เปรต

นายพิเชฐ     คำถาเครือ

กลุ่มการพยาบาล รพ.แม่สรวย จ.เชียงราย

      

                  ฉบับนี้ผมเอาเรื่องเปรตมานำเสนอไม่ใช่เรื่องที่งมงายแต่เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในพุทธกาลครั้งเมื่อสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าประทับอยู่ในพระเวฬุวันมหาวิหารทรงปรารภเรื่องเปรต ครั้นเมื่อพระมหาโมคัลลานะกับพระลักขณะ พระมหาเถระทั้ง2อยู่บนเขาคิชกูฏเช้าวันหนึ่งพระมหาเถระทั้ง2ท่านออกบิณฑบาต พระมหาโมคคัลลานะได้เห็นกากะเปรตมีหัวเป็นคนมีตัวเป็นกาสูงประมาณ25โยชน์ มีกองไฟลุกโชนจากหัวลามมาถึงหาง มีอีกกองหนึ่งลุกจากหางมาถึงหัว อีกกองหนึ่งลุกกลางลำตัวลามไปทั้ง2ข้าง อีก2กองก่อขึ้นทั้งซ้ายและขวาไหม้ลามทั้งร่างเมื่อพระมหาโมคัลลานะท่านเห็นเช่นนั้นท่านก็ยิ้มพระลักขณะเห็นก็สงสัยว่าพระมหาโมคัลลานะท่านยิ้มเพราะอะไรจึงถามออกไปพระมหาโมคัลลานะก็ตอบว่าผมตอบตรงนี้ไม่ได้ให้ท่านไปถามผมในสำนักของพระพุทธเจ้าเถอะแล้วท่านทั้ง2ก็ออกบิณฑบาตในเมืองราชคฤห์ต่อไป เมื่อฉันภัตตาหารเสร็จต่างก็ไปฟังเทศน์ หลังจากที่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทศน์จบแล้วพระลักษขณะท่านก็ทวงคำตอบจากพระมหาโมคัลลานะขอให้เฉลยเรื่องที่ยิ้มในขณะบิณฑบาตให้ฟัง พระมหาโมคัลลานะก็บอกว่าที่ผมยิ้มนั้นเพราะผมเห็นเปรตตนหนึ่งมีหัวเป็นคนมีตัวเป็นกา สูง25โยชน์โดยประมาณถูกไฟไหม้ตลอดเวลา พระมหาโมคัลลานะถามเปรตว่าเจ้าทำกรรมอะไรไว้จึงทุกข์ทรมานเช่นนี้ เปรตตนนั้นตอบว่าท่านผู้เจริญข้าพเจ้าได้กลืนกินยังข้าวที่เขานำมาเพื่อสงฆ์ ครั้งในสมัยของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้ากัสสปะนั้นได้มีชาวบ้านเขานำอาหารจะไปถวายสงฆ์ข้าพเจ้าได้เกิดเป็นกา เกาะอยู่ที่หลังคาโรงฉัน ข้าพเจ้าได้เห็นคนๆหนึ่งเขาถือเอาข้าวสุกเดินมาข้าพเจ้าก็โฉบบินลงไปคาบเอาข้าวสุกนั้นเต็มปาก3ครั้งข้าวสุกนั้นยังไม่ได้ถวายถึงพระสงฆ์ยังไม่ใช่ของสงฆ์แต่ถือว่าเป็นของชาวบ้านก็ไม่ใช่เช่นกันเพราะเขาตั้งใจถวายพระสงฆ์ ข้าพเจ้าทำกรรมเล็กน้อยแค่นี้ตายแล้วไปตกอเวจีมหานรกเมื่อพ้นแล้วเกิดมาเป็นเปรตถูกไฟไหม้ตามที่พระคุณเจ้าได้เห็นอยู่นี้เมื่อพระมหาโมคัลลานะพูดจบสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าก็ทรงรับรองว่าพระองค์ก็ทรงเห็นเปรตตนนี้มาก่อนในขณะที่พระองค์บรรลุสัมมาสัมโพธิญาณใหม่ๆเช่นกัน  กาตัวนั้นได้ทำกรรมชั่วเพียงเล็กน้อยแต่ข้าวนั้นเจ้าของเขามิได้ให้และมีเจตนาเพื่อพระสงฆ์หรือประโยชน์แก่ผู้อื่นกาตัวนั้นทำกรรมลงไปยังได้รับผลหนักปานนั้น กรรมคือการกระทำแม้จะน้อยนิดผู้ใดผู้หนึ่งหากมีเจตนาได้กระทำลงไปจะดีหรือชั่วต้องได้รับผลของกรรมนั้นอย่างแน่นอน

