกัน

ผมว่าหากผมกับหมอโนช เปิด tag เรื่องนี้จริงๆ คุณ k-jira ต้องมาร่วมสังเกตการณ์วงในครับ

เพราะอีกไม่ช้าไม่นานดอกครับ  จะต้องอยู่วงในแน่ๆ แต่จะถูกอัญเชิญขึ้นไปอยู่บนหิ้ง ที่ต้องพูดถึงด้วยความเคารพรักของใครบางคนแหงๆ...อิ อิ

อ่านสนุกจังเลย เข้ามาเยี่ยมโดยการสุ่ม

ว่าแต่ตอนพิมพ์นี้อาจารย์ใช้อีซ้ายเหมือนเขียนรูปหรือเปล่าคะ  ถึงได้อ่านสนุกอย่างนี้

ไว้จะมาอ่านเรื่องอื่นๆ อีกนะคะ

แอบมาดูบันทึกเก่าๆ ของอาจารย์ ไอ้ tag ที่มันเล่นยังไงกันคะ หนูไฮเทคเป็นบางเรื่องแต่ก็โบเป็นบางเรื่องเหมือนกัน ซุ่มๆ มาคุยในบันทึกเก่า คนอื่นจะได้หาไม่เจอ ไม่รู้ว่าอาจารย์จะพลอยไม่เจอไปด้วยหรือเปล่า 555

หนูตอนเด็กก็ถนัดซ้ายแต่โดนบังคับให้ย้ายมาถนัดขวา ยังพอเขียนซ้ายได้บ้างนิดหน่อย เคยแขนหักข้างขวาเลยมีโอกาสได้กลับมาใช้ซ้ายระยะนึง ทำให้ตีปิงปองได้สองมือ เขียนวงกลมกับสี่เหลี่ยมคนละข้างพร้อมกันได้ และตีกลองชุดเป็น สองอันหลังน่าจะเพราะแยกประสาทได้มากกว่าค่ะ ^ ^

หนูก็ขี้ร้องไห้เวลาดูหนังบางประเภท โฆษณาก็ใช่ มีเรื่องนึงพึ่งดูวันนี้เอง หนังเกาหลี เดี๋ยวส่งไปให้ค่ะ เรียกน้ำตาเป็นถังเช่นเคย T_T

เรื่องที่อาจารย์เป็นริชาร์ด เกลียมัว หนูว่าไม่จริงหรอก น่าจะเป็นเพราะให้เกียรติกันมากกว่าอ่ะ หวังว่าอาจารย์คงไม่ถึงขั้นที่ภรรยาต้องคุกเข่าคุยด้วยนะคะ (เรียกให้ออกมาจากใต้เตียง) 555

เรื่องขับรถช้าหนูพิสูจน์มาแล้ว ^ ^ ใจหนูมันวิ่งนำหน้ารถอาจารย์ไปล่วงหน้า 20 กิโล ถ้าอาจารย์นั่งรถหนูขับสงสัยต้องสวดมนต์ให้ตัวเองค่ะ 120 นี่เบาะๆ ปกติไปต่างจังหวัด 140-150 กม/ชม เคยสูงสุดเวลารีบ 180 ค่ะ ทุกวันนี้ไม่กล้าแล้ว กลัวตาย อย่างมากก็ 140

ตามคนข้างบนมาดู

เปล่าหรอกค่ะ 1.เห็นเขากรี๊ดกันใน อนท

                   2.น้องหมอมัทเคยทำลิ้งค์ให้มาอ่าน

                   3.ขอสวัสดี..ธุจ้า..อาจารย์ด้วยคน

ชอบสุดที่ ขับรถช้าเหมือนกัน (ขับหลงทางด้วยประจำ !!!)