ภาพนี้โด่งดังมาก เป็นภาพเขียนภาพหนึ่งของศิลปินชื่อก้องโลก คือ Vincent Van Gogh ชาวฮอล์แลนด์ ที่มีอัตตชีวิตเล่าขานเป็นตำนานของศิลปินทั่วโลกเลยที่เดียว
คุณเคยเห็นภาพนี้ไหม?

หลายคนอาจบอกว่าเคยเห็นและคงมีอีกหลายคนเช่นกันที่ส่ายหน้า
บ้างอาจว่าคลับคล้ายคลับคลา...เอ!? เคยเห็นที่ใหนหว่า?
แต่นั่น
คงไม่ใช่ประเด็น
ที่จริง
ภาพนี้โด่งดังมาก เป็นภาพเขียนภาพหนึ่งของศิลปินชื่อก้องโลก คือ
Vincent Van Gogh ชาวฮอล์แลนด์
ที่มีอัตตชีวิตเล่าขานเป็นตำนานของศิลปินทั่วโลกเลยที่เดียว
มีเรื่องที่ขัดแย้งในตัวเอง
สองด้านสองมุมในชีวิตของเขาอย่างน่าประหลาด
เริ่มต้นด้วยอาชีพและงานศิลปะของเขา
เชื่อหรือไม่ตอนเขาลาจากโลกอันโหดร้ายใบนี้ไป อายุเพียง 37
ปีเอง
ตอนยังมีชีวิตอยู่ เขาทำงานหนัก
อุทิศตนเพื่องานศิลปินอย่างสาหัสและไม่เคยประสบความสำเร็จในเรื่องรายได้จากภาพเขียน
พอเขาเสียชีวิตลง
โลกทั้งโลกชื่นชมงานของเขาและพิพิธภัณฑ์ทั่วโลกยอมจ่ายเงินเป็นร้อยหรือพันล้านเหรียญเพื่อภาพเพียงภาพเดียว
เขาคือศิลปินใส้แห้ง
ตัวจริงเสียงจริงขนานแท้
Van Gogh มิได้มีพรสวรรค์และร่ำเรียนมาทางศิลปะตั้งแต่เด็ก
เนื่องด้วยเขาเป็นเด็กขี้อาย
ไม่ค่อยกล้าแสดงออกออก
แต่ในส่วนลึกของจิตใจนั้นเขาเป็นเด็กที่มีเมตตาและจิตใจดี
ซึ่งคงได้รับการปลูกฝังจากจากพ่อซึ่งเป็นนักบวช
เขาเริ่มอาชีพด้วยการทำงานเป็นคนขายภาพเขียนในแกลอรี่เล็กๆในกรุงเฮก
และเมื่อเขามีอายุได้ 18 ปี เขาก็ถูกส่งตัวไปยังห้องภาพที่
สาขาปารีส ด้วยความที่เขาเป็นคนซื่อและจริงใจ
เขาถึงกับบอกไม่ให้ลูกค้าซื้อภาพที่ไม่มีคุณค่าทางศิลปะที่เจ้าของห้องภาพเอามาหลอกขายแพงๆ
ทำให้เขาถูกไล่ออกจากงาน
เมื่อค้นพบว่านี่ไม่ใช่ชีวิตที่ปรารถนา เขาจึงเปลี่ยนเข็มชีวิตไปศึกษาที่จะเป็นครูสอนศาสนาหลังจากนั้น
เขาจึงหันไปศึกษาทางศาสนาอย่างจริงจัง
หลังจากสอบเข้าวิทยาลัยศาสนาที่นครอัมสเตอร์ดัม ได้ 14
เดือนและได้ย้ายไปอยู่ในเหมืองถ่านหิน ในตำบลบอริเนจ
เพื่อเทศนาสั่งสอน ช่วยเหลือคนทุกข์ยาก
ในเหมืองนั้น เขาประหลาดใจมากว่าไม่ค่อยมีคนมาฟังเทศน์ในโบสถ์
ด้วยทุกคนต้องทำงานหนักหาเลี้ยงชีพ
เขาจึงเปลี่ยนแนวจากการสอนมาเป็นการอุทิศตนช่วยทำงานอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย
เขาอุทิศเงินจำนวนหนึ่งให้กับคนทุกข์ยากโดยที่ตนเองมีเงินใช้อย่างจำกัด
และต้องกินแต่เศษขนมปัง ทำให้ร่างกายซูบผอมลง