                 ก่อนอื่นอยากให้ท่านทั้งหลายได้พิจารณาเรื่องการขโมยของผู้อื่นหรือการเป็นโจรหรือกิริยาของโจรนั้นท่านได้จำแนกไว้หลายประการได้แก่ ลักหมายถึงการถือเอาสิ่งของๆผู้อื่นที่เจ้าของไม่รู้สึกตัว ย่องเบาเป็นอาการของโจรที่เข้าไปในเวลาเงียบๆรื้อค้นเอาสิ่งของโดยมิบอกให้เจ้าของทราบ  ตัดช่องเป็นกิริยาที่คนเข้าไปทางช่องต่างๆเช่นเจาะกำแพง ฝาบ้าน แล้วเอาของมาเป็นประโยชน์ส่วนตัว ฉกเป็นการกระทำในเวลาที่เจ้าของเผลอ กรรโชกหมายถึงการข่มขู่ด้วยอาวุธหรือด้วยสิ่งของใดๆที่ทำให้เจ้าของตกใจกลัวจำใจยกทรัพย์ของตนให้ ปล้นเป็นการกระทำของคนที่คุมสมัครพรรคพวกตั้งแต่2คนขึ้นไปมีอาวุธติดตัวไปด้วยยกพวกมุ่งเอาทรัพย์เก็บเอาสิ่งที่ต้องการไปบางทีทำลายเจ้าทรัพย์ให้ได้รับบาดเจ็บหรือตายก็มี  ตู่กิริยากล่าวเอาสิ่งของๆผู้อื่นซึ่งมิได้ตกอยู่ในมือตน  ฉ้อหมายถึงการถือเอาสิ่งของผู้อื่นที่รับฝากหรืออาศัยตกอยู่ในการครอบครองของตน   หลอกคือการพูดปดเพื่อถือเอาสิ่งของๆผู้อื่น  ลวงเป็นการถือเอาสิ่งของใดๆที่ทำให้ผู้อื่นเห็นว่าจริงหรือเข้าใจผิด  ปลอมหมายถึงการกระทำที่เลียนแบบให้ดูเหมือนของจริง ตระบัด เป็นอาการของคนที่ยืมสิ่งของๆคนอื่นไปแล้วไม่ส่งกลับคืน    เบียดบังเป็นอาการของคนที่ยักยอกเอาสิ่งของเล็กๆน้อยๆเช่นให้เขาไปเก็บผลประโยชน์เมื่อเก็บมาแล้วเอาไว้เป็นประโยชน์ของตนเสียบ้าง   สับเปลี่ยนเป็นการเอาสิ่งของที่เลวมาไว้แทนของดี ลักลอบถือการนำเข้าสิ่งของโดยไม่เสียภาษี นอกจากนี้ยังมีสมโจรคือการคบคิดอุดหนุนการโจรกรรมเช่นเป็นผู้รับซื้อของโจร ปอกลอกคือการกระทำที่ทำให้คนอื่นรักใคร่ชอบพอแล้วหลอกเอาเงินทองไปหมด รับสินบนคือการรับทรัพย์ที่เขาเอามาให้เพื่อประโยชน์จัดทำธุระให้แก่เขาในทางที่ผิด  กิริยาดังกล่าวนี้เป็นกิริยาของโจรเป็นของคนเลวที่เบียดเบียนตนและผู้อื่นให้ได้รับความเดือดร้อน   ทรัพย์สมบัติใดที่ได้มาโดยวิธีการของโจรนั้นไม่นำประโยชน์และความสุขให้เกิดแก่ผู้ใด