ค่อยๆคิด  ค่อยๆทำ  มักจะเป็นคำที่พร่ำบ่นประจำตัวของครูอ้อย  ตลอดเวลาที่มีปัญหาเข้ามารุมเร้า  

ระยะนี้ครูอ้อยจะใช้เวลามาอยู่กับครอบครัวเสียเป็นส่วนใหญ่  จึงมีความสุขไปตามอัตภาพ 

แต่ในชีวิตจริงของคนทำงานนั้น  ต้องแบ่งเวลามาสู่การทำงานที่มีประสิทธิภาพให้มากกว่าปกติ 

ครูอ้อยเคยทิ้งครอบครัวแล้วมุ่งหน้าสู่การทำงานแล้วประสบกับความสำเร็จมา 

แต่บัดนี้  เวลาผ่านล่วงเลยไป  ครอบครัวจึงมามีความสำคัญเหนือสิ่งอื่นใด  เพราะงานนั้น  ครูอ้อยทำมามากให้คนอื่นทำบ้าง   มีงานบางอย่างที่เป็นงานโดยเฉพาะของครูอ้อยเอง  ที่จะต้องตัดสินใจ  เมื่อไม่มองใคร  ตั้งหน้าตั้งตาทำงานต่อไป  ก็ไม่มีเรื่อง และได้ความก้าวหน้าของงาน  แต่หากมองคนอื่นที่มีหน้าที่โดยตรงกว่า 

ครูอ้อย  มักมีคำถามเสมอว่า  " หน้าที่ของเขาด้วยนะ  แล้วทำไมเขาไม่ทำ  ทำไมเราต้องทำ " 

เมื่อวานนี้เพื่อนครูจำนวนหนึ่งหันหน้ามาหวังพึ่งพาครูอ้อยในเรื่อง  เลื่อนวิทยาฐานะเป็นครูชำนาญการพิเศษ  บ้างก็พูดมาตรงๆ  บ้างก็พูดมาแบบลอยๆ  ทีเล่นทีจริงว่า...ครูอ้อยจะช่วยเขาหรือเปล่า

ครูอ้อยไม่ได้เก่งปานนั้นที่จะช่วยใครได้

อย่างน้อย  ต้องช่วยเหลือตัวเองก่อนที่จะให้คนอื่นมาช่วย

เหมือนกับที่ครูอ้อยเคยทำ  เมื่อ สี่ปีที่แล้ว  ที่มีคนว่าครูอ้อยว่า  ....ทำไมต้องทำถึงขนาดนี้

ความปรารถนาดี  ความเป็นน้องพี่ จะเกิดขึ้นอีกครั้งในคราวนี้ที่มีความอยาก  มีความใฝ่ทะยานอยากขึ้นมา ...กับคนที่เคยสับโขกเขามากลับมีความสำคัญขึ้นมาในบัดดล