และเป็นไข้ตลอดเวลา
ตัวแทนศาลพระก็ไม่ยอมแต่งตั้งให้เขาเป็นนักเทศน์
เมื่อมาเห็นการใช้ชีวิตของ Van Gogh
โดยกล่าวหาว่าเขาทำให้ศาสนามัวหมองโดยประพฤติตนเสื่อมเสีย
เขาอยากช่วยเหลือชาวเหมืองมากจนเขียนภาพลายเส้นเพื่อประกอบกับข่าวที่ต้องการให้หนังสือพิมพ์ดู
แต่ถูกติว่าภาพของเขาหยาบและเขียนไม่ได้สัดส่วนและคงเป็นการจุดประกายที่ทำให้เขาอยากเรียนศิลปะ
เพื่ออยากจะช่วยเหลือคน
มิใช่อยากดังเพื่อตอบสนองตัณหาตนเอง
เล่าไว้แค่นี้ก่อน
เพราะยังมีเวลาให้เล่าอีกเยอะ แต่ผมจะให้เวลาคุณดูภาพ
ภาพจะเล่าเรื่องและนำคุณไปสู่จิตใจของศิลปิน
คุณจะเข้าใจและรู้จัก Vincent Van
Gogh ขึ้นอีกมาก โดยใช้ตัวรู้ของคุณ
ดูภาพเขียนของเขา
แล้วคุณจะรักเขา เหมือนผม
เคยเห็นค่ะ ภาพนี้ออกจะโด่งดังมากทีเดียว
แตหนูดูแล้วเหมือนดูภาพถ่ายดาวเทียมเวลาดูข่าวการพยากรณ์อากาศ ท่าทางหนูคงไม่มีแววทางศิลปะเลยค่ะ
ดูแล้วรูปนี้ รู้สึกว่าทำไมอะไรดูวุ่นวายไปหมด ทำไมถึงต้องวางรูปของต้นไม้ใหญ่ (ใช่หรือเปล่าคะ หรือว่าเปลวไฟ) ไว้ทางซ้ายด้วย
กันยามาส
เกลียวคลื่นกระแสแห่งกาลเวลาดำเนินไป ไม่หยุดนิ่งกลืนกินสรรพสิ่งในโลกใบนี้ ใครบ้างจะเห็นซึ่งการเคลื่อนไหวไปไม่หยุดนิ่งนั้น เราซึ่งเป็นเศษเสี้ยวส่วนหนึ่งของธรรมชาติจะดำรงชีวิตอยู่ท่ามกลางเกลียวคลื่นแห่งการเวลาดังกล่าวอย่างมีคุณค่าได้อย่างไร
ขอปรบมือให้ทั้งสองท่านครับ
โอโฮ้! คราวนี้คุณพัชราก้าวหน้ามากครับ
ร้อยกรองที่เป็นดั่งร้อยแก้วนี้
ดุจอัญมณีที่บรรจงแทรกด้วยอักษร
ถึงแม้จะไม่ได้ว่าเป็นกลอน
อ่านแล้วถอนอัตตาวางตัวตน
กาลเวลาย่อมกลืนกินสรรพสัตว์
ด้วยกรรมซัดทุกชีวิตหาหนีได้
ต่อเมื่อแจ้งในคุณพระรัตนตรัย
จึงเตือนใจของตนให้พ้นทาง
ผมชอบใจมากครับในมุมมองธรรมะนี้
สวัสดีครับ อ.ลูกหว้า
ภาพบางภาพมีความสวยแบบไม่สวยนะครับ คือไม่ใช่ความสวยแบบที่เราคิดว่าจะต้องอย่างนี้จึงสวยเป็นต้น อาจเรียกได้ว่า สวยแบบเฉพาะตน
แต่อาจารย์เก่งนะครับที่บอกว่า ดูแล้วสับสน ชีวิตเขาดูสับสน จริงๆเป็นอย่างนั้นครับ
เลยเอาเพลง Vincent Starry Starry night ของ Don Mclean มาลงประกอบภาพให้ครึมๆเล่น ดูความหมายแล้วอาจนึกอะไรดีๆได้
VINCENT (STARRY, STARRY NIGHT) LYRICS <p>Starry, starry night.
Paint your palette blue and grey,
Look out on a summer’s day,
With eyes that know the darkness in my soul.
