รู้ว่าต้องไขปริศนาความลับห้าประการของตนเอง ที่เม้มเก็บไว้ตั้งนานนม จะต้องมาเปิดเผยเอาตอนอายุปานนี้ แต่เอาก็เอา เพื่อความสนุกสนานของสมาชิก Go2 Know ว่าแต่...อ่านแล้วเหยียบไว้นะครับ

อยู่ๆก็โดน Blog-tag จากคุณหมอมาโนชซะแล้ว เลยต้องไปเปิดดูกติกาว่าจะต้องทำอย่างไรมั่ง จึงรู้ว่าต้องไขปริศนาความลับห้าประการของตนเอง ที่เม้มเก็บไว้ตั้งนานนม จะต้องมาเปิดเผยเอาตอนอายุปานนี้ แต่เอาก็เอา เพื่อความสนุกสนานของสมาชิก Go2 Know ว่าแต่...อ่านแล้วเหยียบไว้นะครับ

ความลับที่หนึ่ง  

ผมเป็นคนถนัดซ้ายครับ ที่เรียกว่าสิงห์อีซ้าย เป็นมาตั้งแต่เด็กๆ พอรู้ความก็ใช้แต่อีซ้ายหยิบข้าวของทุกอย่างใส่ปาก แม่เล่าว่าพอสังเกตเห็นพยายามล่อให้เปลี่ยนไปใช้มือขวา โดยเอาของมาใส่ แต่ผมก็ปาทิ้งแล้วใช้อีซ้ายต่อ จนแม่หมดปัญญา ต่อมาเข้าโรงเรียนก็ถูกคุณครูประจำห้องมาวุ่นวายกับอีซ้ายของผมอีก เคี่ยวเข็นให้ใช้มือขวา ทั้งๆที่ตอนส่งคัดลายมือของผมงามเป็นที่หนึ่งของห้อง แต่ครูไม่ยอมบอกว่าให้ใช้มือข้างขวา พอใช้ข้างขวากลับได้ที่ห่วยสุดอันดับบ้วยของห้อง จึงไม่ยอมเปลี่ยน

  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">เคยประสบอุบัติเหตุแขนซ้ายหักสองครั้งตอนอยู่มัธยม จนต้องหัดเขียนมือขวาแทน พาให้สอบวิชาเขียนภาษาอังกฤษตกเพราะเขียนไม่ทันเพื่อน เลยพาลหมางใจกับมือข้างขวาไม่คุยกันมาจนทุกวันนี้</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ท้ายสุดอีซ้ายก็ทำให้ได้ดี เขียนรูปเก่งจนรางวัลเหรียญทอง ชนะเลิศอันดับหนึ่งงานจิตรกรรมไทยประเพณี  งานประกวดจิตรกรรมบัวหลวง และรางวัลในงานศิลปกรรมแห่งชาติหลายครั้ง จนสำนึกในบุญคุณของความเป็นสิงห์อีซ้ายและสาบานตนว่าจะใช้มือข้างซ้ายต่อไปจนชีวิตจะหาไม่ ส่วนมือข้างขวาก็ไม่ปล่อยให้อยู่เฉยๆ นอกจากจะเป็นผู้ช่วยมือซ้ายแล้ว ก็ให้รับหน้าที่เป็นวิเทศสัมพันธ์ผูกมิตรตอนเช็คแฮนด์กับชาวต่างชาติเท่านั้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>  ความลับที่สอง <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ผมเป็นคนติดอ่าง…ห้ามคิดเป็นอ่างอย่างอื่น คือพูดติดอ่างตั้งแต่เด็กๆ จึงพาลไม่ยอมพูดหรือทำกิจกรรมหน้าห้องเรียน เวลาถูกครูเรียกมา present หน้าชั้นเป็นช่วงเวลาที่ผมทนทุกข์และขายหน้าที่สุด</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          อยู่มาวันหนึ่ง คุณครูเรียกชื่อผมอีก ผมไปยืนขาสั่นอยู่หน้าห้องนานสองนาน แล้วไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับขาที่สั่นเป็นเจ้าเข้านั้น ฉับพลันเกิด Intuition แว่บขึ้นมาจึงแก้ปัญหาด้วยการร้องเพลง Jail House Rock ของ Evis Presley พร้อมใช้ขาที่สั่นนั้นเป็นประโยชน์ด้วยการทำท่าเต้นสวิงกิ้งแบบที่เห็นในหนัง ได้ผลแฮะ! เพื่อนๆฮาลั่นห้องพร้อมปรบมือเชียร์เต้นไปกับผมด้วย  ผมจึงมีเรตติ้งพุ่งกระจูด จู่ๆผมก็หายติดอ่างเพราะ มีความมั่นใจขึ้นมาเยอะ  ตอนหลังไม่ต้องรอครูเรียก ผมก็ออกไปเต้น…ออกไปเต้น ตามเสียงเชียร์ของพรรคพวก ในที่สุดการพูดติดอ่างของผมก็หายไปอย่างถาวร </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ตอนหนุ่มขึ้นมา พรรคพวกชวนผมติด อ่าง อีกประเภทหนึ่ง แต่ผมไม่ค่อยสันทัดเรื่องอย่างว่า และกลัวโรคติดอ่างจะกลับอีกพร้อมพาลแถมโรคที่ไม่พึงปรารถนาให้ด้วย ผมจึงไกลอ่างทุกชนิดมาตั้งแต่บัดนั้น</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal"></p>  ความลับที่สาม <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ผมเป็นคนใจเย็นมาก เย็นขนาดน้ำแข็งเรียกปู่ ไม่เคยนึกจะโกรธเกลียดใครเลย หากใครทำอะไรไม่ดีให้ อย่างเก่งผมก็เจริญพรแผ่เมตตาให้เขาไปไกลๆจากชีวิตผม เวลาขับรถให้คุณแม่นั่ง ผมก็ตั้งใจขับสุดฤทธิ์ระวังไม่ขับรถเร็ว จนคุณแม่ต้องสะกิดบอกว่าเร็วๆหน่อยก็ได้ลูก หอยทากแซงหน้าไปหลายคันแล้ว </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ความใจเย็นของผม จึงเป็นที่รู้จักดีในหมู่พี่น้องและเพื่อนฝูง จึงมีคนมานั่งปรับทุกข์ให้ฟังอยู่บ่อยๆ กลายเป็นศิราณีแก้ไขปัญหาหัวใจสารพัดเรื่องให้คนอื่นโดยไม่ตั้งใจอยากจะเป็นเลยอยู่เสมอๆ แม้กระทั่งตอนบวช กำลังเดินจงกรมอยู่ในกุฏิ ก็มีคนไม่รู้จักกันเลย มาเคาะประตูเรียกแล้วบอกว่าผมอยากตาย ต้องนั่งฟังเขาปรับทุกข์ในชีวิตให้ฟังตั้งแต่เช้าจนเลยเพล ตกลงวันนั้นงดข้าวหนึ่งวันเพราะเลยเพลแล้ว ฉันมื้อเดียวด้วย </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ความใจเย็นทำให้ผมเป็นคนพูดช้าและคิดช้าแต่เดินเร็วมาก เวลาเดินผมมักคิดอะไรไปด้วยและมักคิดอะไรออกดีดีตอนเดินเสมอๆ จึงเป็นคนชอบเดินไปมาบ่อยๆ ไม่ชอบนั่งเฉยๆ</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">         ด้วยเหตุของความใจเย็นของผมจึงพาให้ได้ภรรยาอารมณ์ร้อน เพราะเธอชอบมาดับไฟอารมณ์ของเธอที่ผมเสมอ จนผมต้องเป็นที่พึ่งถาวรทางอารมณ์ของเธอ จนใครๆพากันกล่าวหาว่า ผมเป็นชนเผ่า  “เกลียมัว” …แต่หารู้ไม่ว่าเวลาเธอพูดเสียงดังใส่ผมนั้น ผมตวาดกลับว่า “ครับ”เพียงคำเดียวเธอก็เงียบแล้ว แฮ่ะๆ…</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p> ความลับที่สี่ <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ตอนเด็กๆฉี่รดที่นอนเป็นประจำ เพราะเป็นคนขี้กลัวผี ผมเป็นคนมีจินตนาการสูงปริ๊ดได้ยินได้ฟังได้เห็นอะไรก็ตาม ต้องมาจินตนาการเพิ่มเติมจนกลัวความคิดฝันของตนเองบ่อยๆ สมัยเด็กพี่พาไปดูหนังแม่นาคพระโขนง กลับมานอนไม่หลับทั้งคืน พอง่วงจัดๆเคลิ้มๆหลับฝันว่าปวดท้องฉี่ และลุกจากที่นอนออกไปฉี่ที่ห้องน้ำก็ตาม ในฝันเอาเท้ากระทืบที่พื้นด้วยเพื่อให้แน่ใจว่าอยู่ในห้องน้ำแล้ว แต่พอฉี่จึงรู้ว่า ฉี่รดที่นอนอีกแล้ว จึงมีหน้าที่ประจำอีกอย่างหนึ่งคือ ต้องรีบตื่นเช้ามาซักผ้าปูที่นอนและยกที่นอนออกผึ่งแดด