ติดต่อ

การได้มาซึ่งความรู้ (๖) : การเรียนซ้ำกับความจำ

อันที่จริงผมต้องการพูดถึงเรื่อง "อันตรายของการท่องจำที่มีต่อความคิดสร้างสรรค์" ครับ  แต่ต้องคุยกันถึงเรื่องนี้ก่อน

สมมุติว่าเราฝึกให้เด็กจำคำชุดหนึ่ง จำนวน ๔๐ คำ เช่น " ปลา, ดินสอ, เมฆ. ..... "  โดยเขียนใส่บัตรคำๆละ ๑ บัตร  เสนอให้ดูบัตรละ ๑ วินาที ดูแล้วผ่านไป  จากบัตรแรกจนถึงบัตรสุดท้าย  แล้วให้เขียนตอบ ระลึกได้คำใดก่อนก็เขียนคำนั้น  ไม่จำเป็นต้องเรียงตามลำดับ  เรียกว่า ๑ รอบการเรียน  รอบที่ ๒, ๓,  .... ก็ทำเช่นเดียวกัน  สมมุติว่า รอบแรกจำได้  ๑๘ คำ  รอบที่ ๒ จำได้ ๒๕ คำ  แสดงว่าจำได้เพิ่มจากรอบแรก ๗ คำ  รอบที่ ๓ จำได้ ๓๐ คำ  รอบที่ ๔ จำได้ ๓๔ คำ รอบที่ ๕ จำได้ ๓๘ คำ  รอบที่ ๖ จำได้ ๔๐ คำ  รอบที่ ๗ และรอบต่อๆ ไป จำได้ ๔๐ คำทุกรอบ  ซึ่งแสดงว่าเขา "จำ"ได้หมดแล้วตั้งแต่รอบที่ ๖

เราสรุปว่า  เขา "จำได้"  เพราะว่า เขาสามารถ "ระลึกได้" ทั้ง ๔๐ คำ

เรียกว่าเขา "จำ" แบบ "ระลึก" หรือ Recall

และเขา "จำได้"เพราะว่าเขา "เรียนซ้ำ"  หลายๆรอบ

นั่นคือ "การเรียนซ้ำ"  หรือ "การทำซ้ำ" ทำให้ "จำได้"

การเรียนซ้ำนี้คนทั่วไปเรียกกันว่า "ขยัน" ใช่ไหมครับ

นั่นคือ "ความขยัน"ทำให้ "จำได้" ดี

นักเรียนนักศึกษาใช้เทคนิคนี้ กันมาก โดย "อ่านแล้วอ่านอีก"

ทำโจทย์แล้ว ทำโจทย์อีก

สอบเอ็นแล้วสอบเอ็นอีก !!

การกวดวิชาก็คือการทำศ้ำครับ

และได้ผลครับ !

เพราะว่าสอบได้ !!

ความต้องการที่จะสอบให้ได้ "บังคับ" ให้นักเรียน "ท่องจำ" !

เราจะลงความเห็นว่า "ระบบการศึกษาไทยบังคับให้เด็กท่องจำ" ก็น่าจะได้ นะครับ !!

การทำซ้ำก็เป็นวิธีหนึ่งที่ทำให้เราได้มาซึ่งความรู้

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย 

หมายเลขบันทึก: 76424, เขียน: , แก้ไข, , สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 2, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (keywords) #การจำแบบระลึก#การท่องจำ

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (2)

อาจารย์ ดร.ไสว

ชัดเจนเลยครับ อาจารย์ อาตมาก็พัฒนามาตามที่อาจารย์ว่ามานี้แหละครับ

เจริญพร

ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว
IP: xxx.114.100.119
เขียนเมื่อ 

ผมก็เหมือนกัน พระคุณเจ้า  แต่ พ.ร.บ. การศึกษาแห่งชาติฉบับล่าสุด  ได้เห็นความสำคัญของการคิด  ครับ จึงเน้นให้ "เด็กเป็นศูนย์กลาง"  และ "ให้เรียนด้วยการกระทำ"  ซึ่งก็เป็นอิทธิพลของ "Pragmatism" นั่นแหละครับ  แต่จะมีครูสักกี่คนที่รู้ซึ้งถึงแนวคิดของลัทธินี้  ดูๆแล้วน่าเป็นห่วงครับ !