Shadows on the hills,
Sketch the trees and the daffodils,
Catch the breeze and the winter chills,
In colors on the snowy linen land.
Now I understand what you tried to say to me,
How you suffered for your sanity,
How you tried to set them free.
They would not listen, they did not know how.
Perhaps they’ll listen now.
Starry, starry night.
Flaming flowers that brightly blaze,
Swirling clouds in violet haze,
Reflect in Vincent’s eyes of china blue.
Colors changing hue, morning field of amber grain,
Weathered faces lined in pain,
Are soothed beneath the artist’s loving hand.
Now I understand what you tried to say to me,
How you suffered for your sanity,
How you tried to set them free.
They would not listen, they did not know how.
Perhaps they’ll listen now.
For they could not love you,
But still your love was true.
And when no hope was left in sight
On that starry, starry night,
You took your life, as lovers often do.
But I could have told you, Vincent,
This world was never meant for one
As beautiful as you.
Starry, starry night.
Portraits hung in empty halls,
Frameless head on nameless walls,
With eyes that watch the world and can’t forget.
Like the strangers that you’ve met,
The ragged men in the ragged clothes,
The silver thorn of bloody rose,
Lie crushed and broken on the virgin snow.
Now I think I know what you tried to say to me,
How you suffered for your sanity,
How you tried to set them free</p><p>They would not listen, they’re not listening still.
Perhaps they never will…</p>
อาจารย์คะ
ภาพนี้ เห็นครั้งแรก ว่า เน้นส่วนประกอบส่วนบนที่เป็นรูปวาดของเมฆและดาวต่างๆ ค่ะ ขณะที่รูปโบสถ์และบ้านหลังเล็กอยู่ในหุบเขา สีค่อนข้างทึมทึบไม่ร่าเริง
ดูไปสักพักในความรู้สึก เห็นสวรรค์ที่ยิ่งใหญ่และน่าพิศมัย มีเดือนเพ็ญที่สุกกระจ่างกับหมู่ดาวเรียงราย มีเมฆเริงระบำจนเกิดเป็นเสียงเพลงอันไพเราะ หวานๆ ใสๆ เย็นสบาย กล่อมเมืองที่หลับไหลในความมืดเบื้องล่าง และรู้สึกเหมือนกับเป็นคนที่ตื่นขึ้นมาอย่างเงียบๆ และเฝ้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างสงบจนได้รับรู้ถึงสิ่งวิเศษที่กำลังดำเนินไปค่ะ
อาจารย์คะ น่าแปลกนะคะ ย้อนกลับไปดูภาพแต่ละครั้งจะพบว่าภาพสว่างเรืองรองเพิ่มขึ้นอย่างกับว่าพระจันทร์เปล่งแสงมากขึ้น...ไม่ได้ตาฝาดนะคะ...ทำไมเป็นอย่างนั้นคะ เป็นเทคนิคของศิลปินหรือเปล่าคะ
หนูเห็นภาพนี้แล้วรู้สึกกลัวค่ะ
เหมือนกับจะสะท้อนความกลัวในใจมนุษย์ออกมา
และดูแล้วเหมือนไฟประลัยกัลป์ จะล้างโลกไงมะรู้ค่ะ
เหมือนไฟกิเลสในใจของคนเราที่พร้อมจะเผาผาญทุกสิ่งให้หมดสิ้นไปเพียงเพราะกิเลสของมนุษย์เท่านั้น
ปล. พอดีไฟล์ MP3 ที่ดาวน์โหลดมามันใหญ่ เลยแปลงเป็น wma ให้ และลดขนาดไฟล์ให้เล็กลง เพื่อไม่ให้เปลืองพื้นที่ ดังนั้นคุณภาพเสียงอาจจะลดลงไปบ้าง ต้องขออภัยด้วยนะคะ ^__^
อาจารย์คะ ขอเพิ่มขยายความอีกหน่อยค่ะ ที่ว่ารู้สึกเหมือนกับเป็นคนที่ตื่นขึ้นมาอย่างเงียบๆ นั้นคือเหมือนกับเป็นตัวเองเป็นคนที่ตื่นขึ้นมาคนเดียวเงียบๆและจับตามองสวรรค์ขับกล่อมโลกที่หลับไหลนั้นตรงตำแหน่งข้างต้นสนนั้นเองอย่างกับว่าเป็นคนวาดค่ะ แปลกใจจังที่รู้สึกอย่างนั้นน่ะค่ะ..
