Hiker

ท่านผู้อ่านส่วนใหญ่คงจะชื่นชอบหน้าหนาว เพราะเป็นฤดูที่ "ไม่ร้อน" แถมยังเหมาะกับการเดินทางไปทำบุญ เช่น กราบไหว้พระเจดีย์ ฯลฯ หรือท่องเที่ยวมากเป็นพิเศษ

ขณะเดียวกันบางท่านอาจรู้สึกว่า เพลียง่าย นอนมาก ไม่อยากเข้าสังคม ไม่มีแรง หงุดหงิดง่าย หรือความอยากอาหารเปลี่ยนไป (มากขึ้นหรือลดลง) ทำให้น้ำหนักขึ้นหรือลงในหน้าหนาว

ถ้าท่านมีอาการในย่อหน้าข้างต้น… ท่านอาจเป็นคนที่มีอาการ "ซึมเศร้าหน้าหนาว (seasonal affective disorder)" ได้

ข่าวดีคือ จดหมายข่าวโรงพยาบาลโฮลีครอส สหรัฐฯ มีคำแนะนำดีๆ และทำได้ง่ายที่บ้าน

อาการซึมเศร้าหน้าหนาวพบในคนอเมริกันหลายสิบล้านคน ส่วนใหญ่ (ประมาณ 25 ล้านคน) เป็นแบบอ่อน ส่วนน้อยเป็นแบบแรง หรืออาการหนัก เช่น ทำให้เสียการเสียงาน เสียสังคม หรือเกิดปัญหาครอบครัว ฯลฯ 

อาการซึมเศร้าหน้าหนาวอาจมีความสัมพันธ์กับฮอร์โมนเมลาโทนิน (melatonin) ในสมอง ซึ่งจะหลั่งออกมามากในช่วงกลางคืน

<p>หน้าหนาวเป็นช่วงเวลาที่กลางวันสั้นลง กลางคืนยาวขึ้น ทำให้คนเราได้รับแสงสว่างลดลง</p>

คนอเมริกันทางเหนือจะมีอาการซึมเศร้าหน้าหนาวมากกว่าคนอเมริกันทางใต้ เนื่องจากได้รับแสงสว่างน้อยกว่า โดยเฉพาะช่วงเดือนมกราคม - กุมภาพันธ์

อาจารย์โรงพยาบาลโฮลีครอสแนะนำว่า น่าจะลองบำบัดรักษาด้วย "แสงสว่าง" กันก่อน โดยทำกล่องหรือโคม ใส่หลอดนีออน (ฟลูออเรสเซนต์) เข้าไปหลายๆ หลอด

หลังจากนั้นให้ติดตั้งแผ่นกรองรังสีอัลตราไวโอเล็ต (ultraviolet / UV) หรือกั้นด้วยแผ่นกรองแสงสีขาวขุ่นเสียหน่อย เพื่อช่วยกระจายแสง

วิธีง่ายๆ คือ

  1. ให้เข้าไปนั่ง เดิน หรือทำงานอะไรใกล้ๆ กับกล่องหรือแผงไฟ(แสงสว่าง)… ควรอยู่ในที่สว่างอย่างนี้วันละ 30-90 นาที
  2. ช่วงเวลา "รับแสง" ที่ดีที่สุดคือช่วงเช้า เนื่องจากถ้า "รับแสง" หลังช่วงเช้า โดยเฉพาะช่วงใกล้เวลานอนอาจทำให้นอนไม่หลับได้

การ "รับแสง" แบบนี้อาจทำให้เกิดอาการแสบตา คลื่นไส้ หรือปวดหัวได้บ้าง แต่ก็พบน้อย ส่วนใหญ่จะได้ผลดี ทำให้อาการซึมเศร้าหน้าหนาวหายขาดไปได้ 50-80% ทีเดียว

ผู้เขียนอ่านจากหนังสือเล่มหนึ่ง... อินเดียนแดงเผ่า "ซู" เล่าว่า คนในเผ่าของท่านจะตื่นกันแต่เช้า เพื่อ "รับแสง(แดด)" ทุกเช้าช่วงพระอาทิตย์ขึ้น... รับอรุณแบบนี้น่าจะดี...

เรียนเสนอให้ท่านที่มีอาการซึมเศร้าหน้าหนาวหลีกเลี่ยงการอยู่ในที่มืดนานๆ โดยเฉพาะช่วงกลางวัน นอกจากนั้นการออกกำลัง เช่น เดิน ขี่จักรยาน วิ่ง ฯลฯ ก็ช่วยให้อาการซึมเศร้าหน้าหนาวทุเลาลงไปได้

ถ้าไม่ดีขึ้นจริงๆ คงต้องขอความช่วยเหลือจิตแพทย์ครับ… <p>    แหล่งที่มา:                                       </p><ul>

  • ขอขอบพระคุณ (thank / courtesy of) > Isthere a cure for the winter time blues? Holy Cross Hospital newsletter. > http://holycrosshealth.netreturns.biz/HealthInfo/Story.aspx?StoryID=BCD8F993-DBAB-4581-95FC-91C711436B82 > February 10, 2007.
  • ขอขอบพระคุณ > โรงพยาบาลค่ายสุรศักดิ์มนตรี + อาจารย์เทวินทร์ อุปนันท์ IT + พต.ศรัณย์ มกรพฤฒิพงษ์ + กองรังสีกรรม > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
  • ขอขอบพระคุณ > ศูนย์มะเร็งลำปาง + อาจารย์ ณรงค์ ม่วงตานี และอาจารย์เทพรัตน์ บุณยะประภูติ IT + กลุ่มงานรังสีวินิจฉัย > สนับสนุนทางเทคนิค + อินเตอร์เน็ต.
  • นพ.วัลลภ พรเรืองวงศ์ จัดทำ > ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๐.
  • เชิญอ่าน "บ้านสาระ" ที่นี่ > http://gotoknow.org/blog/talk2u
  • </ul></font>