จนคนละแวกแถวบ้านชมเปาะว่าผมเป็นคนขยัน</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          มาหายกลัวผีตอนปฏิบัติธรรม พระที่วัดอุโมงค์ชวนไปนอนที่ป่าช้า ผูกกลดคนละหลังแล้วท่านก็เดินจงกรมนั่งสมาธิ ปล่อยผมนอนอยู่ในกลด นอนตาเบิกโพลงในความมืดทั้งๆไม่เห็นอะไรเลย แต่ไม่กล้าปิดตาลง มันกลัวผีอย่างบอกไม่ถูก หูได้ยินเสียงสารพัดก็คิดเป็นผีทั้งนั้นยกมาทั้งป่าช้า ในที่สุดได้ยินเสียงกุกกักใกล้ตัวมาก เหมือนใครมานั่งทำอะไรอยู่ในกลด กลัวจนตัวสั่นผมหัวตั้งลุกชูชัน ใจคิดว่าผมตายแน่เพราะผีมาหลอกถึงในกลด กลัวจนต้องเบิกตาดูว่าอะไรที่มาทำเสียงอยู่ใกล้ๆ ที่แท้เป็นหนูตัวเบ้อเริ่มมาคุ้ยกินเศษข้าวเหลือในบาตร เลยทำให้หายกลัวเพราะรู้ความจริงว่าอะไรเป็นอะไร ที่แท้จิตเรานั้นเองที่หลอกตัวเองตลอดมา</p><p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal"></p>  ความลับที่ห้า <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          ผมเป็นคนโรแมนติก Sensitive ซาบซึ้งอะไรง่ายๆและมีอารมณ์อ่อนไหวต่อสุนทรีรมย์ทั้งปวง กระทบอารมณ์ลึกซึ้งหน่อย ใจมันแปลบ ตื้อขึ้นมา คอจะเหมือนมีก้อนอะไรมาจุก น้ำตาจะพาลไหลออกมา ผมเห็นคนทำความดีก็จะซาบซึ้งไปด้วย เห็นคนเขารักกันหรือแสดงความกตัญญู แม่ลูกกอดกันน้ำตาปริ่มทุกครั้ง </p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">ไม่รู้ว่าเป็นอะไร ดูหนังเจอฉากซึ้ง คำพูดกินใจ น้ำตาก็ไหลออกมา อ่านหนังสือที่มีฉากหรือบรรยายอารมณ์ซาบซึ้งกินใจ น้ำตาก็ไหลออกมาแล้ว จนเดี๋ยวนี้ก็ยังเป็นอยู่เพียงแต่ดีกรีลดลงมากกว่าตอนเด็กๆ</p>  <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">คงเคยเห็นหนังโฆษณาบริษัทประกันชีวิต ที่มีเรื่องพ่อกับลูกสาวสนิทกันมากตั้งแต่เด็กๆ พอโตขึ้นมารู้ว่าลูกสาวมีท้อง ใจพ่อแหลกสลายแต่ก็ให้อภัย เห็นทีไรน้ำตาไหลทุกทีซีน่า ตอนนี้มีตอนใหม่แล้ว เป็นเรื่องสองคนรักกัน แต่ผู้หญิงเป็นลูเคียเมียรู้วันตาย ผู้ชายก็แสนดีแม้นถูกผู้หญิงบอกเลิกรัก ก็กลับมาขอแต่งงานด้วย และอยู่เพื่อสร้างความรู้สึกดีๆให้กันจนยามสุดท้ายของชีวิต โอ้ย! ดูไปร้องไปจนขี้มูกโป่ง</p>    <p style="margin: 0cm 0cm 0pt; text-indent: 36pt" class="MsoNormal">จบความลับทั้งห้าของผมแล้ว คุณหมอมาโนชครับเป็นอย่างไรบ้าง ผมเองรู้สึกสบายเนื้อสบายตัวเหมือนปลงอาบัติเสร็จ  เฮ้อ!</p>           <p style="margin: 0cm 0cm 0pt" class="MsoNormal">          เอาล่ะ แก้แค้นต่อมั่ง อีกห้ารายตามกติกาใช่ไหมครับ เอ! คงห้ามซ้ำกับที่คนอื่นถูก tag ไปด้วย เอาละ ผมขอ blog – tag ห้าคนต่อไปนี้</p><p>            หนึ่ง.คุณพัชรา</p><p>           สอง.คุณจันทรรัตน์          </p><p>           สาม.คุณเอ๋</p><p>          สี่ คุณดอกแก้ว</p><p>          ห้าคุณศักราช ฟ้าขาว</p><p>          ทั้งห้าท่าน ทราบแล้วเปลี่ยน</p>