คุณจันทร์รัตน์ครับ
ผมว่าอีกหน่อยคงเริ่มวาดรูปได้แล้วครับ
คงเป็นเพราะคุณใช้ความรู้สึกดูภาพ ไม่ใช่ใช้ความคิด นี่เป็นสิ่งที่ผมพยายามย้ำอยู่เสมอ
รู้สึก และ ดู จากสิ่งที่ เห็น ไม่ใช่สิ่งที่ คิด
สิ่งที่ศิลปินถ่ายทอดมานั้น อาจเหมือนกับสิ่งที่คุณจันทร์รัตน์บรรยาย
ในความรู้สึกทั้งปวงของเขา ในขณะเขียนภาพ เขามองเห็นชีวิตส่วนหนึ่งที่อยู่ในเงามืด สลัว แม้จะอยู่ในร่มเงาศาสนา ก็ยิ่งเห็นชีวิตที่ทนทุกข์ยาก ความผิดหวัง เจ็บปวด ทุกอย่างบิดม้วน งอเหมือนชีวิตที่ปวดร้าว จนกลายเป็นพลัง เขาเขียนต้นไม้ใหญ่เหมือนเปลวไฟลุกขึ้นจนแทบจะขึ้นไปไหม้ฟ้า
ทว่าบนฟากฟ้านั้น สวรรค์เหมือนมีตา ด้วยประกายดาราน้อยใหญ่ หมุนวนเป็นพลังแห่งความดีงาม เปล่งประกายให้แสงแห่งความสุข ให้ความหวังในชีวิตแก่มวลมนุษย์ให้ดำรงอยู่สืบไป
Now I think I know what you tried to say to me,
How you suffered for your sanity,
How you tried to set them free
They would not listen, they're not listening still.
Perhaps they never will...
หนูสุฤตา
ภาพนี้กลัวจริงด้วยครับ แต่น่ากลัวในจิตใจลึกๆของมนุษย์ ที่สิ้นหวังและเปล่าเปลี่ยว
สวัสดีคุณ Bright Lily ครับ
วันหลังจะเล่าเรื่องภาพดอกทานตะวันของเขาให้ฟังครับ ว่าแต่ชอบภาพไหนครับ?
ภาพดอกทานตะวัน 12 ดอก หรือ14 ดอก มีของจริงของปลอมด้วยครับ เรื่องนี้ต้องขยายๆ เอาขนาดบิ้กจัมโบ้เลยครับ
สวัสดีและยินดีต้อนรับคุณ K-jira ครับ
ดูภาพแล้วรู้สึกอึดอัดไปหมด รู้สึกมองหา ความสงบแม้จะเป็นเพียงส่วนหนึ่งของภาพก็ยังดี เหมิอนชีวิตคนในยุคปัจจุบัน ถ้าเรายังอยู่ในนั้นเราก็จะมองไม่ออก ว่าที่แท้มันวุ่นวายเช่นนี้หนอ ต้องออกมายืนดูจากข้างนอกถึงจะเห็น
ขอบคุณมากค่ะอาจารย์
ถ้าจะวิเคราะห์ภาพ(ไม่ทราบว่าการดูภาพเขาทำกันไหมคะ)..เป็นครั้งแรกของการดูภาพแล้วอยากวิเคราะห์ขออนุญาตบอกสิ่งที่คิดค่ะ ...วิเคราะห์ว่า
ภาพนี้มีหลากอารมณ์ และเป็นความขัดแย้งของอารมณ์เหล่านั้นไม่ใช่การคล้อยตาม
เหมือนกับศิลปินกำลังบอกเล่าว่าเขาได้รู้ความจริงของอำนาจบางอย่าง เป็นอำนาจที่ยิ่งใหญ่ของความจริงคือความสุขแท้หรือสวรรค์ แต่ การจะขึ้นไปสัมผัสสวรรค์นั้น กลับถูกครอบงำด้วยอำนาจจากโบสถ์ว่า มีเพียงเส้นทางเดียวที่จะทำได้คือผ่านทางยอดแหลมของโบสถ์ เพราะดูจากรูปยอดแหลมของโบสถ์เท่านั้นที่สูงขึ้นไปถึงสวรรค์
เขารู้สึกถึงความหดหู่ไม่มีอำนาจที่จะจัดการที่จะบอกเล่าให้ใครรับรู้ ทั้งความจริงและทั้งเส้นทางสู่ความจริง ขณะเดียวกับเขาก็มีอำนาจ "ท้าทาย" อยู่ภายใน ที่สะท้อนออกมาจากต้นสนที่พยายามเสียดขึ้นสูงแข่งกับโบสถ์ คล้ายๆกับจะบอกเล่าว่า เพียงแต่เราก้าวออกจากสิ่งที่เป็นอยู่ ขึ้นมายังจุดที่เขายืน สวรรค์ก็อยู่ไม่ไกล ฟ้าก็ต่ำเหมือนจะเอื้อมถึง และเส้นทางที่จะทำได้คือการจะต้องมีความท้าทายจากภายในบุคคล
ต้นสนคือสัญลักษณ์ของความท้าทายภายในที่เขาพยายามบอก เพราะเขาเน้นให้เด่นและอยู่เกือบกลางภาพ
ในอีกอารมณ์หนึ่งคือถึงเขาจะหดหู่ เขาเองก็มีความหวัง โดยเขาใช้แสงเรืองรองของพระจันทร์และหมู่ดาวเป็นเหมือนสิ่งที่ปลอบประโลมใจซึ่งความหวังของเขาไม่มีจาง ดูจากพระจันทร์และหมู่ดาวที่สว่างและดวงใหญ่
อารมณ์ของเขามันต่อเนื่องและพลิกผันไปตามปลายภู่กันที่เขาสะท้อนผ่านกลุ่มเมฆ เป็นเหมือนอารมณ์ที่ขัดแย้งของเขา ว่าส่วนหนึ่งมีความกลัวว่า อำนาจของหมู่เมฆจะบดบังหมู่ดาว แต่ขณะเดียวกันในความหวาดกลัวนั้นกลับมีความตื่นเต้นค้นหาท้าทายอยู่
คิดว่าศิลปินถ่ายทอดความหม่นหมองในใจขณะเดียวกันก็มีความหวังมีความตื่นเต้นท้าทาย มีการต่อสู้และมีความจริงซ่อนให้ค้นหาค่ะ..เหมือนเขากำลังบันทึกประวัติศาสตร์เรื่องราวของตัวเองที่มีความขัดแย้งต่ออำนาจทั้งจากภายนอกและภายในตัวเองตลอดเวลาค่ะ
สวัสดีครับอาจารย์พิชัย(ขออนุญาตมาเป็นลูกศิษย์ครับ)
ผมเคยได้ยินชื่อ Van Gogh มานานแล้วครับ แต่ไม่รู้จักเขาเลยเคยเห็นแต่ภาพดอกทานตะวันครับ เพราะว่าโด่งดังเหลือเกิน…
มองภาพนี้ครั้งแรง ผมเห็นความเศร้า แล้วก็หดหู่ครับ สีที่ใช้ มันชวนทำให้คนดูรู้สึกหดหู่เหลือเกิน ภาพดวงดาว และพระจันทร์ดูแล้วมันเศร้าจัง ดูแล้วอยากร้องไห้ครับ อันนี้ผมพูดตามความรู้สึกแท้ๆ…ของตัวเอง
ผมว่าเขาเก่งนะครับ ที่สามารถวาดภาพแล้วทำให้คนดูรู้สึกสะเทือนใจได้
ปล.ผมเริ่มรัก Van Gogh แล้วครับ
สวัสดีครับอาจารย์พิชัย(ขออนุญาตมาเป็นลูกศิษย์ครับ) ผมเคยได้ยินชื่อ Van Gogh มานานแล้วครับ แต่ไม่รู้จักเขาเลยเคยเห็นแต่ภาพดอกทานตะวันครับ เพราะว่าโด่งดังเหลือเกิน… มองภาพนี้ครั้งแรง ผมเห็นความเศร้า แล้วก็หดหู่ครับ สีที่ใช้ มันชวนทำให้คนดูรู้สึกหดหู่เหลือเกิน ภาพดวงดาว และพระจันทร์ดูแล้วมันเศร้าจัง ดูแล้วอยากร้องไห้ครับ อันนี้ผมพูดตามความรู้สึกแท้ๆ…ของตัวเอง ผมว่าเขาเก่งนะครับ ที่สามารถวาดภาพแล้วทำให้คนดูรู้สึกสะเทือนใจได้ ปล.ผมเริ่มรัก Van Gogh แล้วครับ
“ขออนุญาตโพสใหม่ ลืมใส่ชื่อครับ”